Breaking News
Home / ข่าวไอที / เอ็ตด้าเล็งผลักดัน “eID” หนุนธุรกรรมออนไลน์ใน-นอกประเทศ วางรากฐานก้าวเข้าสู่ดิจิทัลอีโคโนมีเต็มรูปแบบ

เอ็ตด้าเล็งผลักดัน “eID” หนุนธุรกรรมออนไลน์ใน-นอกประเทศ วางรากฐานก้าวเข้าสู่ดิจิทัลอีโคโนมีเต็มรูปแบบ

เอ็ตด้าเล็งผลักดัน “” หนุนธุรกรรมออนไลน์ใน-นอกประเทศ

วางรากฐานก้าวเข้าสู่ดิจิทัลอีโคโนมีเต็มรูปแบบ

14  ธันวาคม 2559 – สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เตรียมผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน “ตัวตนบนอิเล็กทรอนิกส์” หรือ “eID” (Electronics Identification) หนุนธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศ-ระหว่างประเทศ เพื่อวางฐานรากในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลโดยสมบูรณ์ พร้อมผนึก Asia PKI Consortium ร่วมพัฒนามาตรฐานระหว่างกัน

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า ตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่า eID คือการสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ขณะเดียวกันยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะอำนวยความมั่นคงปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในการทำธุรกิจออนไลน์ ซึ่งรวมไปถึงการโอน-ชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (electronic funds transfer) หรือการทำธุรกรรมออนไลน์อื่น ๆ ให้ครบสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการโปรโมตการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ในการเปลี่ยนรูปแบบเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และเพื่อเป็นช่องทางในการอำนวยความสะดวกต่อการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย03 ETDA 02 ETDA 01 ETDA

ระบบ eID คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งในกระบวนการทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เพียงแต่ทั้งภาคธุรกิจและอุตสากรรมยังไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญและบทบาทของ eID นี้ในฐานะของมาตรฐานและกลไกสำคัญที่จะช่วยยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรนิกส์ (e-Authentication) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำการค้าข้ามพรมแดน (cross-border) เพื่อให้การทำธุรกรรมระหว่างประเทศมีความน่าเชื่อถือและมั่นคงปลอดภัย

“การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน eID จะช่วยให้เราสามารถลดการฉ้อโกงในทุกกระบวนการ ขณะที่สร้างความน่าเชื่อถือและทำให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างมั่นคงปลอดภัย ซึ่งที่สุดแล้วจะช่วยสร้างตลาดการค้า (e-Market) แบบไร้พรมแดนระหว่างประเทศให้เกิดขึ้นได้อย่างเต็มรูปแบบและมีประสิทธิภาพ และจะนำพาประเทศก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่จะสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนตั้งแต่บุคคลทั่วไป วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไปจนถึงหน่วยงานรัฐและองค์กรธุรกิจ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการผลักดันและขับเคลื่อนธุรกิจและเศรษฐกิจได้อย่างสมบูรณ์” สุรางคณา กล่าว

ในฐานะสมาชิกของสมาคม Thailand PKI ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ Asia PKI Consortium เอ็ตด้าได้ร่วมทำงานในภารกิจด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนามาตรฐานเพื่อความสามารถในการทำงานร่วมกัน (interoperability) ซึ่งจะสนับสนุนการทำธุรกรรมข้ามประเทศอย่างมั่นคงปลอดภัย ผ่านมาตรฐานเพื่อการรับ-ส่งข้อมูล และประมวลผลระหว่างกันได้

เอ็ตด้ายังจับมือกับ Asia PKI Consortium จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ “Electronic ID, Building Ecosystem Right Is the Key”  เพื่อการทำงานร่วมกันและให้ความรู้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในวงกว้าง โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศทั้งในเอเชียแปซิฟิกและยุโรปมาร่วมให้ข้อมูลและความรู้ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ สมาคม Asia PKI Consortium คือหน่วยงานที่ส่งเสริมความร่วมมือในการใช้งานเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะหรือ PKI (Public Key Infrastructure) ในกลุ่มประเทศแถบเอเชีย เพื่อให้การทำธุรกรรมออนไลน์มั่นคงปลอดภัย

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างฐานรากเพื่อรองรับ e-ID เอ็ตด้าอยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนา “Wireless Digital Signing” เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในการทำธุรกรรมหรือเข้าใช้บริการใด ๆ ได้ด้วยความมั่นคงปลอดภัยสูงสุดแทนการใช้ OTP หรือรหัสผ่าน (username/password) โดยปัจจุบัน เอ็ตด้าจับมือผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (mobile operator) 3 รายใหญ่ในประเทศไทยทดสอบระบบ เนื่องจากการยืนยันตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์จะสร้างขึ้นในซิมการ์ด (PKI Sim) เพื่อทำให้การยืนยันตัวตนผ่านมือถือมีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากโปรแกรมมุ่งร้ายหรือมัลแวร์ ไม่สามารถเข้าถึงซิมการ์ด เพื่อสร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แทนเจ้าของโทรศัพท์มือถือได้

การพัฒนาระบบการลงลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Wireless Digital Signing ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกรรมที่ทำโดยบุคคลในโลกอิเล็กทรอนิกส์ (eID) จะมีผลผูกพันทางกฎหมายไปถึงผู้ใช้งาน และจะเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการยกระดับของการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของทั้งภาครัฐและเอกชนในการเข้าสู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างสมบูรณ์

ในฐานะผู้พัฒนา เอ็ตด้าวางแผนจะผลักดันการใช้งาน Mobile Authentication เบื้องต้นใน 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มสถาบันการเงิน เนื่องจากเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของผู้ประสงค์ร้าย อีกทั้งยังเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าในการทำธุรกรรมทางออนไลน์ และ 2. นิติบุคคลที่จำเป็นต้องติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐเป็นประจำ เช่น ผู้ประกอบการนำเข้าส่งออก บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น เพื่อลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ MSI เตรียมจัดให้ สำหรับโปรโมชั่นในงาน Commart WORK 2019

ส่งท้ายปีอย่างย …

%d bloggers like this: