Breaking News

ผลการทดสอบ Kaspersky Lab Cyber Savvy ชี้พฤติกรรมออนไลน์สุดเสี่ยง

ผลการทดสอบ Kaspersky Lab Cyber Savvy

ชี้พฤติกรรมออนไลน์สุดเสี่ยง

แค สเปอร์สกี้ แลปได้ทดสอบความเก๋าทางไซเบอร์ (Cyber Savvy) ของยูสเซอร์ทั่วโลกจำนวน 18,000 คน เพื่อวัดความเสี่ยงของพฤติกรรมบนอินเทอร์เน็ตและออนไลน์ โดยที่ผู้ตอบแบบสอบถามจะต้องเลือกสถานการณ์ออนไลน์ที่มักพบได้ทั่วไปจากคำ ตอบหลากหลายที่มีให้เลือก

จากคำตอบที่ถูกเลือกขึ้นมาทั้งหมด พบว่าในสถานการณ์ที่ยูสเซอร์ต้องระบุภัยคุกคามทางไซเบอร์นั้น มีอัตรา “อันตราย” สูงที่สุด (เช่น สิ่งที่นำไปสู่การสูญหายของทรัพย์สินดิจิตอล, ข้อมูลระบุตัวตน, เงิน)

76% ของผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ระหว่างเว็บเพจของจริงและ ของปลอมที่ทำเลียนแบบ (ในเม็กซิโกตัวเลขขึ้นไปถึง 82%) เมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามเช่นเดียวกันนี้บนเว็บ ยูสเซอร์ก็จะกรอกข้อมูลส่วนตัวเข้าไปยังหน้าเว็บเพจฟิชชิ่งที่ออกแบบมาเพื่อ ขโมยข้อมูลส่วนตัวแบบนี้ได้ดื้อๆ อาชญากรไซเบอร์ใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้เหล่านี้เพื่อเป็นทางเข้าไปบัญชีต่างๆ หลังจากนั้นจะถูกใช้เพื่อแพร่กระจายโฆษณาน่ารำคาญ ไฟล์หรือลิ้งก์ที่แฝงมัลแวร์ รวมทั้งเพื่อขโมยเงินและข้อมูลสำคัญด้วย

พบ ด้วยว่าอีก 75% ละเลยสะเพร่าเรื่องการตรวจสอบฟอร์แมตของไฟล์ที่จะดาวน์โหลด เช่น แทนที่จะได้ไฟล์เพลงกลับได้เป็นไฟล์ที่อาจมีเชื้อไวร้ส เลือก ‘scr’ (สกรีนเซฟเวอร์ – เป็นฟอร์แมททั่วไปที่มักจะพบไวรัสฝังตัวอยู่) เป็นไฟล์ ‘exe’ หรือ ‘zip’ เก็บข้อมูลที่ไม่รู้ที่มาที่ไปในไฟล์นั้นแทนที่จะเป็นไฟล์ ‘wma’ ส่วนมากคนในสหราชอาณาจักร (85%) มักตกเป็นเหยื่อลูกเล่นประเภทนี้Cybersecurity_Mistakes_rating

ความเก๋าไซเบอร์ เชื่อหรือไม่ต่างกันไปตามถิ่นที่อยู่

จาก ข้อมูลสรุปผลการสำรวจพบว่า เยอรมนี สเปน และออสเตรเลียมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดด้านความเก๋าทางไซเบอร์ ถึงกระนั้นก็ตามผู้ที่อยู่ในประเทศเหล่านี้ก็ยังต้องเรียนรู้อีกมาก เช่น คนเยอรมันมีแนวโน้มที่จะเก็บรหัสผ่านในฟอร์แมตที่ไม่ค่อยปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชอบเขียนลงกระดาษที่อยู่ใกล้ๆ เครื่องคอมนั่นเอง ชาวสเปนมักแบ็คอัพข้อมูลในที่ที่ไม่น่าวางใจ แถมยังไม่เข้ารหัสหรือใช้พาสเวิร์ด ส่วนชาวออสเตรเลียไม่รู้แม้กระทั่งว่าบราวเซอร์เก็บประวัติกิจกรรมออนไลน์ เอาไว้ด้วย

ตัวแปรที่ดูจะอันตรายที่สุดจากคำตอบมาจากยูสเซอร์ประเทศ อินเดีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย แม้ว่าผู้คนของแต่ละประเทศจะมีลักษณะพฤติกรรมออนไลน์ที่สุ่มเสี่ยงที่โดด เด่นเป็นของตนเองก็ตาม

ปรากฎว่าชาวอินเดียเป็นกลุ่มที่โดนหลอกง่ายที่ สุด – เพราะเป็นกลุ่มมีความเป็นไปได้สูงสุดที่จะเปิดไฟล์แนบในอีเมล์ที่แม้จะน่า สงสัยก็ตาม หรือแอดเพิ่มใครก็ได้ที่ขอเป็นเฟรนด์ และคลิ้กลิ้งก์จากเพื่อนบนโซเชียลเน็ตเวิร์กโดยไม่เช็คดูก่อนว่าจริงหรือ หลอก พฤติกรรมประเภทนี้หมายความว่ายูสเซอร์ในประเทศนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะตก เป็นเหยื่อของการฉ้อฉลมากกว่าผู้คนในประเทศอื่นๆ

ชาวญี่ปุ่นแสดงความ ไม่สนใจใยดีต่อความปลอดภัยของตนเอง: พวกเขาไม่เห็นประโยชน์ของการทำแบ็คอัพไฟล์ และคิดว่าตนไม่มีข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต้องป้องกัน และยังเป็นกลุ่มที่มีความเป็นไปได้น้อยกว่าที่จะอัพเดทระบบปฏิบัติการ เมื่อเทียบกับยูสเซอร์ในประเทศอื่นๆ ความรู้สึกนึกคิดด้านความปลอดภัยที่ผิดวิสัยเช่นนี้เข้าทางอาชญากรเอามากๆ ยิ่งยูสเซอร์ไม่ค่อยจะใส่ใจที่จะป้องกันตนเองมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งเป็นการง่ายที่จะเจาะเข้าอุปกรณ์ใช้งาน และขโมยข้อมูลมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ชาวมาเลเซีย เพื่อนบ้านใกล้ชิดของไทยเรานี้ ก็มีความสบายๆ อยู่ไม่น้อย: พวกเขาใช้อุปกรณ์สื่อสารมากมายหลายชนิดรวมทั้งแอพพลิเคชั่น โดยไม่สนใจว่าเหมาะสมที่จะติดต่อสื่อสารเรื่องข้อมูลสำคัญต่างๆ หรือไม่ ทำได้แม้กระทั่งติดดั้งโปรแกรมบนอุปกรณ์เพียงแค่คลิ้กตามไปเรื่อยๆ “next-next-next-agree” โดยไม่อ่านเนื่อความที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนถี่ถ้วนก่อนคลิ้กตกลง อีกนัยหนึ่งคือ ตกลงให้ติดตั้งซอฟต์แวร์หรือรับการเปลี่ยนแปลงค่าเซ็ตติ้งของ OS จากแอพพลิเคชั่นเหล่านี้โดยคลิ้กตกลงไปเรื่อยๆ ที่น่าเศร้าที่สุด คือ หนึ่งในสามของผู้เข้าร่วมการสำรวจจากประเภทนี้ต่างก็เต็มใจที่จะยกเลิกโซลู ชั่นแอนตี้ไวรัสในกรณีที่บล็อกการติดตั้งโปรแกรม ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ซอฟต์แวร์อันตรายทำอะไรก็ได้ที่ตนต้องการ

เมื่อ มาถึงเรื่องการป้องกันข้อมูลทางด้านการเงิน ทัศนคติที่เป็นอันตรายที่สุดนั้นพบได้จากยูสเซอร์ในประเทศรัสเซีย และสาธารณรัฐเช็ก ที่มีท่าว่าพลาดท่าเมื่อเลือกเว็บไซต์ของธนาคารเพื่อทำธุรกรรมการเงินที่ ปลอดภัย และยังยอมรับด้วยว่าไม่ได้มีมาตรการทางความปลอดภัยเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อซื้อสินค้าออนไลน์

สัญชาตญานในการป้องกันตนเองเป็น ธรรมชาติของคนเราทุกคน ในโลกแห่งความเป็นจริง ผู้คนส่วนมากมักพร้อมที่จะปกป้องสิ่งที่พวกเขาเห็นว่ามีค่าต่อตนเอง อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจในโลกเวอร์ช่วล สัญชาตญานนี้มักจะพากันหล่นหายไปหมด แม้ว่าชีวิตส่วนตัว อัตลักษณ์และข้อมูลส่วนบุคคล สินทรัพย์ต่างๆ และเงิน ยังคงจำเป็นต้องได้รับการป้อนกันเมื่อทำธุรกรรมออนไลน์ เป็นที่น่าสังเกตว่า มีแนวโน้มที่ทำความผิดพลาดที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาอาศัยอยู่ที่ใด แล้วคุณล่ะ มีความรู้รอบด้านไซเบอร์มากน้อยเพียงใด? เราท้าคุณมาลองทำการทดสอบความเชี่ยวของคุณที่: https://blog.kaspersky.com/cyber-savvy-quiz/

###

เกี่ยวกับแคสเปอร์สกี้ แลป

แค สเปอร์สกี้ แลปก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 เป็นบริษัทระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ซึ่งความชำนาญพิเศษด้านภัยคุกคามที่ใช้เทคนิคเชิงลึก (deep threat intelligence) และระบบการป้องกันรักษาความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ แลปได้ถ่ายทอดออกมาเป็นโซลูชั่นและบริการเพื่อการรักษาความปลอดภัยที่คอยให้ การปกป้ององค์กรธุรกิจ โครงสร้างที่มีความสำคัญ องค์กรภาครัฐและผู้บริโภคมากมายทั่วโลก ทั้งนี้พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความปลอดภัยที่ครบถ้วนของบริษัท ประกอบด้วยโซลูชั่นและบริการเพื่อการป้องกันเอนด์พอยนท์ รวมทั้งโซลูชั่นเฉพาะทางมากมายเพื่อรับมือภัยคุกคามทางดิจิตอลที่วิวัฒนาการ ขยายขีดความซับซ้อนยิ่งขึ้นทุกวัน ปัจจุบันเทคโนโลยีของแคสเปอร์สกี้ แลป สามารถปกป้องยูสเซอร์มากกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และเราได้ให้การช่วยเหลือลูกค้าองค์กรในการป้องกันสินทรัพย์ที่มีค่ายิ่ง อีกมากกว่า 270,000 แห่งทั่วโลก ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kasperesky.com

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

“คาร์ซีท” จำเป็นไหม พบคำตอบได้ที่นี่

คุณพ่อคุณแม่มือ …

%d bloggers like this: