Breaking News

หัวเว่ยเผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2019  ผลักดันด้านความเสถียรของเครือข่าย พร้อมความร่วมมือเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าและยั่งยืน

หัวเว่ยเผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2019
ผลักดันด้านความเสถียรของเครือข่าย พร้อมความร่วมมือเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าและยั่งยืน

[เซินเจิ้น ประเทศจีน, 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563] หัวเว่ยเผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2019 โดยระบุถึงความคืบหน้าของบริษัทในการสนับสนุนด้านความเสถียรและความปลอดภัยของเครือข่าย การลดการก่อมลพิษ การรับมือกับปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิอากาศ (climate change) การนำเทคโนโลยี “TECH4ALL” มาปรับใช้จริง และสนับสนุนเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การสนับสนุนด้านความเสถียรของเครือข่ายยังคงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มีต่อความรับผิดชอบทางสังคมและภารกิจของหัวเว่ย โดยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติ อาทิ แผ่นดินไหว พายไต้ฝุ่น สึนามิ หรือความขัดแย้งที่ทำให้เกิดการปะทะของกองกำลังติดอาวุธ พนักงานของหัวเว่ยถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยดูแลให้เครือข่ายการสื่อสารเป็นปกติและคอยช่วยเหลือให้การปฏิบัติงานบนเครือข่ายต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นท่ามกลางวิกฤติการณ์เหล่านั้น ในปี 2019 หัวเว่ยได้คอยดูแลให้เครือข่ายต่างๆ สามารถใช้งานได้ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่และภัยพิบัติทางธรรมชาติมากกว่า 200 เหตุการณ์

นายเหลียง หัว ประธานคณะกรรมการของหัวเว่ยกล่าวว่า “ในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้เผชิญกับความท้าทายมากมายที่ไม่เคยประสบมาก่อน แต่เราก็ยังยืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง เราทำงานอย่างข้ามวันข้ามคืนเพื่ออุดช่องโหว่ต่างๆ ในธุรกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทายมากมาย เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ รวมทั้งยังสามารถส่งมอบสินค้าและบริการให้ถึงมือผู้บริโภคได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยเราได้ช่วยติดตั้งเครือข่ายในกว่า 170 ประเทศ คิดเป็นมูลค่าหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐ การทำให้เครือข่ายต่างๆ เหล่านี้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างน่าเชื่อถือ รวมทั้งทำให้ผู้คนมีเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อใช้งาน ไม่เพียงเป็นแค่วัตถุประสงค์ของเรา แต่ยังเป็นเป้าหมายหลักในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของเราอีกด้วย”

หัวเว่ยยังได้เปิดเผยเป้าหมายในระยะกลางและระยะยาว ในด้านการลดการปล่อยมลพิษก๊าซเรือนกระจก ระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน และพลังงานหมุนเวียน รวมถึงความคืบหน้าต่างๆ ในปี 2019 ด้วยเช่นกัน

ด้านภารกิจการลดมลพิษจากก๊าซเรือนกระจก ประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานของผลิตภัณฑ์หลักจากหัวเว่ยเพิ่มขึ้นถึง 22% โดยในปีที่ผ่านมา หัวเว่ยใช้พลังงานสะอาดกว่า 1,250 ล้านกิโลวัตต์ เทียบเท่ากับการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 570,000 ตัน

เพื่อร่วมมีส่วนช่วยเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ เช่น 86% ของผลิตภัณฑ์ที่ถูกส่งคืนมายังบริษัท ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ และมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ของหัวเว่ยเพียง 1.24% ที่ถูกนำไปกำจัดในหลุมฝังกลบ

หัวเว่ยยังใช้ทรัพยากรหมุนเวียนมากขึ้น โดยโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ที่สร้างขึ้นในแคมปัสของหัวเว่ยมีกำลังการผลิตรวม 19.35 เมกะวัตต์ และผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 13.57 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงในปี 2019 ทั้งนี้ หัวเว่ยยังได้ประยุกต์ใช้โซลูชัน Smart PV ในขอบข่ายที่ใหญ่ขึ้น เช่น โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ ในจังหวัดคูคุย ประเทศอาร์เจนตินา โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปีละ 660 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานสำหรับ 160,000 ครัวเรือน

หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคมดิจิทัล และทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้ ในปีที่ผ่านมา หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชัน RuralStar Lite (the RuralStar Lite solution) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างไซต์สัญญาณได้อย่างมหาศาล และสามารถเชื่อมต่อประชากรมากกว่า 40 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเข้าด้วยกัน โซลูชันดังกล่าวสร้างการเชื่อมต่อผ่านสภาพภูมิประเทศทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่ราบ เนินเขา ทะเลทราย หรือหมู่เกาะ หัวเว่ยยังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์สร้าง DigiTruck ห้องเรียนดิจิทัลเคลื่อนที่ ซึ่งฝึกอบรมความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลให้กับชาวเคนยาเกือบ 800 รายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล และในเดือนกันยายน 2019 หัวเว่ยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับสำนักงานระดับภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกของยูเนสโก ในการทำงานร่วมกันเพื่อนำ DigiTruck เข้าไปในอีกหลายประเทศ และทำให้ชาวแอฟริกาทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมกัน

หัวเว่ยระบุในรายงานว่า เทคโนโลยีไอซีทีจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ และขอให้ทั้งแวดวงอุตสาหกรรมร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษยชาติ

นายเทา จิงเหวิน (Tao Jingwen) คณะกรรมการและประธานกรรมการ CSD ของหัวเว่ย กล่าวว่า “หัวเว่ยเชื่อในการเปิดกว้างและความร่วมมือเพื่อความสำเร็จร่วมกัน เรากำลังทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ร่วมแวดวงอุตสาหกรรม เช่น บริษัทซัพพลายเออร์ของเรา เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มของภาคอุตสาหกรรม เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเอาชนะอุปสรรคและความท้าทายเหล่านี้ได้ เราจะมุ่งมั่นต่อไปจนถึงที่สุด และจะเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าของเราและสังคมโลกในวงกว้างต่อไป”

อ่านรายงานด้านความยั่งยืนปี 2019 ฉบับเต็มของหัวเว่ยได้ที่ http://www.huawei.com/en/sustainability/sustainability-report

# # #

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ ด้วยโซลูชั่นที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคม, ไอที, สมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คนทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการที่ครบวงจรของ    หัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่งขันและเชื่อถือได้ จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบและทุกขนาด นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลในด้านการวิจัย เน้นค้นหานวัตกรรมด้านเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้า เรามีพนักงานกว่า 194,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com

ติดตามเราได้ที่

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/HuaweiTechTH

http://www.youtube.com/Huawei

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

Huawei Users Get Gifts to Celebrate Motorball Launch on AppGallery

Combining the f …

%d bloggers like this: