Breaking News
Home / ข่าวไอที / เทรนด์ไมโคร เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2019 เติบโตอย่างต่อเนื่อง

เทรนด์ไมโคร เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2019 เติบโตอย่างต่อเนื่อง

เทรนด์ไมโคร เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2019 เติบโตอย่างต่อเนื่อง

การเติบโตของบริษัทมาจากการวางแผนกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ

กรุงโตเกียว – เทรนด์ไมโคร (TYO: 4704; TSE: 4704) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ประกาศผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2019 ที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2019 ที่ผ่านมา

โดยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 นั้น ธุรกิจภาพรวมของเทรนด์ไมโครเติบโต 3 เปอร์เซ็นต์เมื่อคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ซึ่งความสำเร็จนี้มาจากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจ ระบบความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานแบบไฮบริดจ์ ที่มีการเติบโตของยอดขายอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์เมื่อพิจารณาที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่เช่นเดียวกัน ผลประกอบการนี้ทำให้บริษัทยังคงตำแหน่งผู้นำในตลาดด้านความปลอดภัยระดับองค์กรทั่วโลกไว้อย่างแข็งแกร่ง

“ในไตรมาสที่ 2 นั้น เทรนด์ไมโครยังทุ่มการลงทุนทรัพยากรอย่างต่อเนื่องในการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวด้าน DevOps”  อีวา เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ)  บริษัท เทรนด์ ไมโคร กล่าว “ในช่วงการประชุมร่วมกับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ที่สำคัญประจำปีเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น เราได้นำเสนอโร้ดแมปโซลูชั่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรก อันได้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยที่ออกแบบสำหรับ DevOps, ความก้าวหน้าด้านความปลอดภัยสำหรับเทคโนโลยีที่ใช้ในงานปฏิบัติการ, รวมทั้งประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์ม Trend Micro XDR”

สำหรับไตรมาสที่ 2 นี้ เทรนด์ไมโครได้ประกาศตัวเลขยอดขายรวมสุทธิไว้ที่ 39,988 ล้านเยน (หรือคิดเป็น 364 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อคิดที่อัตราแลกเปลี่ยน 109.75 เยน ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ) รวมทั้งประกาศรายรับจากการดำเนินงานไว้ที่ 8,980 ล้านเยน (หรือ 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยคิดเป็นรายรับสุทธิที่เข้ามายังบริษัทแม่จริงอยู่ที่ 6,746 ล้านเยน (หรือ 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) สำหรับไตรมาสนี้

บริษัทจะยังไม่ทบทวนตัวเลขประมาณการณ์ของผลประกอบการทั้งปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2019 (ที่เคยประกาศออกมาเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019) ซึ่งเมื่ออ้างอิงจากข้อมูลที่มีอยู่ปัจจุบันของบริษัทแล้ว ยอดขายรวมสุทธิของทั้งปีที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2019 นี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 168,600 ล้านเยน (หรือ 1,532 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อคิดที่อัตราแลกเปลี่ยน 110 เยนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยที่รายรับจากการดำเนินงานและรายรับสุทธิจะประมาณไว้อยู่ที่ 38,000 ล้านเยน (หรือ 345 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และ 28,700 ล้านเยน (หรือ 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ตามลำดับ

ตัวเลขอัตราการเติบโตนี้คำนวณโดยใช้สกุลเงินเยนญี่ปุ่นเป็นหลัก ซึ่งความแตกต่างที่อาจเกิดขึ้นนั้นจะระบุเทียบกับเงินในสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ได้รับอิทธิพลจากความไม่สม่ำเสมอของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

ความเป็นผู้นำด้านระบบความปลอดภัยสำหรับคลาวด์และคอนเทนเนอร์:

ในไตรมาสนี้ เทรนด์ไมโครได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านระบบความปลอดภัยสำหรับคลาวด์ขึ้นอีกด้วยการประกาศเปิดตัวโซลูชั่นที่รวมทุกอย่างในหนึ่งเดียว ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดในตลาดสำหรับปกป้องโหลดงานที่กระจายบนคลาวด์และคอนเทนเนอร์ โดยมีการเปิดตัวความสามารถด้านความปลอดภัยสำหรับคอนเทนเนอร์ที่พัฒนามากขึ้น ที่นำมาเพิ่มใน Trend Micro Deep Security เพื่อยกระดับการปกป้องให้ครอบคลุมทุกกระบวนการของ DevOps ไปจนถึง Runtime Stack

นอกจากนี้ เทรนด์ไมโครยังประกาศการพัฒนาระบบ Deep Security เพื่อตอบสนองความต้องการที่มากขึ้นในการปกป้องสภาพแวดล้อมการทำงานแบบมัลติคลาวด์ โดยความต้องการในจุดนี้นั้นถูกเน้นย้ำมากขึ้นในกลุ่ม CISO ระหว่างการประชุมลูกค้าระดับผู้บริหารของเราประจำไตรมาส ซึ่งกว่า 77 เปอร์เซ็นต์ต่างระบุว่าพวกเขากำลังวางแผนที่จะใช้ระบบแบบมัลติคลาวด์สำหรับสภาพแวดล้อมการทำงานบนคลาวด์

อีวา เฉิน กล่าวเสริมว่า “กลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของเรานั้นได้ก้าวล้ำไปอีกขั้นเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถพึ่งพาคลาวด์ คอนเทนเนอร์ จนไปถึงแม้แต่โครงสร้างพื้นฐานแบบ Serverless ได้ดียิ่งขึ้น”

ที่ผ่านมาบริษัทได้การยอมรับในความสำเร็จจากการรักษาความปลอดภัยให้แก่แพลตฟอร์มคลาวด์ชั้นนำอย่าง AWS และ Azure จนในไตรมาสนี้มีการประกาศขยายความครอบคลุมด้านการรักษาความปลอดภัยไปยังแพลตฟอร์มของ Google ด้วย ความสามารถใหม่เหล่านี้ถูกออกแบบให้ปกป้องเวอร์ชวลแมชชีนบนแพลตฟอร์ม Google Cloud, Kubernetes, และมีการผสานระบบสแกนอิมเมจคอนเทนเนอร์เข้ากับ Google Kubernetes Engine อีกด้วย

การปกป้องอีเมล์เมื่อย้ายขึ้นไปอยู่บนคลาวด์

เทรนด์ไมโครเน้นย้ำเสมอว่าตนเองมีระบบความปลอดภัยสำหรับอีเมล์ที่ครอบคลุมมากที่สุด ไม่เพียงปกป้องแพลตฟอร์มชั้นนำที่ตั้งอยู่ในองค์กรเท่านั้น แต่ยังขยายความครอบคลุมไปปกป้องระบบที่ให้บริการผ่านคลาวด์อย่าง Microsoft Office 365 และ G Suiteของ Gmailด้วย จนทำให้เทคโนโลยีของเทรนด์ไมโครที่มีการพัฒนานวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่องนี้ได้การยอมรับ และเสียงชื่นชมจากกลุ่มนักวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องมากมาย

ไตรมาสนี้ได้มีการประกาศให้เทรนด์ไมโครได้รับตำแหน่งผู้นำในด้านระบบความปลอดภัยของอีเมล์ระดับองค์กรในรายงาน The Forrester Wave™: Enterprise Email Security, Q2 2019 ซึ่งเทรนด์ไมโครได้รับคะแนนสูงที่สุดที่ให้ได้ในเกณฑ์ด้าน “ความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี” ที่อยู่ในกลุ่มยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์ รวมทั้งด้าน “ทางเลือกการติดตั้ง” และ “การทำงานร่วมกับคลาวด์” นอกจากนี้ยังถือว่าได้รับคะแนนสูงที่สุดในกลุ่มผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์อื่นรวม 12 รายในเกณฑ์ด้านยุทธศาสตร์ด้วย

การขยายความร่วมมือ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยสำหรับ IoT

ไตรมาสนี้ได้มีการเพิ่มความร่วมมือระดับองค์กร และมีผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากขึ้นที่เลือกใช้โซลูชั่นความปลอดภัยสำหรับ Internet of Things (IoT)ของเทรนด์ไมโครเพื่อปกป้องลูกค้าปลายทางของตนเอง โดยเทรนด์ไมโครได้ร่วมมือกับองค์กรเหล่านี้เพื่อให้สามารถรักษาความปลอดภัยแก่โลกของการเชื่อมต่อได้ดียิ่งขึ้น

โดยทาง VIVOTEK ที่เลือกโซลูชั่นความปลอดภัยสำหรับ IoT ของเทรนด์ไมโครมาติดตั้งบนกล้องวงจรปิดแบบไอพีของตัวเองนั้น ได้ประกาศว่าสามารถสกัดกั้นความพยายามโจมตีด้านไซเบอร์ได้มากถึง 5 ล้านครั้งภายในแค่ 5 เดือนด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว นอกจากนี้ทางบริษัท NTT DOCOMO ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมทั้ง 3G, 4G, และ 5G ชั้นนำของโลก ก็ได้ระบุแผนที่จะเปิดตัวโซลูชั่นที่ใช้เทคโนโลยีของเทรนด์ไมโครเพื่อปกป้องอุปกรณ์ IoT ที่นำมาใช้ทำงานบนเครือข่ายโทรคมนาคมของตัวเองด้วย

ทางเทรนด์ไมโครยังได้ดูแลกลุ่มความร่วมมือด้านระบบ IoT เชิงอุตสาหกรรมหรือ IIoT ที่ชื่อว่า TXOne Networksโดยเริ่มจากการพัฒนาระบบความปลอดภัยร่วมกับทาง Moxa ซึ่งระบบป้องกันการบุกรุก (IPS) ใหม่สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ตอนนี้อยู่ในเวอร์ชั่นเบต้านั้น สามารถตรวจจับและสกัดกั้นการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่พบบ่อย รวมทั้งควบคุมรายชื่อไวท์ลิสต์ในสภาพแวดล้อมการทำงานด้านเทคโนโลยีปฏิบัติการได้

ในอนาคต ความต้องการด้านโซลูชั่น IIoT ลักษณะนี้จะเป็นความหวังใหม่สำหรับทาง Trend Micro Research ในไตรมาสนี้ ซึ่งจากรายงานแสดงให้เห็นว่า อันตรายต่าง ๆ กำลังพุ่งเป้าไปยังเครือข่ายโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีล้าสมัย ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงทั้งกับทรัพย์สินทางปัญหา และกระบวนการด้านงานผลิต โดยจากข้อมูลจริงแล้ว พบว่ามีถึง 65 เปอร์เซ็นต์ของโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำงานโดยใช้ระบบที่ล้าหลัง

การสร้างความแข็งแกร่งแก่ช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์

แม้ลักษณะของการเปลี่ยนแปลงช่องทางจัดจำหน่ายจะแตกต่างกันแล้วแต่พื้นที่ แต่ในภาพรวมก็เห็นได้ถึงการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างพื้นฐานไอที และโครงสร้างของทีมบริหาร ซึ่งโปรแกรมช่องทางจัดจำหน่ายของเทรนด์ไมโครได้ทำหน้าที่เป็นกุญแจสำคัญของโมเดลธุรกิจทั้งหมดของบริษัท ไตรมาสนี้เทรนด์ไมโครจึงได้รับการยกย่องจากช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ มากมายทั้งในด้านความเป็นผู้นำและตัวผลิตภัณฑ์

โดยสื่อด้านช่องทางจำหน่ายชั้นนำอย่าง CRN ได้ประกาศให้หัวหน้าฝ่ายขายผ่านช่องทางจำหน่ายของเทรนด์ไมโครใน U.S. Louise McEvoy ขึ้นมาอยู่ในรายชื่อ Elite Power 100 ของ CRN ในฐานะหนึ่งในผู้นำสตรีที่มีอิทธิพลมากที่สุดในตลาด

นอกจากนี้ยังยกย่องให้ Trend Micro Mobile Security เป็นผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมในกลุ่มการจัดการความปลอดภัยและอุปกรณ์ในรายชื่อ 30 Coolest Mobile Device Management and Security Companiesของ CRN ที่อยู่ใน 2019 Mobility 100 อีกด้วย

การยื่นจดสิทธิบัตรใหม่

เทรนด์ไมโครได้รับสิทธิบัตรใหม่ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 ดังต่อไปนี้

เลขที่สิทธิบัตร วันที่ออก        ชื่อสิทธิบัตร

10275274        30/4/2019        การผสานโมดูลปรับปรุงประสิทธิภาพโหลดงานที่เปลี่ยนแปลงได้ สำหรับการติดตั้งโหลดงานแอพพลิเคชั่นที่แตกต่างกัน

10320812        11/6/2019        ระเบียบวิธี และระบบสำหรับจับคู่รูปแบบอย่างสมบูรณ์ในฮาร์ดแวร์

10320814        11/6/2019        การตรวจจับการโจมตีแบบต่อเนื่องขั้นสูงบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

10318732        11/6/2019        การป้องกันการโจมตีโดยใช้สคริปต์ข้ามเว็บไซต์ โดยใช้การสร้างเฮดเดอร์โพลิซีความปลอดภัยคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ และการแบ่งคอนเท็นต์เพื่อบังคับใช้โพลิซีความปลอดภัยคอนเทนต์

ข้อสังเกตสำหรับเหตุการณ์ในอนาคต

การคาดการณ์ต่างๆ ที่ระบุต่อไปนี้เป็นการพยากรณ์เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้พิจารณาจากสมมติฐานปัจจุบัน และความเชื่อของทีมบริหารที่อาศัยข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ ร่วมกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนทั้งที่ทราบและยังไม่ทราบ ซึ่งปัจจัยสำคัญหลายประกาศอาจทำให้ผลประการที่จะได้จริงแตกต่างจากข้อสันนิษฐานเหล่านี้ไปมากก็ได้ อย่างไรก็ดีข้อสังเกตดังกล่าวได้แก่:

  • ความยากในการระบุอันตราย และปัญหาด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ใหม่
  • เวลาในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขาดการยอมรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาด
  • ระดับของความต้องการที่ต่อเนื่อง รวมทั้งเวลาในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่
  • การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วในตลาดซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย
  • ความเปลี่ยนแปลงด้านความต้องการของลูกค้าสำหรับซอฟตแวร์ด้านความปลอดภัย
  • การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ และผลิตภัณฑ์ใหม่ของคู่แข่ง รวมทั้งการตั้งราคาของผลิตภัณฑ์เหล่านี้
  • การลดลงของราคาสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการ
  • ผลของการซื้อกิจการในอนาคต ที่มีต่อสถานะทางการเงินของบริษัท และผลการดำเนินงาน
  • ผลที่เกิดจากแนวโน้มด้านเศรษฐกิจในตลาดหลักที่อยู่นอกเหนือการประมาณการณ์
  • ผลจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ส่งผลต่อผลประกอบการของบริษัท
  • อัตราการเพิ่มขึ้นของการส่งคืนผลิตภัณฑ์
  • ความเป็นไปได้ที่จะขาดเป้าหมายการลงทุนที่น่าจูงใจ
  • ความยากลำบากในการทำตามยุทธศาสตร์การลงทุนของบริษัท
  • ความเสี่ยงที่ยังมองไม่เห็นทั้งความเสี่ยงใหม่และที่อาจเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเทคโนโลยี Internet of Things, การใช้ระบบ Artificial Intelligence ในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท ไปจนถึงเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาขึ้นในอนาคต
No tags for this post.

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

หัวเว่ยเปิดตัว Atlas และบริการคลาวด์ บนโปรเซสเซอร์ Ascend เพิ่มเข้าในโซลูชั่น AI แบบครบวงจร พร้อมรองรับการใช้งานทุกรูปแบบ

นครเซี่ยงไฮ้ ปร …

%d bloggers like this: