Breaking News
Home / ข่าวไอที / รายงานชี้ระดับช่องโหว่ไซเบอร์ทั่วโลก กระตุ้นองค์กรเพิ่มนวัตกรรมรับมือการรักษาความปลอดภัย

รายงานชี้ระดับช่องโหว่ไซเบอร์ทั่วโลก กระตุ้นองค์กรเพิ่มนวัตกรรมรับมือการรักษาความปลอดภัย

image_GTIR.jpg

การจัดอันดับข้อมูล “ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้” ขององค์กรครั้งล่าสุด เผยให้เห็นถึงภาคอุตสาหกรรมที่ถูกพุ่งเป้าโจมตีมากที่สุด พร้อมแนวทางการรับมือภัยคุกคามที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทผู้จัดจำหน่ายและให้บริการแบบครบวงจรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก ทั้งการออกแบบ ติดตั้ง การให้คำปรึกษา และให้บริการด้านการจัดการระบบแบบไฮบริดไอที ที่ในปัจจุบันมีธุรกิจทั่วโลกมูลค่ากว่า 8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เปิดเผยการค้นพบที่น่าสนใจจากรายงานภัยคุกคามข้อมูลทั่วโลก ปี 2562 (Global Threat Intelligence Report 2019 : ) ของ NTT Security ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในองค์กร รวมถึงภาคส่วนต่างๆ

จากผลสำรวจทั่วโลก ระดับความมั่นคงทางการรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ () โดยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 1.45 จาก 5 ระดับ โดยระดับคะแนนจะถูกวัดโดยวิธีการที่กำหนดแบบองค์รวมจากกระบวนการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ขององค์กร รวมถึงกระบวนการ ตัวชี้วัดต่างๆ และกลยุทธ์การป้องกันในภาพรวม โดยสิ่งที่เกิดขึ้นพบว่าในช่วงระยะเวลาหนึ่งมีช่องโหว่จากการถูกโจมตีพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ (เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12.5 จากปี 2560)

โดยอันดับสูงสุด ได้แก่ ภาคการเงิน (1.71) และกลุ่มเทคโนโลยี (1.66) ซึ่งยังคงเพิ่มระดับความแข็งแกร่งบนระบบรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปได้ว่ากลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวได้รับการแจ้งเตือนถึงสถานะที่จะถูกพุ่งเป้าโจมตีมากที่สุด โดยคิดเป็นร้อยละ 17 ของการโจมตีทั้งหมดที่บันทึกไว้ในปี 2561

ในงานวิจัยที่ได้จากการบันทึกข้อมูลกว่าล้านล้านครั้ง และการโจมตีกว่าพันล้านครั้ง เปิดเผยถึงประเภทการโจมตีด้วยวิธีการโจมตีเว็บ หรือ web attack ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่แพร่หลายมากที่สุด มีความถี่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตั้งแต่ปี 2560 คิดเป็นร้อยละ 32 ของการโจมตีทั้งหมดจากการตรวจพบเมื่อปีที่แล้ว โดยการโจมตีมาในรูปแบบสอดแนมเพื่อหาช่องโหว่เจาะเข้าระบบ หรือ Reconnaissance (ร้อยละ 16) ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด รองลงมาคือการมุ่งโจมตีในบริการเฉพาะด้าน หรือ service-specific attacks (ร้อยละ 13) และการโจมตีแบบสุ่มรหัสผ่าน หรือ brute-force (ร้อยละ 12)

นายเนวิลล์ เบอร์ดาน ผู้อำนวยการด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ของ Dimension Data Asia Pacific กล่าวว่า ในองค์กรทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญและมีการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามเรามั่นใจว่าจะเห็นผู้นำ ในฐานะผู้บริหารระดับสูงหลายท่านได้ตระหนักถึงความสำคัญของการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อปรับปรุงการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ในองค์กรของพวกเขาอย่างเต็มศักยภาพ

“มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาที่น่าสนใจในส่วนของข้อมูลการคาดการณ์พื้นที่ภัยคุกคาม ด้วยระดับใหม่ของการร่วมมือ และห่วงโซ่ของระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่มากไปกว่านั้นคือในอุตสาหกรรมที่มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนมากที่สุด มีแนวโน้มที่จะขอคำปรึกษาเพื่อปรับกลยุทธ์และสร้างโปรแกรมการรักษาความปลอดภัยให้สอดรับกับความต้องการขององค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับองค์กรที่ต้องการเข้าถึงสถานะความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างแท้จริง” นายเบอร์ดาน กล่าวสรุป

สิ่งที่น่าสนใจจากผลการวิจัยในภาพรวม

• จากทั่วโลก คิดเป็นร้อยละ 35 ของการโจมตีที่เกิดจาก IP addresses ในสหรัฐอเมริกา และจีน ตามด้วย ทวีปยุโรปตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก

• การลักลอบใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ (Cryptojacking) แสดงถึงกิจกรรมหรือการใช้งานที่ซุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตีอยู่เป็นจำนวนมาก ในบางครั้งการตรวจจับแต่ละ accounting มีมากกว่าการตรวจจับมัลแวร์ทั้งหมดรวมกัน ทั้งนี้ในภาคเทคโนโลยีและการศึกษานั้นทำได้ยากที่สุด

• การโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวขึ้นอยู่กับผู้โจมตีกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่มีข้อมูลรับรองบนคลาวด์ โดยในกลุ่มเทคโนโลยี คิดเป็นร้อยละ 36, กลุ่มโทรคมนาคม (ร้อยละ 18) และกลุ่มธุรกิจและบริการด้านวิชาชีพ (ร้อยละ 14) ที่จะได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด

Click here เพื่อดาวน์โหลด Dimension Data Executive Guide รายงานความปลอดภัยข้อมูลทั่วโลกของ NTT Security 2019

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

ซัมซุงส่งแคมเปญ ‘Cool Care Service’ บริการล้างแอร์ฟรีถึงบ้าน

ซัมซุงส่งแคมเปญ …

%d bloggers like this: