Breaking News

ระบบ IT ในเอดจ์: ปลดล็อคศักยภาพด้านการพลิกโฉมของเอดจ์คอมพิวติ้ง

ระบบ IT ในเอดจ์: ปลดล็อคศักยภาพด้านการพลิกโฉมของเอดจ์คอมพิวติ้ง

องค์กรต่างต้องเร่งเครื่องเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัลในองค์กรของตนเนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโรค โดยกลุ่มองค์กรในแทบทุกวงการจำเป็นต้องทำงานในรูปแบบไฮบริดซึ่งพนักงานสามารถทำงานได้อย่างอิสระในทุกที่และปรับรูปแบบการทำงานได้ตามที่ตนต้องการ ทั้งนี้บริษัท  McKinsey and Company ได้คาดการณ์ว่า ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด ส่วนแบ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดิจิทัลหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับดิจิทัลของกลุ่มบริษัทจะมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นซึ่งเทียบเท่ากับการใช้เวลาทั้งหมดเจ็ดปีได้ในแค่เพียงไม่กี่เดือน

อุปกรณ์เอดจ์คอมพิวติ้งจึงกลายมาเป็นตัวละครหลักในการเปลี่ยนรูปแบบของสถานที่ทำงาน และได้กลายเป็นสิ่งที่แทบทุกคนพูดถึงในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยทั่วโลกได้ลงทุนซื้อเทคโนโลยีดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 250.6 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2567 มากกว่านั้นยังมีประมาณการว่า สถานที่ติดตั้งเอดจ์จะเพิ่มขึ้นอย่างเท่าทวีจนถึง 226% ในช่วงปี 2563 จนถึง 2568  ด้วยเหตุนี้เราจึงได้เห็นแล้วว่าอุปกรณ์เอดจ์คอมพิวติ้งจะสามารถเปลี่ยนโฉมรูปแบบการทำงานของเทคโนโลยีรุ่นใหม่ เช่น IoT ปัญญาประดิษฐ์และความจริงเสมือนแบบ Augmented ได้อย่างไร

พูดง่าย ๆ เอดจ์คอมพิวติ้งก็คือ อุปกรณ์คอมพิวติ้งและหน่วยความจำที่อยู่ระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์ตัวกลางและผู้ใช้ปลายทาง อุปกรณ์ หรือแหล่งข้อมูลนั่นเอง เอดจ์เป็นอุปกรณ์ประมวลผลแบบเรียลไทม์ที่จะช่วยให้ตอบสนองได้เร็วขึ้นและลดการใช้แบนด์วิธ อีกทั้งยังเป็นอุปกรณ์ตั้งอยู่ใกล้กับผู้ใช้อีกด้วย ในหลายกรณีที่เอดจ์คอมพิวติ้งได้กลายเป็นตัวเลือกแทนการใช้คลาวด์หรือดาต้าเซ็นเตอร์ตัวกลาง เมื่อเกิดกรณีที่ค่าความหน่วงไม่ได้ตามที่กำหนดไว้ หรือมีราคาสูงเกินที่จะให้บริการต่าง ๆ ซึ่งต้องส่งปริมาณข้อมูลมากขึ้นไปยังสถานที่ที่อยู่ห่างไกล  อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์จริง สถานที่ติดตั้งเอดจ์ (edge site) ก็คือตัวขับเคลื่อนในการประยุกต์ใช้คลาวด์นั่นเอง อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่เก็บข้อมูลซึ่งสามารถส่งข้อมูลไปยังคลาวด์ได้ในภายหลังเพื่อประมวลผล เก็บข้อมูล หรือการวิเคราะห์ในระยะยาว

ผู้ใช้เอดจ์กลุ่มแรก ๆ ต่างสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบายและประโยชน์ของอุปกรณ์คอมพิวติ้งในเอดจ์ รวมถึงยังได้ใช้นวัตกรรมทางโซลูชันและได้ก้าวข้ามระยะการริเริ่มทดลอง รวมถึงการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ในหลายสถานที่แบบเต็มรูปแบบ  มากกว่านั้นการพัฒนาประสิทธิภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน IT  กลุ่มองค์กรสามารถใช้ประโยชน์เชิงกลยุทธ์จากเอดจ์คอมพิวติ้งเพื่อขจัดปัญหาด้านความปลอดภัยของข้อมูลและความน่าเชื่อถือได้ เช่น หากดาต้าเซ็นเตอร์ตกเป็นเป้าหมายสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์ ระบบอาจปฏิเสธไม่ให้ใช้งานได้พร้อมกันในทุกที่ แต่ถ้าเราแยกคอร์เก็บไว้ตามสถานที่ติดตั้งเอดจ์หลายที่ก็จะสามารถลดภัยคุกคามจากการโจมตีรูปแบบดังกล่าวได้ ซึ่งเอดจ์คอมพิวติ้งต้องอาศัยเครือข่ายของผู้ใช้งานซึ่งอยู่ตามที่ต่าง ๆ ที่สามารถเข้าถึงและมีความสามารถในการประยุกต์ใช้ ดูแลและสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์ได้ เพราะโดยปกติแล้วอุปกรณ์จะติดตั้งอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Vertiv ได้เล็งเห็นการพัฒนาอันน่าตื่นตาตื่นใจในการประยุกต์ใช้เอดจ์ในองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการผลิต ซึ่งมุ่งเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หากมองถึงการที่เอดจ์คอมพิวติ้งที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค เราจะเห็นได้ถึงศักยภาพของการเติบโตของระบบนิเวศซึ่งกำลังเข้ามาและมีอิทธิพลต่อวงการอุตสาหกรรม

Vertiv พยายามช่วยให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ นำอุปกรณ์เอดจ์คอมพิวติ้งมาประยุกต์ใช้ได้ จึงสร้างแนวทางอันเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งช่วยจัดหมวดหมู่โครงสร้างพื้นฐานเอดจ์ให้อยู่ในโมเดลเฉพาะ  โดยจะทำให้องค์กรมีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับรูปแบบทางกายภาพสำหรับการนำเอดจ์ไปประยุกต์ใช้ในแต่ละรูปแบบ ซึ่งจะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ถูกต้องเมื่อต้องการปรับใช้ระบบคอมพิวติ้งในเอดจ์ โดยได้แบ่งโมเดลโครงสร้างพื้นฐานออกเป็นสี่ประเภทดังนี้

  • เอดจ์บนอุปกรณ์ – ระบบการประมวลนั้นอาจอยู่ในอุปกรณ์เลย (เช่น กล้องวิดีโออัจฉริยะที่มีความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์) หรืออาจเป็นส่วนเสริมที่ต่อเข้ากับอุปกรณ์โดยตรงก็ได้ (เช่น คอมพิวเตอร์แบบ Raspberry Pi ที่ติดตั้งในรถนำทางอัตโนมัติ) โดย Use Case ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่เอดจ์บนอุปกรณ์นั้นยังได้นำไปประยุกต์ใช้ในด้านการดูแลสุขภาพ การผลิต การค้าปลีก และเมืองอัจฉริยะ
  • เอดจ์ขนาดเล็ก – โซลูชันแบบสแตนอะโลนขนาดเล็กที่มักจะนำไปประยุกต์ตามสถานที่ติดตั้งเอดจ์ จะมีแรคเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่สองถึงสี่ชิ้น และยังสามารถใช้ได้ในสภาพแวดล้อมแบบควบคุมกับแบบที่ไม่ได้ควบคุมอีกด้วย ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการค้าปลึก การศึกษา การผลิต โทรคมนาคม การดูแลสุขภาพและเมืองอัจฉริยะ
  • เอดจ์ดาต้าเซ็นเตอร์แบบกระจายตัวดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็กที่มีแร็คมากถึง 20 ชิ้นจะติดตั้งอยู่ที่องค์กร เช่น โรงงานที่ทันสมัยหรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เอดจ์ดาต้าเซ็นเตอร์แบบกระจายตัวส่วนใหญ่มักใช้ในภาคการผลิต โทรคมนาคม การดูแลสุขภาพ เมืองอัจฉริยะ และการค้าปลีก
  • เอดจ์ดาต้าเซ็นเตอร์แบบภูมิภาค – ดาต้าเซ็นเตอร์ที่เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทำหน้าที่เป็นไซต์กลางประมวลผลข้อมูลซึ่งตั้งอยู่นอกศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์หลัก มีคุณสมบัติหลายอย่างเหมือนกับดาต้าเซ็นเตอร์แบบไฮเปอร์สเกล ปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือสูง อีกทั้งยังสามารถปรับสภาพและควบคุมได้อีกด้วย โดยกลุ่มค้าปลีก ภาคการผลิต และเมืองอัจฉริยะมักจะใช้โมเดลประเภทนี้

เนื่องจากกลุ่มธุรกิจต้องการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นพร้อมกับมีปริมาณการใช้ไอทีที่สูงขึ้น ผู้นำด้านไอทีจึงต้องค้นหาวิธีต่าง ๆ เพื่อนำการบริหารจัดการด้านไอทีมาประยุกต์ใช้ ซึ่งมีตั้งแต่เครือข่าย ตู้เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็กหรือแบบโมดูล แม้ว่าการประยุกต์ใช้เอดจ์คอมพิวติ้งอาจจะยังคงเป็นประเด็นที่ซับซ้อนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ก็มีศักยภาพล้นหลาม องค์กรต่างต้องใช้ประโยชน์จากความสามารถของเอดจ์ที่มีโซลูชันอันทรงประสิทธิภาพและสามารถปรับขนาดได้ โดยจะสามารถช่วยตรวจสอบและควบคุมโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีทั้งหมดได้จากระยะไกล และปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการพลิกโฉมธุรกิจด้วยนวัตกรรมและศักยภาพ

ยุคแห่งเอดจ์คอมพิวติ้งมาถึงแล้ว และทุกองค์กรต่างรีบนำระบบดังกล่าวมาใช้เพื่อให้ก้าวนำหน้าคู่แข่ง องค์กรจะสามารถพัฒนาการจัดการด้านไอที เสริมสร้างความปลอดภัย ช่วยเหลือผู้ใช้งาน และเพิ่มเวลาทำงานและการตอบสนองได้ตามที่ธุรกิจต้องการผ่านการมองเห็นและกระบวนการอัตโนมัติของเครื่องมือแบบ Open Source แบบศูนย์กลาง ความเป็นไปได้นั้นไม่มีขีดจำกัดและไม่มีช่วงเวลาใดที่ที่เหมาะสำหรับการค้นหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากไปกว่าตอนนี้แล้ว

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

3เอ็ม เผยผลสำรวจ ประชากรภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เชื่อข้อมูลวิทยาศาสตร์-ตื่นตัวภาวะโลกร้อน

3เอ็ม เผยผลสำรว …

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: