Breaking News
Home / โปรแกรม / Open Source / ยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้ Microsoft Office
Open Office
Open Office

ยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้ Microsoft Office

ยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้ Microsoft Office

ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในประเทศไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการใช้ Office Applications ต่างๆ ของค่าย Microsoft สำหรับการใช้งานพื้นฐานในสำนักงานทั่วไป ทั้งนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในสำนักงานเกือบ 100% ใช้ระบบปฏิบัติการของ Windows ของ Microsoft และมักจะมีการติดตั้งชุดโปรแกรมสำหรับสำนักงานมาพร้อมกันกับระบบปฏิบัติการทั้งที่ติดตั้งแบบมีลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องและไม่มีลิขสิทธิ์

ชุดโปรแกรม Microsoft Office กลายเป็นมาตรฐานชุดโปรแกรมที่ใช้ในสำนักงานในบ้านเราไปโดยปริยาย มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีการเรียน การสอนด้านคอมพิวเตอร์ธุรกิจทั้งหลายล้วนต้องบรรจุการเรียน-การสอนวิธีการใช้งาน Microsoft Office ไว้เป็นวิชาหลักในหลักสูตรการศึกษา เรียกได้ว่าใครจบมาต้องใช้ชุดโปรแกรมนี้เป็น จึงจะสามารถพูดได้ว่าเรียนจบคอมพิวเตอร์ธุรกิจมา เหมือนกับว่าเป็นชุดโปรแกรมที่ใช้ในสำนักงานที่มีใช้อยู่เพียงชุดโปรแกรมเดียวในโลกใบนี้

แต่ความเป็นจริงแล้วการพัฒนาชุดโปรแกรมที่ใช้ในสำนักงานต่างๆ นั้น มีการพัฒนา Office Application ขึ้นมามากมายบนพื้นฐานแนวความคิดและรูปแบบการใช้งานที่ใกล้เคียงกันและสามารถใช้ทดแทนกันได้เป็นอย่างดี โดยแบ่งออกเป็นโปรแกรมที่จำเป็นต่อการใช้งานหลักในสำนักงานดังนี้

  1. Word Processing เป็นโปรแกรมประมวลผลคำ ที่ใช้สำหรับการพิมพ์เอกสารทั่วไปซึ่งเป็นโปรแกรมหลักในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดทำเอกสาร
  2. Spreadsheet เป็นโปรแกรมที่สร้างเป็นตารางเพื่อการคำนวน สามารถสร้างสูตรคำนวนทางคณิตศาสตร์เพื่อให้สามารถประมวลผล และแสดงผลแบบอัตโนมัติได้
  3. Presentation เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างสื่อเพื่อการนำเสนอในลักษณะของแผนสไลด์ เพื่องานด้าน Presentation ต่าง
  4. Database เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการจัดทำระบบฐานข้อมูล ในลักษณะของการสร้างแบบฟอร์มเพื่อให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบ และการนำมาใช้งานโดยการสร้างคำสั่งต่างๆ เพื่อประมวลผลข้อมูล
  5. E-mail เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการรับ-ส่ง และบริหารจัดการจดหมายอีเลคโทรนิคส์เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร
  6. โปรแกรมอื่นๆ  เป็นโปรแกรมที่จัดทำขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการใช้งานของชุดโปรแกรมสำหรับสำนักงาน

ในการพัฒนาโปรแกรมที่กล่าวมาข้างต้น ผู้พัฒนาทั้งหลายได้พัฒนาขึ้นมามาในลักษณะ WYSIWYG (What you see is what you get) ที่ผู้ใช้งานจะเห็นที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เหมือนกันกับที่จะพิมพ์ออกมาใช้งาน โดยมีการสร้างปุ่มสำหรับให้ผู้ใช้เลือกใช้งาน (User interface) ในการจัดรูปแบบเอกสาร แทนการใช้ Code คำสั่งในการกำหนดรูปแบบเพื่อความสะดวกของผู้ใช้งาน ที่มีเครื่องหมาย และปุ่มคำสั่งที่ใกล้เคียงกันกับที่มีใช้ในชุดโปรแกรม Microsoft Office เป็นอย่างมาก รวมทั้งหลักและวิธีการใช้งานโปรแกรมเหล่านี้ด้วย

นับตั้งแต่มีการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Linux ขึ้นมาใช้งานแทน Windows และรัฐบาลของประเทศทางทวีปยุโรปหลายๆ ประเทศสั่งให้ใช้ระบบปฏิบัติการอื่นๆ สำหรับคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานราชการของประเทศตน ด้วยเหตุผลทางด้านปลอดภัยความมั่นคงของรัฐ อีกทั้งยังมีความเข้มงวดในเรื่องของกฎหมายลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์นั้น ก็เป็นยุคเดียวกันกับที่การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบ Open Sources เฟื่องฟู มีผู้พัฒนาโปรแกรมรายเล็กรายน้อยขึ้นมาใช้งานกันเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือการร่วมกันพัฒนาต่อยอดโปรแกรมทั้งหลายที่ใช้งานกันอยู่ทั่วไปให้มีประสิทธิภาพขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อพัฒนนาได้แล้วก็นำออกมาเผยแพร่และแบ่งปันให้ผู้อื่นนำไปใช้ และพัฒนาต่อยอดได้โดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธ์ในลักษณะของ Shareware จึงทำให้โปรแกรมเหล่านี้รุ่งเรืองขึ้นและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศต่างๆ แถบทวีปยุโรป

ในส่วนของ Office Applications นั้น ได้มีการร่วมมือกันของผู้ใช้และผู้พัฒนาที่ต่อยอดพัฒนาโปรแกรมต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการทำงานในสำนักงานมาเป็นชุดโปรแกรม OpenOffice ที่ผู้ใช้สามารถใช้โปรแกรมต่างๆ ในชุดโปรแกรมเหล่านี้ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต่างอะไรจากชุดโปรแกรมของผู้พัฒนาโปรแกรมรายใหญ่ของโลก และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองได้ฟรีโดยไม่ต้องมาห่วงกับปัญหาลิขสิทธิ์ที่จะมีผู้มาทวงเก็บตามในภายหลัง นอกจากนี้ชุดโปรแกรม OpenOffice นี้ยังสามารถใช้งานได้ดีกับระบบปฏิบัติการของ Linux และ Windows อีกด้วย จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับสำนักงานต่างๆ ที่ไม่สามารถซื้อหาเอาชุดโปรแกรม Office Application ของเจ้าพ่อซอฟท์แวร์รายใหญ่ของโลกมาใช้งานได้ และไม่ต้องเสี่ยงกับการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายตามกฏหมายลิขสิทธ์ในภายหลังดังเช่นหลายๆ องค์กรประสบอยู่ในทุกวันนี้

googledocs

นอกจากนี้ Google ยังได้มีการพัฒนาข้ามไปอีกขั้นด้วยการนำเอา Office Application เหล่านี้มาให้ผู้ที่ใช้ Gmail ได้ใช้งานในลักษณะของ Online Office ภายใต้บริการที่มีชื่อว่า “Google Document” ที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปจัดการกับเอกสารสำนักงานต่างๆ ด้วยโปรแกรมเหล่านี้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องติดตั้งชุดโปรแกรมเหล่านี้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้โปรแกรมเหล่านี้ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาที่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้จัดเก็บไฟล์เอกสารต่างๆ ที่สร้างขึ้นไว้บน Server ที่ Google Document ให้บริการด้วย จึงทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานกับเอกสารของตนเองได้ทุกสถานที่ในลักษณะของ Mobile Office โดยไม่ต้องวิ่งเข้า-ออกสำนักงานเพื่อจัดทำเอกสาร ในด้านการจัดเก็บเอกสารไว้ใน Server ที่ทาง Google ให้บริการนั้น ผู้ใช้สามารถตั้งค่าความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของเอกสารตนเองได้ว่าจะให้ผู้อื่นเข้ามามีส่วนร่วมในเอกสารที่ตนเองจัดทำและจัดเก็บไว้หรือไม่ หรือถ้าต้องการที่จะเผยแพร่ต่อสาธารณะก็สามารถที่จะแชร์เอกสารเหล่านั้นผ่านทางเครือข่ายของ Google ได้เลยในทันที นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้ที่มีอยู่ทั่วโลกช่วยๆ กันพัฒนา Template หรือฟอร์มเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับงานในออฟฟิศมาแบ่งปันให้ผู้ใช้รายอื่นๆ ได้นำไปเป็นตัวอย่างประยุกต์ใช้งานของตนเองได้อีกด้วย

แม้ว่าทาง Microsoft จะใช้แนวความคิดของ Online Office นำเอาชุดโปรแกรมสำนักงานของ Microsoft Office ฉบับย่อๆ มาให้บริการแก่ผู้ใช้ฟรีอีเมล์ของตนเองเช่นเดียวกันกับ Google Document ก็ตาม แต่การพัฒนาโปรแกรมต่างๆ ในลักษณะที่ไม่ใช่ Open Sources ทำให้ไม่มีผู้พัฒนาโปรแกรมอื่นๆ มาสนับสนุน จึงไม่ค่อยมีผู้นิยมใช้เท่ากับ Google Document ที่สามารถบูรณาการใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้มากกว่า และกว้างขวางมากกว่า

จะเห็นได้ว่าออฟฟิศยุคใหม่ในปัจจุบันนั้น ไม่จำเป็นต้องมีชุดโปรแกรม Microsoft Office ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ในสำนักงานตนเอง และใจตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าวันใดสำนักงานจะเจอแจ๊กพ๊อตโดนเล่นงานเรื่องโปรแกรมที่ติดตั้งโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องเสียเงินค่าปรับอีกมากมาย โดยการเปลี่ยนมาติดตั้ง OpenOffice ใช้ในสำนักงาน และการใช้งาน Google Document เพื่อใช้ทำงานเกี่ยวเอกสารสำนักงานผ่านระบบออนไลน์ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ จะสบายใจกว่า

ซึ่งถ้าสามารถบูรณาการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ได้แล้ว ผู้ใช้เองก็จะสามารถที่จะไปนั่งให้ช่างผมโกรกผมของตนเองได้เป็นชั่วโมงๆ โดยที่ไม่ต้องห่วงว่าจะทำงานเอกสารในสำนักงานได้ไม่ทันเวลาที่ต้องการ เพราะสามารถทำงานเอกสารของตนเองผ่าน “Google Document” ผ่านระบบออนไลน์ได้แม้จะไม่อยู่ในสำนักงาน

ท่านผู้อ่านคิดว่า “ชีวิตนี้น่าจะดีกว่าไหมครับ”

ที่มา : ihotel2011.com

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ควินไทลส์ ร่วมแจกโค้ดโอเพ่นซอร์สสำหรับ ResearchKit

ควินไทลส์ ร่วมแ …

%d bloggers like this: