Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / รู้ทันเทคโนโลยี / เมื่อโลกไซเบอร์หลอมรวมกับโลกกายภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีโตชิบามีวิสัยทัศน์ต่อโลกอนาคตนี้อย่างไร (ตอนที่ 2)

เมื่อโลกไซเบอร์หลอมรวมกับโลกกายภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีโตชิบามีวิสัยทัศน์ต่อโลกอนาคตนี้อย่างไร (ตอนที่ 2)

เมื่อโลกไซเบอร์หลอมรวมกับโลกกายภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีโตชิบามีวิสัยทัศน์ต่อโลกอนาคตนี้อย่างไร (ตอนที่ 2)

ในยุคปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกล้วนถูกเชื่อมต่อกันผ่านอินเทอร์เน็ต เราได้เดินทางกันมาถึงจุดที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ในโลกไซเบอร์สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจ ยุคที่โอกาสทางธุรกิจเกิดขึ้นได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภค และสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ ในโลกกายภาพ อาทิ สถานะการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือระดับความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า
โตชิบามีเป้าหมายในการก้าวขึ้นเป็นองค์กรชั้นนำด้านเทคโนโลยี Cyber Physical Systems (CPS) ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาทางสังคมด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีโลกไซเบอร์และโลกกายภาพ หรือโลกแห่งความเป็นจริง ในตอนที่ 2 ของการสัมภาษณ์กับ ดร. ชิโระ ไซโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี โตชิบา คอร์ปอเรชั่น เกี่ยวกับกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีของโตชิบา เราจะเจาะลึกถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่โตชิบาต้องการสร้างจนสัมฤทธิ์ผล รวมถึงความคาดหวังที่ ดร. ไซโตะ มีต่อนักวิจัยและวิศวกรของโตชิบา
คำถาม เมื่อพูดถึงการพัฒนาเทคโนโลยี โตชิบาจะต้องเปลี่ยนแปลงความคิดในด้านใดบ้าง
ไซโตะ: ในอดีตเราเคยคิดว่าเราสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อเราเข้าสู่สังคมแห่งข้อมูลข่าวสาร เราก็ตระหนักว่าความคิดนั้นมันเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างรวดเร็ว เราจำเป็นต้องร่วมมือกับผู้อื่นในด้านวิจัยและพัฒนา สิ่งสำคัญคือ เราต้องไม่ติดกับดักทางความคิดว่าต้องทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้ว เราจึงสนับสนุนเรื่อง “open innovation” ตั้งแต่ช่วงเริ่มแรกของการวิจัย และได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ รวมถึงสถาบันค้นคว้าวิจัยทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ อย่างเช่น การพัฒนาเทคโนโลยีประมวลผลทางภาษาร่วมกับ Chinese Academy of Sciences และเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลกับทาง Indian Institute of Science
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ผมขอยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่เรากำลังพัฒนาอยู่ในขณะนี้ด้วยความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งก็คือการเข้ารหัสลับควอนตัม (Quantum Cryptographic Communication) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถส่งผ่านข้อมูลที่เป็นความลับ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล และธุรกรรมทางการเงิน ด้วยวิธีที่จะไม่ถูกแฮ็กหรือขโมยข้อมูลได้
ปัญหาที่เราพบในการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ คือ ความรวดเร็วและระยะทางสำหรับการส่งมอบกุญแจไขรหัสข้อมูล แต่ในจุดนี้ โตชิบาก็ได้สร้างสถิติโลกทั้งในด้านความเร็วและระยะทาง และเรายังทำการวิจัยและพัฒนาด้วยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเพื่อพัฒนาตัวฮาร์ดแวร์ที่ลดการใช้พลังงานจากชิป AI ซึ่งในจุดนี้ก็มีความก้าวหน้าเป็นอย่างดี โดยล่าสุดเราประสบความสำเร็จในการลดการใช้พลังงานไปได้ถึง 88%
ในส่วนของการสร้างธุรกิจใหม่ๆ  เราจะปล่อยเมล็ดพันธุ์ทางธุรกิจที่สร้างขึ้นผ่านการวิจัยและพัฒนาออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงแรก โดยนอกเหนือจากกลไกการเรียนรู้ที่ได้รับจากฟีดแบ็กและข้อเสนอแนะต่างๆ เรายังได้จัดตั้งเงินกองทุนสำหรับบริษัทร่วมทุนถึงหนึ่งหมื่นล้านเยน เพื่อใช้ในการสร้างธุรกิจใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องหรือต่อยอดจากธุรกิจที่มีอยู่เดิม
คำถาม โตชิบาได้เข้ามามีส่วนร่วมในด้านเทคโนโลยีสำหรับการรักษาที่มีความแม่นยำทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง มีเทคโนโลยีอันใดบ้างที่คุณมีความคาดหวังไว้สูง
ไซโตะ: โตชิบามีการค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีทางการแพทย์มากมาย ทั้งด้านการป้องกัน การตรวจคัดกรอง การวินิจฉัยโรค และการรักษา และหนึ่งในนั้นคือเครื่องฉายลำแสงอนุภาคหนักสำหรับการรักษามะเร็ง ซึ่งจะเร่งลำแสงอนุภาคหนักจากคาร์บอนด้วยความเร็วแสง 70% เพื่อฉายรังสีกำจัดเซลล์มะเร็ง โดยเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยีหลักๆ สองตัว คือ กล้องหมุนเพื่อฉายรังสีเซลล์มะเร็ง ซึ่งเราใช้แม่เหล็กเข้ามาช่วยลดขนาดและน้ำหนักของตัวเครื่อง การที่ตัวกล้องหมุนได้ยังช่วยลดเวลาการรักษาคนไข้โดยไม่จำเป็นต้องพลิกตัว อีกหนึ่งเทคโนโลยีคือ การรับรู้ภาพเพื่อหาตำแหน่งของเนื้องอก และฉายแสงตามการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วย ทำให้เราสามารถกำจัดเนื้องอกได้โดยไม่ทิ้งบาดแผลภายในร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งเทคโนโลยีทั้งสองอันนี้ช่วยลดความเสียหายให้กับผู้ป่วยได้มาก
นอกจากนี้ เรายังมีเทคโนโลยีเพื่อรักษาโรคมะเร็งอื่นๆ อีก เช่น ไลโปโซมชีวภาพย่อยสลายได้ อธิบายง่ายๆ ได้ว่ามันเป็นแคปซูลขนาดจิ๋วเพียง 100-200 นาโนเมตร จึงสามารถใส่เข้าไปในเซลล์ในร่างกายมนุษย์เพื่อทำหน้าที่ค้นหาเซลล์มะเร็งได้ โดยกลไกการทำงานคือการผสมยีนทดสอบเข้าไปในแคปซูลแล้วใส่เข้าไปในเซลล์ผ่านเมมเบรน ซึ่งเมื่อตัวแคปซูลย่อยสลายจะสามารถตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้ด้วยการเรืองแสงออกมา ทำให้สามารถตรวจหาเซลล์มะเร็งที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ และจะนำไปสู่การหาหนทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
คำถาม เนื่องจากคุณมีการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในหลากหลายด้าน คุณมีแนวคิดอย่างไรกับการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาในอนาคต
ไซโตะ: เราวางแผนจะใช้เงินลงทุนกว่า 930 พันล้านเยนเพื่อการวิจัยและพัฒนาในช่วง 5 ปีข้างหน้า ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน และในด้านต่างๆ ที่ผมเคยได้ระบุไปก่อนหน้านี้คือ แบตเตอรี่ SCiB อิเล็กทรอนิกส์กำลัง และวิทยาการหุ่นยนต์ ส่วนตัวเซมิคอนดักเตอร์เราเน้นลงทุนเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้า และตัวจัดเก็บข้อมูล HDD สำหรับศูนย์ข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ ในด้านของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เราจะให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนา SPINEXTM  ซึ่งเป็นแม่แบบสถาปัตยกรรม IoT ที่เราจะใช้ในการปฏิรูปธุรกิจ ตัว RECAIUSTM ซึ่งเป็น AI การสื่อสารของโตชิบา และ SATLYSTM ซึ่งเป็น AI เพื่อการคิดวิเคราะห์
ยิ่งไปกว่านี้ เรายังต้องคิดถึงการสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจ แต่ผลิตภัณฑ์บางตัวยังไม่ได้ดัดแปลงหรือปรับให้ได้มาตรฐาน ซึ่งผมอยากจะพัฒนาประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ด้วยเทคโนโลยีที่จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของทั้งกระบวนการตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการค้นคว้าและพัฒนา ในมุมมองขององค์กร เราต้องการโครงสร้างที่สามารถดึงห้องทดลองและสถาบันวิจัยในต่างประเทศของเราเข้ามาด้วยเพื่อร่วมสร้างสรรค์เทคโนโลยี ตั้งแต่การวิจัยพื้นฐานที่เป็นตัวก่อกำเนิดเมล็ดพันธุ์ทางธุรกิจ ไปจนถึงการพัฒนาค้นคว้าเพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตและการบำรุงรักษา
ในด้านการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์สำหรับลูกค้าแบบ B2C วิธีการที่เราเลือกใช้มาตลอดจนถึงปัจจุบันคือการสร้างสรรค์และบ่มเพาะไอเดียผลิตภัณฑ์จากในห้องทดลอง จนสามารถผลิตและออกวางขายสู่ตลาดได้ แต่สำหรับลูกค้า B2B เราต้องวิเคราะห์สอบถามถึงปัญหาในการทำงานที่ลูกค้าพบเจอ เพื่อนำมาใช้ในการวิจัยและพัฒนา และเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต
คำถาม คุณคาดหวังอะไรจากบรรดานักวิจัยและวิศวกรบ้าง
ไซโตะ: ตอนที่ผมได้ไปเยี่ยมฐานการวิจัยและพัฒนาของเราทั้งในญี่ปุ่นและที่ต่างประเทศ ผมได้พูดคุยกับพนักงานแต่ละที่และพบว่าหลายคนมีความสนใจที่จะนำเสนอไอเดียของตัวเองเพื่อรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา ซึ่งเราก็พยายามหาช่องทางที่จะมาตอบสนองในจุดนี้ อย่างเช่นกองทุน CVC หนึ่งหมื่นล้านเยนที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น ผมคิดว่าที่ผ่านมาเรามัวแต่กังวลเรื่องความสมบูรณ์แบบ และคุณภาพของสินค้ามากเกินไป แน่นอนว่าเราคงไม่ยอมปล่อยสินค้าคุณภาพต่ำออกสู่ตลาด แต่เราเริ่มเรียนรู้ว่า ถ้าเราปล่อยผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพสูงประมาณหนึ่งที่เรายอมรับได้ เราก็จะสามารถนำเสียงตอบรับจากลูกค้ามาใช้ในการพัฒนาสินค้าต่อไปได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถนำความรู้และเทคโนโลยีจากภายนอกองค์กรเข้ามาร่วมพัฒนาได้ ซึ่งผมคิดว่าการทำงานแบบนี้ก็ถือว่าใช้ได้เช่นกัน
เทคโนโลยีในทุกวันนี้มีความแยกย่อยค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีเฉพาะกลุ่มมาผลิตสิ่งต่างๆ นั้นทำได้ยาก เนื่องจากหัวใจของการประดิษฐ์คือการสร้าง 1 ขึ้นจาก 0 เราจึงต้องหาข้อเสนอและการแก้ปัญหาโดยการหลอมรวมเทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกัน ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่เรียกว่า นวัตกรรม อย่างแท้จริง ดังนั้นจึงสำคัญมากที่นักวิจัยและนักเทคนิคควรจะต้องเปิดหูเปิดตาให้กว้าง ไม่ใช่จดจ่ออยู่เพียงในโลกของตนเท่านั้น
พื้นฐานของการวิจัยและพัฒนาของเราคือการแก้ปัญหาทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับ Megatrend ทั้งหลาย ซึ่งสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้คือการเดินตามวิธีการที่ SDGs ได้วาดเอาไว้ แต่ต่อไปในอนาคต ผมอยากให้นักวิจัยและนักพัฒนาของเราทำงานด้วยความตระหนักรู้ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่คือการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อหนทางสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคม
ผมจะยินดีเป็นอย่างยิ่งถ้าพวกเขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าตัวเองคือผู้ที่จะสร้างสิ่งใหม่และเป็นผู้ที่จะเปิดอนาคตให้กับองค์กรของเรา ในฐานะองค์กร โตชิบารอคอยและคาดหวังอยู่เสมอว่าเราจะได้เห็นไอเดียใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิมที่เรามีอยู่ในปัจจุบันก็ได้ ทั้งหมดทั้งมวล ไม่มีอะไรต้องกลัว
——————————
Toshiba’s CTO Shares His Vision: The Cyber and the Physical–Part 2
In today’s world, everything is connected through the internet. We have reached a point where using AI technology in cyber space can create value, and where major business opportunities can be found not only in analyzing data on consumption and other human behavior, but also from objects found in the real world, such as the operational status of all kinds of devices, and the level of electric power demand.
Toshiba aims to evolve to become a cyber-physical system technology company that contributes solutions to the issues society faces with technologies that merge the cyber and the physical, the real world. In this second part of our interview with Dr. Shiro Saito on Toshiba’s technology strategy, we close in on the technology future that Toshiba aims to achieve through change, and his expectations of researchers and engineers. (Read Part 1)
– In respect of technology development, what are the points where Toshiba must change its mindset? 
Saito: There was a time when we thought we could do everything by ourselves, but with the realization of the information society that idea has become inconceivable. Where necessary, to get early results, we need to promote research and development in collaboration with other people. It is crucial not to fall into the trap of a go it alone mentality. With that understanding in mind, we now promote “open innovation” from the early stages of research on, and look to collaborate with top universities and research institutes in Japan and overseas. We engage in research and development with academia and industry at the global level, including spoken language processing technology with the Chinese Academy of Sciences and data analysis technology with the Indian Institute of Science.
To take a concrete example, we are collaborating with Cambridge University on quantum cryptographic communication. This is a technology that enables safe transmission of extremely confidential information—personal information and financial transaction information and the like—using communications technology that is theoretically impossible to hack.
The problems we face in putting this into practical use are traffic speed and the distance that the keys for decrypting encrypted information have to be communicated, but Toshiba is currently setting new world records for distance and speed. We are also conducting research and development in collaboration with Stanford University on hardware to reduce the power consumption of AI chips. Progress is good, and we have succeeded in reducing power consumption by 88%.
In terms of creating new business, we will release the seeds of businesses created in the R&D department into the world at an early stage. In addition to a learning mechanism based on receiving feedback, we have set up a CVC (Corporate Venture Capital) fund of 10 billion yen, and we want to use that to create new businesses that are not bound by the current business portfolio.
– Toshiba continues to participate in precision medical treatment. Are there any particular technologies for which you have expectations?
Saito: Toshiba is researching a number of technologies across a series of medical procedures, covering prevention and screening, diagnosis and treatment. One is heavy particle beam cancer treatment equipment, which accelerates a heavy particle beam of carbon ions to about 70% of the speed of light and uses it to irradiate cancer cells. It involves two major technologies. First of these is the rotating gantry that actually irradiates the cancer cells, and here we have used a superconducting magnet in the structure to promote downsizing and reduce weight. The ability to rotate the gantry shortens the time it takes to treat a patient, without any need to tilt them. Closely related to this, we have a technology that uses image recognition technology to identify the position of the tumor and that moves the electron beam in time with the patient’s respiratory movements. With this we can precisely irradiate tumors with no need to embed markers inside the patient’s body. Both of these technologies greatly reduce burdens on the patient.
We also have other cancer-related technology, biodegradable liposomes. Simply explained, this is a capsule with a diameter of 100 to 200 nanometers that can be inserted into human cells, where it contributes to the discovery of cancer cells. The mechanism works like this: a capsule incorporating a test gene is inserted into a cell through its membrane, as it decomposes, it reacts to the presence of cancer cells by emitting light, which can be monitored to confirm the cancer. Its key feature is that it allows observation of live cancer cells, and we believe we can use it to monitor cancer cells and contribute to finding optimal treatments.
– As you promote research and development in various fields, what are your ideas on investments and future R&D activities? 
Saito: We plan to invest 930 billion yen over the next five years, mainly in renewable energy technologies and the fields I mentioned earlier: SCiBTM, power electronics, and robotics. In semiconductors our focus in on power devices and on HDD as a storage solution for data centers. In addition, in ICT for industry we will make sharply focused investments in such areas as development of SPINEXTM, our IoT architecture, which we will use to transform our business; RECAIUSTM, Toshiba’s communication AI; and “SATLYSTM”, our analytics AI.
Having said that, we must also think about development in terms of improving profitability. Some products are not yet modularized or standardized. I want to improve the efficiency of development of products like these, and to shorten lead times by introducing IT, so that we can get a bird’s eye view of the overall process, from the initial stages of research and development on. From an organizational perspective, we are building a structure that includes our overseas research laboratories, so that we can consistently provide technologies, from basic research that generates business seeds through to research and development that pursues improvements in productivity and maintenance technologies, even after commercialization.
In product development for BtoC and semiconductors, the process until now has been to create and grow ideas at the laboratory and then finalize them for mass production. But for the BtoB business we first need to ask our customers what problems they face, and we must do this from the early stages of research and development, including production technologies.
 
– What do you expect from your researchers and engineers? 
Saito: When I visit our domestic and overseas R&D and technology development bases and talk to the people there, I realize that many of them really want to propose their own ideas and create something new. We are trying to respond to this by establishing an open incubation system, which includes the 10-billion yen CVC I told you about. I think that, until now, we have been over concerned with the aspects of too high a level of completion and quality. Obviously, we are not going to release unfinished, low quality products into the market, but if we recognize a certain degree of completion that is acceptable to us, we can more speedily bring things to market, and use the feedback we get to make improvements. Also, depending on what we are working on, we can incorporate wisdom and technology from outside. I think it’s OK for that way of doing things to also exist.
Today technology is fairly subdivided. However, using individual technologies by themselves makes it difficult to make things. Given that invention is all about producing one from zero, we will make new proposals and solutions by combining technologies. That’s exactly what I think innovation is. With that objective, it is important that researchers and technicians look not only at their own field, but also raise their antennas high.
The basis of our research and development is how to solve social problems related to megatrends. So what we have been doing up to now is essentially the same approach as envisaged by the SDGs. Moving forward, I want to see our researchers and developers working with an awareness that technology R&D is a means to solve social problems and achieve the goals of the SDGs. I would like them to always be aware of the social issues linked to the technology they are working on.
I would really love them to embrace the spirit that they are the people who turn on the promise of a new day, and that they are the people who open up the future and bring it to us. Toshiba is a company that is waiting, hoping for new proposals that are not necessarily part of our current business portfolio. After all, there is nothing to be afraid of!
No tags for this post.

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

อีริคสันมุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์ม 5G เพื่อวิวัฒนาการบนเครือข่ายที่ราบรื่น

อีริคสันมุ่งมั่ …

%d bloggers like this: