Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / อยากจับกลุ่มเป้าหมายให้อยู่หมัด Content Marketing ช่วยคุณได้

อยากจับกลุ่มเป้าหมายให้อยู่หมัด Content Marketing ช่วยคุณได้

อยากจับกลุ่มเป้าหมายให้อยู่หมัด Content Marketing ช่วยคุณได้

สมัยนี้จะเปิดเว็บหางานทีก็คงไม่แคล้วเห็นตำแหน่ง Content Marketing ให้ต้องสงสัยว่ามันคืออะไร และมันต่างจาก Marketing เดิม ๆ ยังไง แต่ไม่ต้องไปหาคำตอบที่ไหนไกล เพราะ iPrice มีมาไขข้อข้องใจให้คุณแล้ว###

สำหรับ Content Marketing จะทำการตลาดโดยใช้คอนเทนต์ซึ่งมีอยู่ 4 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ บทความ, กราฟฟิก, VDO และ Podcast ซึ่งต่างจากการตลาดแบบดั้งเดิมตรงที่ Content Marketing ให้เป้าหมายเลือกได้ว่าจะรับเนื้อหาเหล่านั้นหรือไม่ แต่ดั้งเดิมคือการปล่อยโฆษณาออกมาคั่นตามเนื้อหาที่กลุ่มเป้าหมายกำลังติดตาม ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะถูกละเลย แต่ถ้าคุณมีเครื่องมือเจ๋ง ๆ หัวข้อโดน ๆ และกลยุทธ์ชั้นเลิศแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็นทีมงานที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ ซึ่งต้องมีคุณสมบัติเน้น ๆ 4 ประการดังนี้

  • ผู้วางกลยุทธ์ด้านเนื้อหาที่ต้องมองเทรนด์ให้ออก ตามข่าวให้ทันโลก วิเคราะห์รูปแบบคอนเทนต์ที่ควรผลิตได้ตรงจุด เพื่อลดการสูญเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด
  • นักเขียนที่มีความรู้เรื่อง SEO เพื่อจะได้หาคีย์เวิร์ดดี ๆ มาเขียนและปรับแต่งให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุด
  • บรรณาธิการ หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักในชื่อ Editors ซึ่งต้องมีความสามารถด้านการเขียนอยู่ในตัวด้วย ที่ใช้นักเขียนควบสองตำแหน่งไปเลยไม่ได้ เพราะนักเขียนย่อมมีมุมมองของตนเองเพียงฝ่ายเดียว และมักมองข้อด้อยของตนเองไม่ออก ตำแหน่งนี้จึงเหมือนเป็นตัวช่วยปรับแต่งให้คอนเทนต์ออกมาสละสลวยและดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
  • ผู้ประสานงาน แต่มีมุมมองที่กว้างไกล ยิ่งเป็นสาวกโซเชียลมือฉมังเท่าไหร่ยิ่งมีประโยชน์ต่อการเผยแพร่ข้อมูลได้ดีเท่านั้น หากเป็นการประสานงานระหว่างประเทศควรรู้วัฒนธรรมของประเทศปลายทางด้วยจะช่วยให้การตลาดคล่องตัวได้ดียิ่งขึ้น

ทีนี้มาถึงเทคนิคการทำคอนเทนต์ดี ๆ ให้ดูน่าสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่

แล้วจะมีกระบวนการที่สำคัญอยู่ 4 ขั้นตอนด้วยกัน คือ การค้นพบ, การพิจารณา, การต่อยอด/เสริมคุณค่า และการสร้างรากฐานทั้งต่อกลุ่มเป้าหมายเก่า-ใหม่ ซึ่งบางครั้งคอนเทนต์เก่า ๆ ที่เคยฮอตฮิตในอดีตคุณก็สามารถเอามาปรับปรุงหรือเสริมข้อมูลที่น่าสนใจเข้าไปใหม่ได้ เช่น

  • ใส่ลิงค์ให้คอนเทนต์ดูน่าเชื่อถือ และมีที่มาเป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น อาจใส่ลูกเล่นอย่างกราฟ ไฮไลท์ หรือตัวอย่างเด็ด ๆ ลงไปก็ได้
  • นำมาสร้างเป็น Infographic ให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น ดูน่าสนใจมากกว่าเดิม แถมยังง่ายต่อการเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลอีกด้วย
  • หา Partnership ที่มีการผลิตเนื้อหาคล้ายคลึงกัน ยิ่งมีความน่าเชื่อถือมากเท่าไหร่ยิ่งส่งผลให้คอนเทนต์ของคุณได้รับความนิยมมากขึ้นตามไปด้วย อาจมีการแลกเปลี่ยนเนื้อหาหรือข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ให้คอนเทนต์

เมื่อปล่อยคอนเทนต์นั้น ๆ สู่กลุ่มเป้าหมายแล้วก็ต้องมาวัดผลว่าสิ่งที่ทำไปมันเกิดผลลัพธ์อย่างไร โดยใช้ 5 ช่องทางแล้วนี้ในการประเมิน ได้แก่

  • จำนวนผู้เยี่ยมชม แสดงถึงการตั้งชื่อหัวข้อที่น่าสนใจจนกลุ่มเป้าหมายต้องการอ่าน
  • การเลื่อนดูเนื้อหา เป็นข้อมูลที่ละเอียดแยกย่อยออกมา เพราะบางคนเพียงคลิกเข้ามาแล้วก็ออกไปในเวลาอันสั้น
  • การสร้างปุ่มกดโหวต กดแชร์ หรือกดไลท์ เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยวัดความน่าสนใจและคุณภาพของคอนเทนต์ได้ดีที่สุดในกรณีที่ทั้งการเยี่ยมชมเนื้อหา และการเลื่อนดูเนื้อหามีจำนวนสูงเกินจริง
  • การเปิดให้แสดงความคิดเห็น เป็นวิธีที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือคุณจะได้คำแนะนำมากมายเพื่อนำไปปรับปรุงคอนเทนต์ต่อไปให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ส่วนข้อเสียมักเกิดสแปมหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมจนเกิดผลเสียต่อเว็บไซต์และองค์กร
  • การเชื่อมโยง หรือการสร้างลิงค์ในคอนเทนต์ เปรียบเสมือนเครื่องมือที่เสริมความน่าเชื่อถือให้กับบทความ แต่การใส่ลิงค์ต้องคำนึงให้เนื้อหาสัมพันธ์กันเสมอ มิฉะนั้นอาจดูไม่จริงใจจนผู้อ่านไม่เชื่อถือ

อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์และสรุปผลที่ดีควรมีการตั้งเป้าหมายเป็นอัตรา Conversion ROI ไว้ทุกครั้ง เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นว่าสิ่งที่คุณทำไปประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ส่วนเครื่องมือการวิเคราะห์และวัดผลที่ขาดไม่ได้คือ Google Analytics เพราะสามารถวัดได้ทั้งจำนวนผู้เข้าชม จำนวนผู้อ่าน และจำนวนผู้เลื่อนดูบทความได้ละเอียดจริง ๆ

Credit by ขนิษฐา สาสะกุล iPrice

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

iPrice เผย 4 ข้อมูลลับที่ซ่อนอยู่ในเทศกาล 11.11 Sale ปี 2018!

iPrice เผย 4 ข้ …

%d bloggers like this: