Breaking News

‘IBM’ และ ‘Red Hat’ ส่งโซลูชัน ‘เอ็ดจ์คอมพิวติง’ รับยุค 5G

IBM’ และ ‘Red Hat’ ส่งโซลูชัน ‘เอ็ดจ์คอมพิวติง’ รับยุค 5G

 อาร์มองค์, นิวยอร์ค 6 พฤษภาคม 2563: ไอบีเอ็มเปิดตัวบริการและโซลูชันใหม่ช่วยองค์กรและบริษัทโทรคมนาคมเร่งก้าวเข้าสู่เอ็ดจ์คอมพิวติง (Edge computing) ในยุค 5G โดยเป็นการผนวกเอาประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์ของไอบีเอ็ม เข้ากับศักยภาพผู้นำเทคโนโลยีโอเพนซอร์สของเรดแฮต ที่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไอบีเอ็มเมื่อปีที่แล้ว ภายใต้การซื้อกิจการที่เป็นหนึ่งในครั้งใหญ่ที่สุดของแวดวงเทคโนโลยี

ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกต่างเริ่มตระหนักแล้วว่าเน็ตเวิร์คโทรคมนาคม 5G ที่มาพร้อมกับความเร็วสูงและการดีเลย์ของการรับส่งข้อมูลที่ต่ำมาก จะกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้งานเอ็ดจ์คอมพิวติง โดยวันนี้ไอบีเอ็มพร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจได้พัฒนาโซลูชันมัลติคลาวด์ต่างๆ เพื่อช่วยให้กิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ หรือฟีเจอร์ความปลอดภัยต่างๆ ของยานยนต์ที่เชื่อมต่อกัน สามารถได้รับประโยชน์สูงสุดจาก 5G และไม่ต้องเสียเวลากับการส่งเวิร์คโหลดไปที่คลาวด์กลางอีกต่อไป

“ในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนในปัจจุบัน องค์กรต่างพยายามสร้างความแตกต่างให้ตัวเองด้วยการสร้างประสบการณ์ที่ก้าวล้ำและตอบสนองต่อลูกค้าได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเตรียมองค์กรให้พร้อมปรับตัวและพร้อมให้บริการลูกค้าอยู่เสมอ” นายเดนิส เคนเนลลี กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจไอบีเอ็มไฮบริดคลาวด์ กล่าว “ไอบีเอ็มกำลังพยายามเต็มที่ที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ ได้รับประโยชน์จากเอ็ดจ์คอมพิวติงและ 5G อย่างเต็มที่ ผ่านโซลูชันไฮบริดมัลติคลาวด์ที่ผนวกศักยภาพของ Red Hat OpenShift เข้ากับความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างๆ ของไอบีเอ็ม อย่างที่ไม่มีบริษัทไหนจะทำได้”

โซลูชันเหล่านี้จะรันบน Red Hat OpenShift ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคูเบอร์นิทิสชั้นนำที่ทำงานได้บนทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ พับลิคคลาวด์ หรือเอ็ดจ์ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถรับมือกับความซับซ้อนในการบริหารจัดการเวิร์คโหลดมากมายหลายยี่ห้อที่มีจำนวนมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้บริษัทโทรคมนาคมมีความคล่องตัวในการให้บริการบนพื้นฐานของเอ็ดจ์ โดยต่อจากนี้ไป องค์กรในทุกอุตสาหกรรมจะสามารถใช้ประโยชน์จากเอ็ดจ์คอมพิวติ้งได้อย่างเต็มที่ เช่น การรันเอไอและอนาไลติกส์บนเอ็ดจ์เพื่อให้สามารถวิเคราะห์มุมมองเชิงลึกได้แบบเรียลไทม์ที่หน้างาน โดยไม่ต้องส่งประมวลผลที่คลาวด์กลางเหมือนในปัจจุบัน

โซลูชันใหม่เหล่านี้ ประกอบด้วย

  • IBM Edge Application Manager โซลูชันบริหารจัดการที่มีความคล่องตัว ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถ deploy เวิร์คโหลดเอไอ อนาไลติกส์ และไอโอที ได้จากระยะไกล จึงสามารถวิเคราะห์และแสดงมุมมองเชิงลึกต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ โดยที่ผู้ดูแลระบบหนึ่งคนสามารถบริหารจัดการเอ็ดจ์ได้ถึง 10,000 โหนดภายใต้ระบบที่มีความปลอดภัย
  • IBM Telco Network Cloud Manager โซลูชันใหม่ที่ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมฟังก์ชันเน็ตเวิร์คทั้งแบบเวอร์ชวลและแบบคอนเทนเนอร์บน Red Hat OpenShift และแพลตฟอร์ม Red Hat OpenStack ซึ่งมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะกับบริษัทโทรคมนาคมที่กำลังมองหาแนวทางปรับปรุงเน็ตเวิร์คให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับบริการใหม่ๆ เมื่อการใช้งาน 5G เริ่มแพร่หลายมากขึ้น
  • พอร์ทโฟลิโอแอพพลิเคชันและบริการบนพื้นฐานของเอ็ดจ์ อาทิ IBM Visual Insights, IBM Maximo Production Optimization, IBM Connected Manufacturing, IBM Asset Optimization, IBM Maximo Worker Insights และ IBM Visual Inspector ที่ช่วยให้องค์กรสามารถขยายการใช้งานเอไอ รวมถึงแอพและบริการค็อกนิทิฟต่างๆ ออกไปในวงกว้าง
  • บริการด้านเอ็ดจ์คอมพิวติงและเน็ตเวิร์คโทรคมนาคมจาก IBM Services ที่นำเอาความเชี่ยวชาญของทีมงานไอบีเอ็มเข้าช่วยให้องค์กรในทุกอุตสาหกรรมสามารถส่งมอบบริการเกี่ยวกับ 5G และเอ็ดจ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ไอบีเอ็มยังได้เปิดตัว IBM Edge Ecosystem แลIBM Telco Network Cloud Ecosystem ที่ผนึกทัพ ISVs, GSIs ฯลฯ รวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์ ผู้ให้บริการเน็ตเวิร์คและไอที และผู้ให้บริการซอฟต์แวร์อย่าง Cisco, Dell Technologies, Juniper, Intel, NVIDIA, Samsung, Packet & Equinix, Hazelcast, Sysdig, Turbonomic, Portworx,  Humio, Indra Minsait, Eurotech, Arrow Electronics, ADLINK, Acromove, Geniatech, SmartCone, CloudHedge, Altiostar, Metaswitch, F5 Networks และ ADVA เพื่อร่วมขับเคลื่อนบริการแก่องค์กรต่างๆ  

Vodafone Business คือหนึ่งในองค์กรที่กำลังร่วมมือกับไอบีเอ็มในการนำเอ็ดจ์คอมพิวติงเข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และช่วยเพิ่มความสามารถในการผลิตในพื้นที่ห่างไกล อาทิ แท่นขุดเจาะน้ำมัน โรงงาน คลังสินค้า ท่าเรือ และเหมือง โดยการใช้เซ็นเซอร์ เอไอ และวิดีโออนาไลติกส์ ในการทำความเข้าใจและรับมือกับเหตุที่ไม่คาดคิดต่างๆ ภายในเวลาเสี้ยววินาที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างปลอดภัย

ซัมซุง กำลังร่วมมือกับไอบีเอ็มและ M1 ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการพัฒนาและทดสอบโซลูชัน Industry 4.0 ให้กับ Infocomm Media Development Authority (IMDA) ของสิงคโปร์ โดยใช้เทคโนโลยี 5G และเอ็ดจ์คอมพิวติง

#######################

 เกี่ยวกับไอบีเอ็ม  

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ibm.com/cloud/

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

เจาะ 3 เทรนด์ฟินเทคในชีวิตวิถีใหม่

เจาะ 3 เทรนด์ฟิ …

%d bloggers like this: