Breaking News

การเชื่อมต่อและบริการที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางคือกุญแจในการสร้างสมาร์ทซิตี้

การเชื่อมต่อและบริการที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางคือกุญแจในการสร้างสมาร์ทซิตี้

(Embracing a new era of connectivity and customer-centric service is the key to establishing Smart Cities)

Top view of car traffic transport on crossing multiple lanes highway or expressway in Asia city at night. Civil engineering, technology background, Asian transportation concept

เมืองต่างๆ ของโลกกำลังเตรียมพร้อมสำหรับจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เนื่องจากเหล่าผู้นำต่างตระหนักว่าแนวทางการวางแผนและนโยบายที่ยึดถือมายาวนานนั้น จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบเมืองในอนาคตที่มีสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ ยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และเจริญรุ่งเรืองสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง เมืองในอนาคตต้องการแนวคิดและการวางแผนเชิงกลยุทธ์ใหม่ที่มีการเชื่อมต่อดิจิทัลที่ไร้รอยต่อ บริการสาธารณะส่วนบุคคล (Personalized Public Service) และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ปรับให้เหมาะสมที่สุด การเดินทางสู่อนาคตใหม่ของการออกแบบ การบริการ และการใช้ชีวิตในเมืองจะประกอบด้วยกลยุทธ์ที่ทันสมัยดังต่อไปนี้

การรับฟังในรูปแบบใหม่: การใช้เทคโนโลยีและช่องทางดิจิทัลที่ทันสมัยทำให้เมืองต่าง ๆ สามารถได้ยินเสียงตอบรับของผู้อยู่อาศัย เพื่อระบุความต้องการของสาธารณะชนและตอบสนองด้วยประสบการณ์ที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การวิจัยดัชนีประสบการณ์ลูกค้าของ Forrester แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยังคงให้ประสบการณ์แก่ลูกค้าในระดับที่ได้รับความพึงพอใจน้อยกว่าประสบการณ์จากภาคเอกชน และผู้นำไม่ถึงครึ่งมีความมั่นใจในความสามารถของการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลนั้นมีความสำคัญต่อการให้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนประสบการณ์ลูกค้าลูกค้าและนวัตกรรม

จุดหมายที่ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนแปลง: การกำหนดทิศทางของเมืองในอนาคตจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่แม่นยำและชาญฉลาด ซึ่งสอดคล้องกับเทคโนโลยี ความสามารถ และความเชี่ยวชาญที่จำเป็นในการบรรลุความคาดหวังด้านการบริการสาธารณะ การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกได้ช่วยเร่งความเร็วของการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการลดลงของรูปแบบ ‘เมืองศูนย์กลาง’ โดยมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากกว่าที่ผ่านมา

แนวทางใหม่ในการอยู่อาศัยในเมือง: ทฤษฎีในการวางแผนและวางนโยบายของเมืองไม่สามารถใช้ได้กับทุกที่อีกต่อไปเมื่อการใช้ชีวิตในเมืองดำเนินไปในวิถีท้องถิ่นในรูปแบบใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น อนาคตทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมความเป็นอยู่และความก้าวหน้า ต้องอาศัยบริการ ความสามารถ และทางเลือกที่ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คนและชุมชนที่แสวงหาประโยชน์สูงสุดจากชีวิตในเมืองตามความชอบส่วนตัว แนวปฏิบัติแบบเดียวไม่ “เหมาะกับทุกคน” อีกต่อไปเมื่อชีวิตในเมืองพัฒนาขึ้น

ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อสร้างเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน: ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างเมืองทั่วโลกและผู้นำของเมืองต่างๆ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างเมืองและอุตสาหกรรมภาคเอกชน จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการให้บริการที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง รวมถึงการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและยั่งยืนสำหรับทุกคน ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ทั่วโลกมากกว่าร้อยละ 80 เกิดจากเมืองต่างๆ ของโลก ซึ่งผลิตก๊าซเรือนกระจกมากกว่าร้อยละ 60 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ตามรายงานขององค์การสหประชาชาติ

การสำรวจ Outlook CEO ประจำปี 2564 ของเคพีเอ็มจี แสดงให้เห็นว่าองค์กรระดับโลกกำลังเพิ่มการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางแรงกดดันของสาธารณชนในการสร้างความอย่างยั่งยืนสำหรับอนาคต
ทำลายระบบการทำงานที่ไม่เชื่อมต่อกันและอุปสรรคแบบดั้งเดิม: เมืองต่างๆ ในอนาคตมีความพร้อมที่จะเชื่อมโยงกันในรูปแบบที่ทำให้พลเมือง ธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนเป็นศูนย์กลาง ตัวอย่างเช่น การเป็นพันธมิตรระหว่างเคพีเอ็มจีประเทศนอร์เวย์และเมืองต่างๆ(United Cities) ที่ช่วยให้เมืองและเทศบาลเปิดกว้างสำหรับทุกคน ปลอดภัย ยืดหยุ่น และยั่งยืนมากขึ้น โดยการรวบรวมการวิจัยที่สำคัญและข้อมูลซึ่งวัดความคืบหน้าระหว่างเมืองลักษณะใกล้เคียงต่างๆ และแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกอย่างทันท่วงทีและบทเรียนที่สำคัญ เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าในเมืองทั่วโลกทั้งหมดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่งรวมถึงความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการระบุช่องโหว่ในโครงการความยั่งยืน ความสามารถ และข้อกำหนดด้านเงินทุนในปัจจุบัน การลงทุนในฮับนวัตกรรมและการพัฒนาดิจิทัลคู่ขนานยังถูกนำมาใช้เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับความต้องการในอนาคตและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น

ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเจริญรุ่งเรือง: ความต้องการเทคโนโลยีใหม่ๆ จะมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างและรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ การสำรวจรูปแบบใหม่ของการสร้างรายได้ตามเมืองต่างๆ จะมีความสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ความต้องการด้านความเร็วและความคล่องตัว: การวิจัยของ Forrester ซึ่งจัดทำโดยเคพีเอ็มจี แสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจตัดสินใจส่วนใหญ่ที่ทำแบบสำรวจ (ประมาณสองในสาม) เชื่อว่ากลยุทธ์ด้านกำลังคนและการออกแบบองค์กร ยังคงสนับสนุนกลยุทธ์และวัตถุประสงค์ของเมืองในปัจจุบัน แต่ผู้มีอำนาจตัดสินใจเหล่านี้ก็ยังเห็นถึงความจำเป็นในการตอบสนองต่อความต้องการสาธารณะที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาด้วยความเร็วและความคล่องตัวที่มากขึ้น โดยการปรับปรุงกลยุทธ์การเป็นพันธมิตรและการจัดการผลลัพธ์

“เมืองที่มีวิสัยทัศน์และมองไปข้างหน้าได้ลงมือวางแผนและออกแบบบริการสำหรับยุคสมัยใหม่ โดยเพิ่มขีดความสามารถที่เชื่อมต่อด้วยระบบดิจิทัล” เจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว กล่าว “สำหรับประเทศไทย โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีเป้าหมายที่จะสร้างเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) ใน 3 จังหวัด ซึ่งจะมีการพัฒนาศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง การลงทุน การค้า และประตูยุทธศาสตร์สู่ภูมิภาคเอเชีย โดยภายในปี 2565 ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะมุ่งสู่การมีเมืองอัจฉริยะ 100 เมืองทั่วประเทศ”

“เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างเมืองอัจฉริยะในประเทศไทยได้นั้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดต้องร่วมมือกันและทำงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน ความท้าทายต่างๆ ไม่สามารถเอาชนะได้โดยลำพัง” ธเนศ เกษมศานติ์ หัวหน้าฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและรัฐบาล เคพีเอ็มจี ประเทศไทย กล่าว “เมืองต่างๆ จำเป็นต้องเชื่อมต่อกันเพื่อแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและทรัพยากร เพื่อเร่งความก้าวหน้าและนำไปสู่การกำกับดูแลที่ชาญฉลาด”

“อนาคตของเมืองต่างๆ นอกจากจะต้องเชื่อมต่อถึงกันแบบไร้รอยต่อ และเน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลางแล้ว ยังต้องมีความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย” กาเนสัน โคลันเดเวลู หัวหน้าฝ่ายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน
เคพีเอ็มจี ประเทศไทย กล่าว “ในขณะที่ประชาคมโลกให้คำมั่นว่าจะบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ความสนใจจะตกมาอยู่ที่พื้นที่ในเมือง ตลอดจนผลกระทบที่เมืองมีต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ปัจจัยหนึ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้กับเมืองหนึ่งจากอีกเมืองหนึ่ง ไม่ใช่แค่สิ่งอำนวยความสะดวกและความสะดวกสบายที่มีให้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปล่อยคาร์บอนสุทธิและผลกระทบที่มีต่อโลกด้วย

สถานะที่เป็นอยู่ซึ่งกำหนดทิศทางของหน่วยงานภาครัฐแบบดั้งเดิมในปัจจุบัน อาจจะล้าสมัยเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เผยให้เห็นอนาคตขององค์กรต่างๆ ที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งจะส่งมอบบริการส่วนบุคคลที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ดังนั้นท้องถิ่นมีเวลาเหลือไม่มากเพื่อเริ่มต้นการเดินทางที่น่าตื่นเต้นนี้

เกี่ยวกับเคพีเอ็มจี
เคพีเอ็มจี เป็นเครือข่ายระดับโลกของบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบบัญชีและการให้ความเชื่อมั่นอื่น ภาษี กฎหมาย และให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เราดำเนินธุรกิจใน 146 ประเทศ และมีพนักงานมากกว่า 227,000 คนในบริษัทเคพีเอ็มจีทั่วโลก เคพีเอ็มจีในแต่ละประเทศเป็นองค์กรที่มีการดำเนินการเป็นเอกเทศ

เกี่ยวกับ เคพีเอ็มจี ประเทศไทย
เคพีเอ็มจี ประเทศไทย มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน ซึ่งให้บริการด้านการสอบบัญชีและการให้ความเชื่อมั่นอื่น ภาษี กฎหมายและให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เคพีเอ็มจี ประเทศไทยเป็นสมาชิกของ เครือข่ายเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

3เอ็ม เผยผลสำรวจ ประชากรภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เชื่อข้อมูลวิทยาศาสตร์-ตื่นตัวภาวะโลกร้อน

3เอ็ม เผยผลสำรว …

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: