Breaking News

ผลการสำรวจของฟูจิตสึ ชี้ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างหยุดไม่อยู่ในธุรกิจค้าปลีก

ผลการสำรวจของฟูจิตสึ ชี้ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น

ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างหยุดไม่อยู่ในธุรกิจค้าปลีก

ประเด็นข่าว:

–          ผลการสำรวจตอกย้ำความสำคัญของดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นและเทคโนโลยีที่รองรับสำหรับธุรกิจค้าปลีก

–         ฝ่ายการเงินในธุรกิจค้าปลีกเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ตามมาด้วยฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า และฝ่ายปฏิบัติการค้าปลีก

–         ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกเข้าสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น ประสบการณ์ลูกค้าจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในอนาคต

ประเทศไทย , 7 สิงหาคม 2563 – การปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล (Digital Transformation – DX) ในธุรกิจค้าปลีกนับว่ามีความสำคัญอย่างมากและเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ตามผลการสำรวจทั่วโลกที่

ฟูจิตสึตีพิมพ์เผยแพร่โดยกว่าสองในสามของผู้ค้าปลีกใน 9 ประเทศ1 มองว่า DX มีความสำคัญอย่างมากต่อเทคโนโลยีด้านค้าปลีก และมีเพียง 7% เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย

ขณะที่ประสบการณ์ช้อปปิ้งในร้านค้าแบบเก่าและแบบออนไลน์ผสานรวมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนมากขึ้นผลการศึกษาจาก DataDriven สำหรับฟูจิตสึยืนยันว่า ผู้ค้าปลีกส่วนใหญ่กำลังดำเนินโครงการ DX อย่างจริงจัง โดย 63% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้ปรับใช้เทคโนโลยีเป็นที่เรียบร้อยแล้วหรืออยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้งสำหรับฝ่ายการเงิน ตามมาติดๆ ด้วยฝ่ายขาย (62%), ฝ่ายบริการลูกค้า (59%) และฝ่ายปฏิบัติการค้าปลีก (59% เช่นกัน)

นายริชาร์ด คลาร์ก กรรมการบริหาร ฝ่ายค้าปลีกทั่วโลกของฟูจิตสึ แสดงความเห็นว่า “ธุรกิจค้าปลีกเปรียบเสมือนเลนส์ที่ส่องขยายให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นในระดับที่ลึกซึ้งซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเรา ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นับเป็นตัวเร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจค้าปลีกอย่างรวดเร็วและไม่อาจหยุดยั้งได้  ผลการศึกษาล่าสุดของฟูจิตสึชี้ให้เห็นว่าผู้ค้าปลีกตอบสนองต่อแรงขับเคลื่อนเหล่านี้อย่างมุ่งมั่นและกำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมเรามอบหมายให้มีการสำรวจเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อเจาะลึกข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ DX ในธุรกิจค้าปลีก และการที่ทีมงานฝ่ายการเงินเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงควบคู่ไปกับฝ่ายขายและฝ่ายบริการลูกค้าสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของโครงการ DX ซึ่งจะช่วยปรับปรุงผลการดำเนินงานและกำไรของธุรกิจ”

ระบบค้าปลีกออนไลน์และออฟไลน์ผสานรวมเข้าด้วยกันมากขึ้น

ผลการศึกษาดังกล่าวชี้ว่า DX ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภาคธุรกิจค้าปลีกทั่วโลกดังต่อไปนี้:

  • ผู้ค้าปลีกปรับใช้ระบบการขายผ่านทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันกว่าหนึ่งในสาม (34%) นำเสนอสินค้าและบริการส่วนใหญ่ผ่านทางออนไลน์ และวิกฤตโควิด-19 เร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
  • ผู้ค้าปลีกจำนวนมากใช้รูปแบบออนไลน์และออฟไลน์อย่างผสมผสานกัน โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์แล้วไปรับของที่ร้าน (‘buy online, pick-up in-store’ หรือ BOPIS) โดยผู้ค้าปลีกเกือบสองในสาม (64%) เห็นด้วยว่าระบบค้าปลีกออนไลน์และออฟไลน์ค่อยๆ ผสานรวมเข้าด้วยกันเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • มีการนำเสนอข้อมูลค้าปลีกให้แก่ผู้ซื้อ เช่น ระดับสต็อกสินค้าในปัจจุบัน โดยผู้ค้าปลีกเกือบเจ็ดในสิบ (69%) มองว่าการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อผู้ขาย

ผลกระทบเพิ่มเติมของ DX ต่อผู้ค้าปลีก:

  • การลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของโลจิสติกส์ คลังสินค้า และการขนส่ง ตามความเห็นของผู้ตอบแบบสอบถาม 21%  ส่วนด้านอื่นๆ ที่ DX ช่วยลดต้นทุน/ค่าใช้จ่ายได้แก่ การเงิน (20%), การซ่อมบำรุง (20%), การปฏิบัติงาน (19%), ไอซีที (18%) และการดำเนินงานด้านค้าปลีก (18%)
  • ในส่วนของบริการลูกค้า ผู้ตอบแบบสอบถาม 29% ระบุว่ามีการปรับปรุงดีขึ้น  ส่วนด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าโดยตรงและมีการปรับปรุงดีขึ้นได้แก่ คอลล์เซ็นเตอร์ (19%), การตลาด (16%) และนวัตกรรมสำหรับที่ทำงาน (16%)

ระบบคลาวด์สาธารณะแซงหน้าระบบคลาวด์ภายในองค์กรและไฮบริดคลาวด์

ในแง่ของตัวเลือกเทคโนโลยีสำหรับ DX ระบบคลาวด์มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นสำหรับการประมวลผลด้านไอซีทีในธุรกิจค้าปลีก และซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (Software-as-a-Service – SaaS) เป็นแหล่งแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด (32%) แต่ผู้ค้าปลีกจำนวนมากยังคงใช้ระบบประมวลผลภายในองค์กร (24%) หรือแอพพลิเคชั่นสำเร็จรูปสำหรับองค์กร (18%) แม้ว่าเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งจะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่มีผู้ค้าปลีกบางรายที่เชื่อว่าเทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำเสนอเกินความเป็นจริง อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่มักจะระบุว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรจะเป็น และโดยมากแล้วผู้ค้าปลีกที่ไม่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีคลาวด์จะยังคงใช้ระบบประมวลผลที่ติดตั้งไว้ภายในองค์กร

AI มีอนาคตสดใสในธุรกิจค้าปลีก และ Internet of Things จะมีบทบาทสำคัญในอนาคต

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence – AI) มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในธุรกิจค้าปลีก โดยผู้ค้าปลีกสองในสาม (69%) มองว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยสร้างโอกาส และผู้ค้าปลีกจำนวนหนึ่ง (66%) เชื่อว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตและช่วยสร้างงานใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น  แม้ว่าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Internet of Things (IoT) จะมีการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลายในธุรกิจค้าปลีก แต่การปรับใช้เทคโนโลยีนี้ยังคงอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม 69% เชื่อว่า  ในท้ายที่สุดแล้ว เทคโนโลยีนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกอย่างแน่นอน

เสริมศักยภาพให้ผู้ค้าปลีกสำหรับการปฏิรูปในอนาคต

ฟูจิตสึเชื่อมั่นในการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ลูกค้าเพื่อให้สามารถดำเนินการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยรองรับภารกิจและเป้าหมายที่สำคัญ และปรับปรุงประสบการณ์ให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โครงการ Co-creating ของฟูจิตสึ   เปิดโอกาสให้ผู้ค้าปลีกใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมไปถึงแนวทางของฟูจิตสึในการออกแบบประสบการณ์โดยมุ่งเน้นที่บุคคล (Human-centric Experience Design – HXD) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจผ่านการลงทุนและการตัดสินใจที่เกี่ยวกับ DX โดยอ้างอิงข้อมูลอย่างรอบด้าน ผู้เชี่ยวชาญด้าน HXD จะให้คำปรึกษาแก่ผู้ค้าปลีกตามแนวทาง Co-creation เพื่อให้สามารถออกแบบโครงการปรับปรุงการดำเนินงานโดยสอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจนในอนาคตการให้คำปรึกษาทางออนไลน์นี้ครอบคลุมทุกเขตเวลา (Timezone) ทั่วโลก โดยลูกค้าจะต้องให้ความทุ่มเท ในเรื่องของเวลา และมีผู้เข้าร่วมโครงการจากหลายๆ ส่วนงาน และมุ่งมั่นที่จะดำเนินการปรับปรุงอย่างจริงจัง

หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ

1 การศึกษาวิจัยดำเนินการโดย DataDriven เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารฝ่ายไอซีที 197 คนจากองค์กรธุรกิจค้าปลีกทุกขนาดใน 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา การศึกษาดังกล่าวเก็บรวบรวมข้อมูลโดยอ้างอิงดัชนีชี้วัด 2 ข้อ ได้แก่ รายได้รวมต่อปี และจำนวนพนักงาน  ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ทำงานในองค์กรที่มีรายได้ต่อปีอยู่ในช่วง 1 ล้านดอลลาร์ ถึง 250 ล้านดอลลาร์ และ 17%  เป็นองค์กรที่มีรายได้ต่อปีเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

ข้อมูลทางออนไลน์

–         ติดตามฟูจิตสึบน Twitter: http://www.twitter.com/Fujitsu_Global

–         ติดตามฟูจิตสึบน LinkedIn: http://www.linkedin.com/company/fujitsu

–         พบกับฟูจิตสึบน Facebook: http://www.facebook.com/FujitsuICT

–         รูปภาพและมีเดียเซิร์ฟเวอร์ของฟูจิตสึ: http://mediaportal.ts.fujitsu.comฃ/pages/portal.php

–         หากต้องการทราบข่าวคราวอัพเดตอย่างสม่ำเสมอ ใส่บุ๊คมาร์คสำหรับห้องข่าวของฟูจิตสึ: https://www.fujitsu.com/emeia/about/resources/news/newsroom.html

 เกี่ยวกับฟูจิตสึ

ฟูจิตสึเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำของญี่ปุ่น นำเสนอผลิตภัณฑ์ โซลูชั่น และบริการด้านเทคโนโลยี  พนักงานของฟูจิตสึราว 130,000 คนให้บริการแก่ลูกค้าในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก  เราใช้ประสบการณ์ของเราและพลังของไอซีทีเพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งอนาคตร่วมกับพนักงานของเรา บริษัท ฟูจิตสึ จำกัด (TSE: 6702) มีรายได้รวม 3.9 ล้านล้านเยน (35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ http://www.fujitsu.com/

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

Megaport Extends Global Reach of Oracle Cloud

– Megapor …

%d bloggers like this: