Breaking News

แอลจีร่วมกับผู้นำเทคโนโลยีทั่วโลก จัดเสวนาออนไลน์ “Future Talk” ถกคุณค่าของนวัตกรรมแบบเปิดในยุคใหม่

แอลจีร่วมกับผู้นำเทคโนโลยีทั่วโลก จัดเสวนาออนไลน์ Future Talk

ถกคุณค่าของนวัตกรรมแบบเปิดในยุคใหม่

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของแอลจีเผยกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมแบบเปิด

และความสำคัญของการร่วมมือสู่เป้าหมายที่สอดคล้องกันในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ทุกคน

 กรุงโซล, 18 มกราคม 2564 – ภายในงาน CES® 2021 ซึ่งจัดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเร็วๆ นี้ ดร. ไอพี พาร์ค ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (แอลจี) ได้ขึ้นเวทีเพื่อกล่าวถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทด้านนวัตกรรมแบบเปิดในยุคแห่งการเว้นระยะห่างทางสังคม ในฐานะเจ้าภาพของการเสวนา “LG Future Talk” พร้อมอธิบายและแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของนวัตกรรมแบบเปิดต่อหลักการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ครั้งล่าสุดของแอลจี

ในปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของแอลจีในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้นยังคงอยู่เช่นเดิม รวมถึงความสามารถในการปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคทั่วโลก โดย ดร. ไอพี พาร์ค เน้นถึงผลิตภัณฑ์แห่งการค้นพบครั้งใหม่อย่างหน้ากากฟอกอากาศ แอลจี เพียวริแคร์ (LG PuriCare Wearable Air Purifier) และกล้องตรวจวัดอุณหภูมิความร้อนอัจฉริยะแอลจี (LG Smart Thermal Camera) ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคมีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นและปลอดภัยมากขึ้นได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ แอลจียังปรับรูปแบบการทำงานของหุ่นยนต์ CLOi ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและภารกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่การฆ่าเชื้อโรคในบริเวณที่มีอัตราการจราจรสูงในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ไปจนถึงการจัดส่งสิ่งของไปตามบ้าน และการเสิร์ฟอาหารภายในร้าน เพื่อเพิ่มสุขลักษณะและลดโอกาสความเสี่ยงต่อสุขภาพของทั้งลูกจ้างและลูกค้า

ใจความสำคัญของการเสวนาในครั้งนี้คือนวัตกรรมแบบเปิด ซึ่ง ดร. ไอพี พาร์ค ได้ให้ข้อมูลร่วมกับ มร. แกรี แชพีโร ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาคมผู้พัฒนาเทคโนโลยีสินค้าสำหรับผู้บริโภค (Consumer Technology Association) ถึงพลังที่เติบโตขึ้นผ่านความร่วมมือของวงการและอุตสาหกรรมที่หลากหลายเพื่อมอบสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้แก่ผู้บริโภค โดยคณะกรรมการด้านนวัตกรรมของแอลจี (LG Innovation Council) เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของโครงการความร่วมมือหลากหลายโครงการของแอลจี ซึ่งได้รวบรวมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมาเรียนรู้และทำงานร่วมกัน เพื่อค้นหาโอกาสและวิธีการใหม่ๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน

มร. แกรี แชพีโร กล่าวว่า “เทคโนโลยีและภาคส่วนต่างๆ ล้วนมีเป้าหมายร่วมกันในการสนับสนุนแม่ข่ายของนวัตกรรมเชิงดิจิทัล ได้แก่ AI การเชื่อมต่อ 5G เทคโนโลยี IoT คลาวด์ เซ็นเซอร์ ระบบนำทาง และแบตเตอรี่ สิ่งเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีของการเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของพวกเรา และเรายังได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นในภาคส่วนอื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่ การขนส่ง โลจิสติกส์ เกษตรกรรม สาธารณสุข และแม้กระทั่งอุตสาหกรรมอาหาร”

แนวทางการพัฒนานวัตกรรมแบบเปิดเช่นนี้นำมาซึ่งรากฐานที่สำคัญของทุกโครงการที่แอลจีกำลังพัฒนาอยู่ โดยเฉพาะการดำเนินงานภายใต้แบรนด์ LG ThinQ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI และ IoT ของบริษัท ดร. ไอพี พาร์ค ได้กล่าวสรุปเกี่ยวกับแผนงานที่น่าตื่นเต้นในการพัฒนาอีโคซิสเต็มด้วยการเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดจากทุกหมวดเข้าด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่น่าพึงพอใจและความสะดวกสบายที่ล้ำหน้าให้แก่ผู้บริโภคว่า “ความสามารถและการเชื่อมต่อเทคโนโลยี AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่อุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างอีโคซิสเต็มเพื่อให้แอลจีและพันธมิตรร่วมมือกันในการขยาย ปรับปรุง และพัฒนาสิ่งที่เรานำเสนอให้แก่ผู้บริโภค”

การเสวนาในครั้งนี้ยังมี มร. เดวิด แรบบี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโทวาลา (Tovala) บริษัทผู้ผลิตชุดอาหารพร้อมปรุงด้วยเตาอบ ซึ่งจะถูกวางจำหน่ายผ่าน LG ThinQ Store ในเร็วๆ นี้ เข้าร่วมด้วย โดย ดร. ไอพี พาร์ค ได้กล่าวว่าในอนาคต แอพ LG ThinQ จะได้รับการพัฒนาจนมีความสามารถที่เหนือกว่าการควบคุมและการติดตามเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ และกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ จากความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายและการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น ฟีเจอร์ Scan-to-Cook ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าเตาอบสำหรับการอุ่นอาหารพร้อมปรุงที่เหมาะสมได้ในทันที ผ่านการสแกนบาร์โค้ดที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์ มอบประสบการณ์การบริหารจัดการภายในบ้านที่สะดวกสบาย เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคใช้เวลาได้มากขึ้นกับสิ่งที่มีความสำคัญกับพวกเขามากที่สุด

ดร. ไอพี พาร์ค ยังได้ร่วมเสวนากับ มร. ชอง-ฟรองซัว กาเย่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เอเลเม็นท์ เอไอ (Element AI) ซึ่งเป็นผู้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับขอบข่ายงานในหัวข้อ Levels of AI Experience กับ ดร. ไอพี พาร์ค ภายในงาน CES 2020 ปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองบริษัทและพันธมิตรอื่นๆ ได้ร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มแห่งนวัตกรรมครั้งใหม่ที่ชื่อว่า AIX Exchange ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้นำในอุตสาหกรรม นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และผู้บริโภค ติดต่อกันได้โดยตรงเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการใช้งาน AI เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ทุกคน นอกจากนี้ ดร. ไอพี พาร์ค ยังเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีอัจฉริยะที่แอลจีได้พัฒนาขึ้น รวมถึง Visual Pack ซึ่งจะมาพัฒนาความสามารถด้าน AI ของตู้เย็น ThinQ และกระจกอัจฉริยะของแอลจีให้มีเพิ่มมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการเสวนาดังกล่าวคือ วิสัยทัศน์ของแอลจีในการสร้างประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคที่สม่ำเสมอและสามารถขยายการเชื่อมต่อไปสู่ทุกภาคส่วนของชีวิตผู้บริโภค โดย ดร. ไอพี พาร์ค และ มร. ดมิทรี ลอสชีนิน รองประธานกรรมการบริหาร ดีเอ็กซ์ซี เทคโนโลยี (DXC Technology) และประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลักซอฟท์ (Luxoft) ได้ร่วมกันเปิดตัว อัลลูโท (Alluto) บริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ระหว่างแอลจีและดีเอ็กซ์ซี ลักซอฟท์ ซึ่งจะพัฒนาประสบการณ์ภายในพาหนะ โดยต่อยอดจาก webOS Auto ของแอลจีเพื่อเชื่อมต่อการทำงานภายในรถยนต์สู่การทำงานภายในบ้านและออฟฟิศได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อยกตัวอย่างถึงศักยภาพของ webOS ดร. ไอพี พาร์ค ได้นำเสนอแนวคิดห้องโดยสารอัจฉริยะแบบใหม่ ซึ่งจะนำเสนอประสบการณ์ร่วมแบบอินเทอร์แอคทีฟแก่ผู้โดยสาร รวมถึงความเป็นไปได้ของการสร้างอีโคซิสเต็มแบบเคลื่อนที่ด้วยระบบคลาวด์ เพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์และสาธารณะที่หลากหลาย เช่น การบริหารจัดการระบบโดยสารอัจฉริยะในเมืองอัจฉริยะแห่งอนาคต เป็นต้น

ดร. ไอพี พาร์ค เน้นว่า “เราตระหนักถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันข้ามอุตสาหกรรม เพราะการสร้างและขยายอีโคซิสเต็มเช่นนี้จำเป็นต้องใช้ความพยายามจากหลากหลายสาขา สิ่งที่สำคัญที่สุดของการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่าในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลคือการทำงานเป็นทีมและการร่วมมือกัน”

ท่านสามารถรับชมการเสวนา LG Future Talk และนวัตกรรมล่าสุดทั้งหมดของแอลจีได้ที่บูธแสดงสินค้าออนไลน์ภายในงาน CES 2021 ของบริษัท

# # #

เกี่ยวกับ แอลจี อีเลคทรอนิคส์

แอลจี อีเลคทรอนิคส์ อิงค์ เป็นผู้สร้างนวัตกรรมระดับโลกทั้งด้านเทคโนโลยีและการผลิตใน 140 แห่ง พร้อมพนักงานมากกว่า 70,000 คนทั่วโลก ในปี 2018 ยอดขายทั่วโลกอยู่ที่ 54.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแอลจีประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจห้ากลุ่ม คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและโซลูชั่นส์เครื่องปรับอากาศ โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โทรศัพท์มือถือ โซลูชั่นส์ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ และกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร ทั้งนี้ แอลจีถือเป็นผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกสำหรับผลิตภัณฑ์ที ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียมอย่าง LG SIGNATURE และ LG ThinQ ที่มาพร้อมกับปัญญาประดิษฐ์หรือ AI  สำหรับข้อมูลข่าวสารล่าสุดของแอลจี สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.LGnewsroom.com

เกี่ยวกับ แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ในประเทศไทย

บริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ ประเทศไทย (จำกัด) หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านภายใต้แบรนด์ แอลจี โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวขึ้นสู่ความเป็นแบรนด์ชั้นนำของเมืองไทยที่จะเติมเต็มชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยด้วยนวัตกรรมระดับโลกโดยในประเทศไทยนั้น ประกอบไปด้วย 3 หน่วยธุรกิจสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ธุรกิจเครื่องปรับอากาศและโซลูชั่นด้านพลังงานแอลจีเป็นผู้นำด้านการผลิตทีวีจอแบน อุปกรณ์ภาพและเสียง เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และตู้เย็นที่มีคุณภาพระดับโลก นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยีและคุณภาพที่วางใจได้แล้ว แอลจียังมุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ผ่านกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบที่น่าสนใจและหลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับสโลแกน “Life’s Good”

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับแอลจีได้ที่ www.LGnewsroom.com และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอลจี ประเทศไทย ได้ที่ www.lg.com/th

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

หัวเว่ย เอเชีย แปซิฟิกเปิดตัวโซลูชันแคมปัสอัจฉริยะเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมแคมปัสอัจฉริยะ

หัวเว่ย (Huawei …

%d bloggers like this: