Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / ทิป-เทคนิค / วิธีแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊กชาร์จได้ไม่เต็ม 100%

วิธีแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊กชาร์จได้ไม่เต็ม 100%

ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของการชาร์จแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กได้ไม่เต็ม 100% นั้น ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนค่อนข้างกังวล โดยเฉพาะเวลาที่ต้องนำโน้ตบุ๊กไปใช้งานนอกสถานที่ ก็ไม่รู้ว่าแบตฯ จะหมดลงเมื่อใดหรือจะใช้ได้นานมากมั้ย สาเหตุดังกล่าวนี้เป็นเพราะแบตฯ เสื่อมหรือเกิดจากปัญหาของซอฟต์แวร์จัดการระบบพลังงานที่มีการตั้งค่า Power Management ผิดพลาดหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนในการทำให้เกิดปัญหาการชาร์จไม่เต็ม 100% ด้วยกันทั้งนั้น รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้งานและขาดการดูแลรักษาของผู้ใช้เองด้วย

แต่ก่อนที่จะไปถึงการแก้ไขปัญหาในด้านการชาร์จไฟให้กับโน้ตบุ๊กได้เต็ม ประสิทธิภาพนั้น ก็น่าจะทำความเข้าใจในเรื่องแบตเตอรี่ รอบการชาร์จพลังงาน รวมถึงการดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้สามารถอยู่ได้ยาวนานกันก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเรื่องเข้าใจผิดที่หลายๆ คนยังทำกันอยู่ ก็จะได้ทำความเข้าใจกันใหม่อีกครั้ง เพื่อเป็นการยืดอายุในการใช้งานแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กให้ยาวนานยิ่งขึ้น

การดูแลรักษาแบตเตอรี่

วิธีการดูแลรักษาแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กนั้นทำได้ด้วยกันหลายวิธี ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่กลับถูกมองข้ามและส่งผลต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บประจุของแบตฯ อยู่ไม่น้อย เช่น หลีกเลี่ยงการจัดเก็บแบตฯ ภายใต้สภาวะที่อาจจะส่งผลเสียกับแบตฯ ได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นในบริเวณที่มีความร้อนหรือความชื้นสูง เช่นในรถยนต์ที่จอดกลางแดดหรือใกล้บริเวณที่มีโอกาสสัมผัสกับละอองน้ำ เป็นต้น เพราะอาจทำให้แบตฯ ทำงานผิดปกติจากออกไซด์ที่ขั้วแบตฯ รวมถึงลดประสิทธิภาพในการเก็บประจุ

protect_2

ลดการโหลดพลังงานของแบตเตอรี่ หมายถึงการลดการต่อพ่วงหรือใช้พลังงานจากแบตฯ อย่างสิ้นเปลืองเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการต่อพ่วงอุปกรณ์จำนวนมากพร้อมๆ กันหรือการเปิดการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย แม้ไม่ได้มีการใช้งานอยู่ก็ตาม รวมถึงการปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสม เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานของแบตฯ ลงให้ได้มากที่สุดและลดการเกิดความร้อนนั่นเอง

protect_3

ให้แบตฯ ได้มีโอกาสได้คลายประจุออกบ้าง โดยจะเป็นเหมือนการเคลียร์ประจุที่ค้างอยู่ในแบตฯ ออกให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะทำให้การจัดเก็บประจุในครั้งต่อไปทำได้ดียิ่งขึ้น เหมือนเป็นการทำความสะอาดให้กับตัวเก็บประจุของแบตฯ นั่นเอง ส่วนวิธีการคลายประจุจะทำได้อย่างไรนั้น สามารถติดตามได้ในส่วนของท้ายบทความนี้ ในหัวข้อ การ  

protect_4

ไม่ควรปล่อยหรือใช้งานแบตเตอรี่จนหมดหรือใช้จนแบตฯ เหลือน้อยกว่า 10% เพราะอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการเก็บประจุในระยะยาว

CPUID Hardware Monitor อีกวิธีการตรวจสอบแบตฯ

CPUID_Batt

ถือเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจในการตรวจสอบระดับการเก็บประจุของแบตเตอรี่ โดยที่โปรแกรม CPUID Hardware Monitor สามารถแสดงสถานะในการเก็บประจุ ซึ่งดูได้จากหัวข้อ เปรียบเทียบกันในส่วนที่เป็น Design Capacity ที่เป็นความจุเดิมของแบตฯ เทียบกับ Full Charge Capacity หรือการชาร์จไฟแบบเต็มที่ในปัจจุบัน ถ้าผลใน Full Charge ต่ำกว่า Design Capacity ก็อาจหมายถึงมีการเสื่อมของแบตฯ เกิดขึ้นให้เห็นนั่นเอง แต่ถ้าต้องการตัวเลขที่เป็นสัดส่วน ก็ให้ดูในหัวข้อ Wear Level ซึ่งจะบอกผลเป็นเปอร์เซนต์ได้ชัดเจนขึ้น

จากปัญหาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า โอกาสที่แบตฯ ไม่สามารถเก็บประจุได้ 100% เหมือนเดิมเกิดขึ้นได้ง่ายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้งานแบบไม่ได้เอาใจใส่ดูแลที่ดีพอสมควร ก็มีผลให้การเสื่อมของแบตฯ มากขึ้นตามไปด้วย

Calibrate Battery คืนความสดใหม่ให้แบตเตอรี่

protect_4

ในการทำ Calibrate Battery นั้น แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการคืนสภาพทั้งหมดให้กับแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่ก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นการรีเฟรชหรือการคลายประจุเพื่อให้แบตเตอรี่ได้กลับมาสดใหม่ อีกครั้ง ลักษณะการ Calibrate นั้น มีด้วยกันหลายกระแส แต่ก็เป็นไปในแนวทางเดียวกันคือ การชาร์จประจุให้เต็ม จากนั้นทำการคลายประจุให้หมด แต่ต้องทำเป็นขั้นตอน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีรูปแบบการทำงานดังนี้

1.  ขั้นแรกให้ชาร์จ แบตเตอรี่โน้ตบุ๊กที่ใช้จนเต็ม ไม่ว่าจะขึ้นเป็น 100% หรือหากมีตัวเลขของการชาร์จได้เต็มแล้ว ไม่ว่าระบบจะหยุดชาร์จที่กี่เปอร์เซนต์ก็ตาม ก็ให้ชาร์จต่อเนื่องไปอีกสักระยะ

Calibrat_2

2.  สังเกตว่าเมื่อชาร์จจนระบบแจ้งว่าหยุดการเก็บประจุแล้ว ยังให้ชาร์จแล้วปล่อยทิ้งเอาไว้อีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง

Calibrat_3

3.  ถอดสายชาร์จออกจาก เครื่อง แล้วใช้งานจนกว่าแบตฯ จะหมด ซึ่งต้องเข้าไปดูค่าในส่วนของ Power Plan ด้วย เพราะบางครั้งเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด อาจจะเข้าไปอยู่ในโหมด Sleep แทน ซึ่งต้องให้มั่นใจว่าระบบใช้แบตฯ จนหมดจริงๆ

Calibrat_4

4.  จากนั้นทิ้งให้เครื่องหยุดทำงานไป เพื่อให้มีการคลายประจุอย่างเต็มที่ อาจจะใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น

Calibrat_5

5.  เปิดเครื่องพร้อมกับการชาร์จไฟใหม่จนเต็ม 100% แล้วใช้งานตามปกติต่อไป

Calibrat_6

6.  รูปแบบการ Calibrate ดังกล่าว อาจจะต้องมีระยะในการทำ อาจจะเดือนละครั้งหรือขึ้นอยู่กับความถี่ในการชาร์จของแต่ละวัน

ACPI Compliant Control Method Battery

ในบางครั้งการเกิดปัญหาในส่วนของการรายงานระบบการชาร์จ ก็ไม่ได้เกิดจากความเสื่อมถอยของแบตเตอรี่เสียทีเดียว แต่อาจจะเกิดจากการที่ระบบจัดการไดรเวอร์ของแบตเตอรี่ ACPI Compliant Control Method Battery ทำงานผิดปกติ ในกรณีนี้สามารถแก้ไขได้ ด้วยการติดตั้งไดรเวอร์เข้าไปใหม่ เพื่อปรับปรุงการทำงานของซอฟต์แวร์ใหม่อีกครั้ง ส่วนวิธีการนั้นทำได้โดย

1.  เข้าไปที่การทำงานของ Device Manager

ACPI_1

 

2.  คลิกที่ปุ่มสามเหลี่ยมซ้ายมือหน้าหัวข้อ Battery

ACPI_2

 

 

3.  ในแถบของ Batteries category ให้คลิกขวาที่ Microsoft ACPI Compliant Control Method Battery แล้วเลือก Uninstall

ACPI_3

ข้อควรระวัง ไม่ควรลบหรือ  Delete ไดรเวอร์อื่นใดใน Microsoft AC Adapter driver หรือ  ACPI compliant driver โดยเด็ดขาด

4.  ไปที่แถบเมนูด้านบน แล้วคลิกที่หัวข้อ Scan for hardware changes. เลือกที่ Action แล้วคลิกที่ Scan for hardware changes เพื่อทำการ Reinstall อีกครั้งหนึ่ง

ACPI_4

ด้วยวิธีการต่างๆ เหล่านี้ ถือว่าเป็นตัวช่วยที่จะทำให้แบตเตอรี่ที่เคยมีปัญหาในการชาร์จกลับคืนสภาพมา บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าจากเดิมก่อนที่จะมีปัญหานั้น มีการดูแลหรือมีรูปแบบการใช้งานเป็นเช่นไร ซึ่งแน่นอนว่าปัญหาบางอย่างก็ไม่สามารถกลับคืนมาให้ดีเหมือนใหม่ได้ แต่ก็พอที่จะบรรเทาเบาบางลงได้บ้าง

ที่มา : notebookspec

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

เช็คการติดตั้งเครื่องปรับอากาศของช่างด้วยตัวคุณเองง่ายๆ ใน 5 ขั้นตอน

เช็คการติดตั้งเ …

%d bloggers like this: