Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / แจ้งเตือนและข้อแนะนำ / รายงาน SophosLabs ปี 2018 ระบุว่า แรนซั่มแวร์รุนแรงกว่าเดิม และมุ่งเน้นเจาะระบบในทุกๆ แพลตฟอร์ม

รายงาน SophosLabs ปี 2018 ระบุว่า แรนซั่มแวร์รุนแรงกว่าเดิม และมุ่งเน้นเจาะระบบในทุกๆ แพลตฟอร์ม

รายงาน SophosLabs ปี 2018 ระบุว่า แรนซั่มแวร์รุนแรงกว่าเดิม

และมุ่งเน้นเจาะระบบในทุกๆ แพลตฟอร์ม

  • หลังจากรุมโจมตีวินโดวส์จนย่อยยับแล้ว แรนซั่มแวร์ก็ได้เบนเข็มเป้าโจมตีไปยังแอนดรอยด์, ลีนุกส์, และแม้แต่ MacOS เพิ่มมากขึ้นในปี 2560 ที่ผ่านมา
  • มีแรนซั่มแวร์สองสายพันธุ์ที่ถูกใช้ในการโจมตีกว่า 89.5 เปอร์เซ็นต์ จากทั้งหมดที่พบจากการช่วยเหลือลูกค้าของ ทั่วโลกในการรับมือและป้องกัน

อ๊อกซ์ฟอร์ดสหราชอาณาจักร, 17 พฤศจิกายน 2560Sophos (LSE:SOPH) ผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยบนเครือข่ายและเอนด์พอยต์ ได้เผยแพร่รายงานทำนายสถานการณ์มัลแวร์ในปี 2561 ที่จะถึงนี้จาก SophosLabs(SophosLabs 2018 Malware Forecast) ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับเทรนด์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับแรนซั่มแวร์ โดยวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของลูกค้า Sophos ทั่วโลกในช่วงวันที่ 1 เมษายน จนถึง 3 ตุลาคม 2560พบข้อเท็จจริงที่สำคัญมากคือ ขณะที่พบการโจมตีด้วยแรนซั่มแวร์อย่างหนักหน่วงบนระบบวินโดวส์ในช่วง 6 เดือนล่าสุด และยังพบด้วยว่าแพลตฟอร์มอื่นทั้งแอนดรอยด์, ลีนุกส์, และMacOS ก็ไม่สามารถรับมือกับภัยแรนซั่มแวร์นี้ได้เช่นกัน

“แรนซั่มแวร์เริ่มแพร่กระจายแบบไม่เจาะจงแค่วินโดวส์แพลตฟอร์มอีกต่อไป แม้จะเคยพุ่งเป้าไปที่คอมพิวเตอร์ที่ใช้วินโดวส์เป็นหลัก แต่ปีนี้ SophosLabsได้มองเห็นความถี่ที่เพิ่มขึ้นของการโจมตีแบบเข้ารหัสข้อมูลบนอุปกรณ์และระบบปฏิบัติการประเภทอื่นของลูกค้า Sophos ทั่วโลก” Dorka Palotay นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ SophosLabsและอาสาสมัครวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับแรนซั่มแวร์ในรายงาน SophosLabs 2018 Malware Forecast กล่าว

รายงานฉบับนี้ยังได้ติดตามรูปแบบการเติบโตของแรนซั่มแวร์ โดยพบว่า WannaCryที่มีการแพร่กระจายอย่างรุนแรงเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ถือเป็นแรนซั่มแวร์ที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งที่ Sophos ช่วยเหลือลูกค้าของตนในการป้องกัน ถือว่าล้มอดีตแชมป์แรนซั่มแวร์เดิมอย่าง Cerberที่เคยระบาดหนักเมื่อต้นปี 2559 โดย WannaCryเป็นแรนซั่มแวร์ที่พบจากการตรวจติดตามของ SophosLabsคิดเป็น 45.3 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด ขณะที่ Cerberคิดเป็น 44.2 เปอร์เซ็นต์

“ถือเป็นครั้งแรกที่เราพบแรนซั่มแวร์ที่มีพฤติกรรมเหมือนเวิร์ม ซึ่งช่วยให้แพร่กระจาย WannaCryได้รวดเร็วมาก แรนซั่มแวร์ตัวนี้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่บนวินโดวส์ที่เคยมีแพ็ตช์ออกมาก่อนหน้าแล้วในการติดเชื้อและกระจายตัวเองบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้ควบคุมได้ยากมาก” Palotayกล่าวเสริม “แม้ว่าลูกค้าของเราจะได้รับการปกป้องจาก WannaCryอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่เราก็ยังต้องเฝ้าติดตามอันตรายนี้ต่อไปเพื่อศึกษาธรรมชาติการสแกนหาและเข้าโจมตีคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เราคาดกันไว้ว่าในอนาคตจะมีอาชญากรไซเบอร์ที่นำความสามารถของในการกระจายตัวเองดังที่เห็นใน WannaCryและ NotPetyaนี้ไปใช้สร้างแรนซั่มแวร์ตัวใหม่ในอนาคต ซึ่งก็ได้เห็นแล้วจากกรณีของแรนซั่มแวร์Bad Rabbit ที่มีลักษณะหลายอย่างที่คล้ายกัNotPetyaด้วย”

ในรายงาน SophosLabs2018 Malware Forecastนี้ยังได้กล่าวถึงการเริ่มต้นระบาดและจุดสิ้นสุดของแรนซั่มแวร์NotPetyaที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่ง NotPetyaนี้เริ่มต้นจากการระบาดผ่านตัวติดตั้งซอฟต์แวร์ทางบัญชีสัญชาติยูเครน ทำให้เป็นการจำกัดตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่มีการโจมตี นอกจากนี้ยังสามารถแพร่ตัวเองผ่านช่องโหว่ EternalBlueได้เหมือน WannaCryแต่เมื่อมองเหตุการณ์ครั้ง WannaCryที่ได้เข้าไปติดเชื้อคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้แพ็ตช์วินโดวส์ทันท่วงทีเกือบทั้งหมดทั่วโลกแล้ว จึงไม่สามารถมองเห็นเป้าหมายที่แท้จริงของคนปล่อยNotPetyaได้ ทั้งนี้เนื่องจากการโจมตีมีข้อผิดพลาดและการข้ามขั้นตอนมากมาย ยกตัวอย่างเช่น บัญชีอีเมล์ที่เหยื่อจะต้องใช้ติดต่อผู้โจมตีนั้นไม่สามารถใช้งานได้ จนทำให้เหยื่อไม่สามารถถอดรหัสและกู้ข้อมูลที่โดนเล่นงานไปแล้วได้ เป็นต้น

NotPetyaได้โจมตีอย่างหนักหน่วงและรวดเร็วมากสร้างความเสียหายแก่ธุรกิจปริมาณมหาศาลเนื่องจากเป็นการทำลายข้อมูลบนคอมพิวเตอร์โดยตรงแบบกู่ไม่กลับ นอกจากนี้ NotPetyaยังหยุดการโจมตีอย่างกระทันหันให้หลังจากเริ่มต้นระบาดเพียงไม่นานนัก” Palotayอธิบาย “เราสงสัยว่า ครั้งนั้นอาชญากรไซเบอร์คงเพียงแค่อยากทดลองอะไรบางอย่าง หรือวัตถุประสงค์จริงไม่ใช่การเรียกค่าไถ่ แต่เป็นการจงใจสร้างความเสียหายกับข้อมูลอย่างถาวร แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตามSophos แนะนำอย่างจริงจังว่าอย่าจ่ายค่าไถ่ให้เจ้าของแรนซั่มแวร์ แล้วปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันที่ดีที่สุดแทน เช่น การสำรองข้อมูล และอัพเดตแพ็ตช์ให้เป็นรุ่นล่าสุดอยู่เสมอ”

เมื่อกลับมามองที่ดาวรุ่งในอดีตอย่าง Cerberที่มีการขายชุดโค้ดของตัวเองในเว็บตลาดมืด ถือว่าเป็นภัยร้ายที่อันตรายอย่างมาก ทั้งนี้เพราะผู้สร้าง Cerberยังคงบริการอัพเดตโค้ดตัวเองให้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจูงใจให้แฮ็กเกอร์วันนาบีนำไปใช้ฟรีโดยเก็บเปอร์เซ็นต์ค่าหัวคิวจากค่าไถ่ที่ได้รับเมื่อพิจารณาจากฟีเจอร์ล่าสุดของ Cerberแล้ว ทำให้ไม่ใช่แค่เป็นเครื่องมือในการโจมตีอย่างเดียว แต่เป็นการแจกอาวุธร้ายให้แก่อาชญากรไซเบอร์ทั่วโลก“โมเดลธุรกิจของเว็บตลาดมืดนี้มีลักษณะคล้ายกับการทำธุรกิจของคนรุ่นใหม่ที่เปิดให้สาธารณะชนระดมทุนเพื่อพัฒนาสินค้า ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าของโค้ดได้รับกำไรงามอย่างต่อเนื่องจนเป็นแรงจูงใจให้ขยันอัพเดตโค้ดจนถึงทุกวันนี้” Palotayสรุป

อาชญากรด้านแรนซั่มแวร์ยังคงให้ความสนใจแพลตฟอร์มแอนดรอยด์อย่างต่อเนื่อง จากการวิเคราะห์ของ SophosLabsแล้ว ปริมาณการโจมตีลูกค้าของ Sophos ที่ใช้อุปกรณ์แอนดรอยด์นั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2560

“แค่ในกันยายนเดือนเดียวนั้น พบว่ามัลแวร์บนแอนดรอยด์ที่ SophosLabsตรวจพบกว่า 30.4 เปอร์เซ็นต์ล้วนเป็นแรนซั่มแวร์ทั้งสิ้น ซึ่งเราคาดว่าตัวเลขนี้จะพุ่งขึ้นเป็นประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ในเดือนตุลาคม” Rowland Yu นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ SophosLabsและอีกหนึ่งอาสาสมัครวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับแรนซั่มแวร์ในรายงาน SophosLabs 2018 Malware Forecastกล่าวเสริม “สาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้แรนซั่มแวร์บนแอนดรอยด์ระบาดหนักขึ้นเรื่อยๆ นั้นเชื่อว่าเป็นเพราะสามารถรีดไถเงินจากเหยื่อได้มากกว่าการขโมยข้อมูลผู้ติดต่อ หรือ SMS ไปขาย, การบังคับแสดงโฆษณา, หรือแม้แต่การแฮ็คแอพอีแบงกิ้งแบบแต่ก่อนที่ต้องใช้เทคนิคและความรู้ที่ซับซ้อนกว่า อีกหนึ่งข้อเท็จจริงสำคัญที่พบก็คือ เรามักพบแรนซั่มแวร์บนแอนดรอยด์ในตลาดแอพที่อยู่นอก Google Play ซึ่งทำให้เราพยายามย้ำให้ผู้ใช้เฝ้าระวังเกี่ยวกับที่มา และตัวตนของแอพที่แท้จริงที่ตัวเองกำลังกดดาวน์โหลดอยู่เสมอ”

ในรายงานของ SophosLabs ฉบับนี้ ยังได้อธิบายถึงการโจมตีแอนดรอยด์สองประเภทที่กำลังแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ อันได้แก่ การล็อกหน้าจอโทรศัพท์โดยไม่ได้เข้ารหัสข้อมูลภายใน กับการล็อกหน้าจอพร้อมทั้งเข้ารหัสล็อกข้อมูลบนเครื่องพร้อมกันด้วย ซึ่งแรนซั่มแวร์บนแอนดรอยด์ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ารหาข้อมูลของผู้ใช้ แต่จะใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการล็อกหน้าจอพร้อมข้อความขู่ที่ดูน่าเชื่อถือให้คนสิ้นหวังและยอมโอนเงินค่าไถ่ให้แทน ยิ่งมองที่ความถี่ของการใช้งานสมาร์ทโฟนต่อวันของผู้ใช้ปัจจุบันแล้วยิ่งเพิ่มโอกาสในการทำเงินเป็นอย่างมาก “Sophos แนะนำให้สำรองข้อมูลบนโทรศัพท์เป็นประจำ ลักษณะเหมือนที่ทำกับบนคอมพิวเตอร์ปกติทั้งนี้เพื่อรักษาข้อมูลให้ปลอดภัยอยู่เสมอ โดยไม่ต้องยอมจ่ายค่าไถ่เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้อีกครั้ง เรามองเห็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของแรนซั่มแวร์บนแอนดรอยด์ และจะขึ้นเป็นกลุ่มมัลแวร์บนแพลตฟอร์มอุปกรณ์พกพาที่พบมากที่สุดในปีหน้า” Yu กล่าว

สำหรับรายงานฉบับเต็มพร้อมแผนภาพอธิบายประกอบอย่างละเอียดนั้น สามารถเข้าชมได้ที่ https://www.sophos.com/en-us/en-us/medialibrary/PDFs/technical-papers/malware-forecast-2018.pdf?la=en

ท่านสามารถเยี่ยมชมสำนักข่าว Sophos News สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องได้ เช่น การคาดการณ์การระบาดของแรนซั่มแวร์ในปี 2561 ที่จะกระจายครบทุกแพลตฟอร์ม หรือคำถามและคำตอบที่พบบ่อยเกี่ยวกับรายงาน 2018 Malware Forecast เป็นต้น

##

Sophos เปิดตัวคู่มือออนไลน์ใหม่ “Machine Learning Guide” ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่น่าสนใจแบบเจาะลึกรวมไว้ในฉบับเดียว สามารถติดตามได้ที่

https://www.sophos.com/en-us/medialibrary/PDFs/technical-papers/MachineLearningforCybersecurityDemystifiedbySophos.pdf?la=en

ปกป้องแมคและพีซีทุกเครื่องภายในบ้านของคุณ ด้วยซอฟต์แวร์ความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ที่สามารถจัดการได้จากศูนย์กลางแบบ Next-Gen ด้วย Sophos Home https://www.sophos.com/lp/sophos-home.aspx

อัพเดตข่าวสารล่าสุดกับ Sophos ได้จากทุกที่ทุกเวลา ผ่านทาง Twitter, LinkedIn, Facebook, Spiceworks, YouTube, และ Google+

เกี่ยวกับ Sophos

Sophos เป็นผู้นำด้านระบบความปลอดภัยบนเครือข่ายและเอนด์พอยต์แบบ Next-Gen รวมทั้งเป็นผู้บุกเบิกระบบความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์ที่ยกระดับการประสานงานของโซลูชั่นความปลอดภัยทั้งบนเอนด์พอยต์, เน็ตเวิร์ก, การเข้ารหัส, เว็บ, อีเมล์, และโมบายล์ให้ทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านรายในกว่า 150 ประเทศที่เลือกโซลูชั่นของ Sophos เป็นระบบป้องกันที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องจากอันตรายที่ซับซ้อน และการรั่วไหลของข้อมูล ผลิตภัณฑ์ของ Sophos มีจัดจำหน่ายผ่านช่องทางและตัวแทนต่างๆ ทั่วโลก ผ่านพาร์ทเนอร์ที่ลงทะเบียนไว้กว่า 26,000 ราย Sophos มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองอ๊อกฟอร์ด สหราชอาณาจักร และเปิดให้ลงทุนจากสาธารณะผ่านตลาดหลักทรัพย์ London Stock Exchange ภายใต้เครื่องหมาย “SOPH” สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก www.sophos.com

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

“แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์” ยกระดับการปกป้องด้วยเทคโนโลยี Machine Learning เพื่อรับมือการคุกคามทางไซเบอร์ขั้นสูง “แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ (Kaspersky Internet Security for Android)” โซลูชั่นด้านความปลอดภัยสำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เพื่อเสริมประสิทธิภาพการรับมือกับการโจมตีของมัลแวร์ที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยฟีเจอร์ใหม่ซึ่งทำงานบนพื้นฐานของเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) สามารถตรวจจับมัลแวร์ขั้นสูงหรือมัลแวร์ที่ไม่รู้จักได้ทันที เพื่อลดความเสี่ยงที่อุปกรณ์สื่อสารจะถูกโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ทำให้โซลูชั่นตรวจพบแอปพลิเคชั่นอันตรายที่ถูกดาวน์โหลดเข้าสู่อุปกรณ์ ก่อนที่มันจะเริ่มทำงาน ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา การคุกคามอุปกรณ์สื่อสารทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนอาจทำให้ระบบป้องกันในปัจจุบันไม่สามารถรับมือกับการคุกคามที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้เสมอไป อาชญากรรมไซเบอร์ยังมีการใช้มัลแวร์รูปแบบใหม่และปรับเปลี่ยนวิธีการอยู่เสมอ ซึ่งทำให้ยากต่อการระบุตัวตน และเมื่อมัลแวร์รูปแบบใหม่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับโซลูชั่นด้านความปลอดภัยในการอัพเดตระบบอย่างทันท่วงทีเพื่อให้มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการป้องกันมัลแวร์เหล่านี้ หนึ่งในขั้นตอนการต่อสู้กับการคุกคามที่ยังไม่รู้จักและมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างต่อเนื่อง “แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ (Kaspersky Internet Security for Android)” จึงมีการอัพเดตระบบ โดยเพิ่มการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ซึ่งเรียกว่า “Cloud ML for Android” เทคโนโลยีนี้ช่วยให้โซลูชั่นมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เร็วขึ้นเมื่อพบกับการคุกคามที่ไม่รู้จัก และช่วยให้การตรวจจับที่ผิดพลาด (False positives) มีอัตราต่ำสุด เมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเข้าสู่อุปกรณ์สื่อสารของตน เทคโนโลยีนี้จะใช้อัลกอริธึ่มการเรียนรู้ของเครื่องบนระบบคลาวด์ซึ่งผ่านการฝึกฝนมาแล้วกับตัวอย่างมัลแวร์นับล้าน ๆ รูปแบบ และจะเลือกวิธีการวิเคราะห์ตัวแปรที่แตกต่างกันหลายพันแบบ ซึ่งรวมถึงคำขออนุญาตหรือจุดเข้าระบบ (Entry point) ที่มีการร้องขอจากแอปพลิเคชั่น ได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีและสร้างการตัดสินที่แม่นยำได้ในทันที แม้ว่าแอปพลิเคชั่นนั้นจะเป็นมัลแวร์ที่มีรูปแบบเฉพาะหรือถูกดัดแปลงมาโดยยังไม่เป็นที่รู้จักก็ตาม เทคโนโลยี Cloud ML for Android จะรับรู้ได้ว่าเป็นอันตรายหากพิจารณาพบตัวแปรพื้นฐานที่สอดคล้องกับรูปแบบการคุกคามที่รู้จักอยู่แล้ว เทคโนโลยีใหม่นี้ไม่เพียงใช้อัลกอริธึ่มการเรียนรู้ของเครื่องเท่านั้น แต่ยังใช้เครือข่ายความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี (Kaspersky Security Network) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานบนระบบคลาวด์แบบกระจายตัวที่ซับซ้อนของแคสเปอร์สกี แล็บ ซึ่งจะประมวลผลการคุกคามทางไซเบอร์แฝงที่มีความสอดคล้องกับสายข้อมูลอภิพันธุ์ (Metadata) ของอาสาสมัครผู้เข้าร่วมระบบนับล้านรายจากทั่วโลก ทิเมอร์ บิยาชูฟ รองประธานฝ่ายงานวิจัยด้านภัยคุกคาม แคสเปอร์สกี แล็บ อธิบายว่า “จากผลการวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ของแคสเปอร์สกี แล็บ พบว่าจำนวนการโจมตีโดยมัลแวร์ต่ออุปกรณ์สื่อสารมีอัตราเพิ่มเป็น 2 เท่าในปี ค.ศ. 2018 เนื่องจากอาชญากรไซเบอร์ได้คิดค้นวิธีการใหม่ ๆ มากมายในการสร้างและกระจายมัลแวร์ ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีป้องกันมัลแวร์จำเป็นต้องไล่ตามให้ทัน โดย แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ ซึ่งเป็นโซลูชั่นสำหรับอุปกรณ์สื่อสารของเรา ได้ช่วยปกป้องผู้ใช้งานนับล้านรายจากการคุกคามขั้นสูงและยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน การติดตั้งองค์ประกอบใหม่นี้ยังช่วยยกระดับความแม่นยำและความเร็วในการตรวจจับการคุกคาม ซึ่งช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์สื่อสารที่ดีเยี่ยมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” หากต้องการอ่านรายละเอียดทั้งหมดของโซลูชั่นแคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ (Kaspersky Internet Security for Android) และดาวน์โหลดเวอร์ชั่น Freemium ของโซลูชั่นนี้ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เกี่ยวกับ แคสเปอร์สกี แล็บ แคสเปอร์สกี้ แล็บ บริษัทระดับโลกผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ซึ่งก่อตั้งมานานกว่า 21 ปี มีความชำนาญพิเศษด้านภัยคุกคามที่ใช้เทคนิคเชิงลึก (Deep Threat Intelligence) และระบบการป้องกันรักษาความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ แล็บ ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นโซลูชั่นและบริการเพื่อการรักษาความปลอดภัยสำหรับปกป้ององค์กรธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ องค์กรภาครัฐบาล และผู้บริโภคทั่วโลก ทั้งนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมของบริษัทประกอบด้วยโซลูชั่นและบริการเพื่อการป้องกันเอนด์พอยนท์ รวมทั้งโซลูชั่นเฉพาะทางมากมายเพื่อรับมือภัยคุกคามทางดิจิตอลที่วิวัฒนาการขยายขีดความซับซ้อนยิ่งขึ้นทุกวัน ปัจจุบันเทคโนโลยีของแคสเปอร์สกี้ แล็บ ทำหน้าที่ปกป้องผู้ใช้งานมากกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และเราได้ให้การช่วยเหลือลูกค้าองค์กรในการป้องกันสินทรัพย์ที่มีค่ายิ่งอีกมากกว่า 270,000 แห่งทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kaspersky.com

“แคสเปอร์สกี อิ …

%d bloggers like this: