Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / CloudFlare – เร่งความเร็วเว็บไซต์ แรงสุดสุด และฟรี
Capture_cloudflare
Capture_cloudflare

CloudFlare – เร่งความเร็วเว็บไซต์ แรงสุดสุด และฟรี

สวัสดีครับวันนี้ผมมีเว็บไซต์ ที่มีบริการดีๆ มาฝากกันครับ ชื่อว่า   ซึ่งเว็บนี้บริการ คล้ายๆ OpenDNS นั่นละครับ ที่จะจัดการ ให้เราซึ่งตัว คลาวแฟร์ ตัวนี้จะดีกว่าตรงที่ จะช่วยปกป้องเว็บไซต์เรา และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงของเว็บไซต์ของเราครับ ด้วย : ที่กระจายอยู่ทั่วโลก (13 แห่งสามารถดูได้ที่ System Status)

CloudFlare ผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัย และเร่งประสิทธิภาพการโหลดหน้าเว็บไซต์ บนบริการกลุ่มเมฆ มีทั้งแบบฟรีและเสียตังค์ (cloud-based services) คล้ายกับ GoogleCDN (Page Speed Service) ในเรื่องเร่งประสิทธิภาพการโหลด

ปกติส่วนมากแล้ว webmaster ก็จะหา plug-ins ต่างๆ มาติดตั้งที่เว็บไซต์เพื่อป้องกัน spam หากใช้ CloudFlare ก็ไม่จำเป็นแล้วครับ

– ปัองกันการโจมตีจาก hacker (DDoS, SQL injection)
– ป้องกันพวกสแปมบอท (Spam Posting) ซึ่งใช้ฐานข้อมูลจากโครงการอันนี่บอท (Project Honey Pot’s database)
– สามารถตั้งค่า Security ได้ (Security Level)
– Web Optimization ด้วย Rocket Loader
– ฟรี Traffic analytics
– ติดตั้ง apps เช่น Clicky, Google Analytics, Blitz ง่ายๆ ด้วย one-click install

illustration-small

แบบไม่ใช้บริการ Cloudflare (แบบปกติ)

  •  กรณีผู้ชมปกติ (Good Visitor) ก็จะเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณโดยตรง
  • กรณีเป็นบอทเก็บข้อมูล (Bot/Crawlers) ก็จะเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณโดยตรง
  • กรณีเป็นผู้ก่อการร้าย (Bad Visitor /Attrackers) เข้าถึงเว็บไซต์ของคุณโดยตรงเช่นกัน (ไม่ปลอดภัย)

แบบใช้บริการ Cloudflare

  •  กรณีผู้ชมปกติ (Good Visitor) ก็จะเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณโดยผ่าน CloudFlare ที่กระจายอยู่ทั่วโลก
  • กรณีเป็นบอทเก็บข้อมูล (Bot/Crawlers) ก็จะเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณโดยตรงโดยผ่าน CloudFlare ที่กระจายอยู่ทั่วโลก
  • กรณีเป็นผู้ก่อการร้าย (Bad Visitor /Attrackers) จะไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณโดยตรง เนื่องจาก ClousFlare จะช่วย Detect ให้

cdn-map

CDN : Content Delivery Network (ระบบเครือข่ายการจายเนื้อหา)
ระบบ CloudFlare นั้นจะใช้ CDN อยู่ทั่วโลกตามแผนที่ที่เห็นในรูปนะครับซึ่งเราสามารถไปสถานะดูได้ซึ่งการที่ได้ใช้ CDN และช่วยประหยัด BW แบนด์วิดท์ของเว็บไซต์ไปด้วยในการโหลดซ้ำอีกทั้งเวลาที่เว็บไซต์ (จริง) ล่มถ้าเราใช้บริการ CloudFlare นั้นเราเซิร์ฟเวอร์ชื่อชี้ไปที่ NS ของ CloudFlare ซึ่งเขาจะแคชเซฟเว็บหน้าล่าสุดไว้ทำให้เว็บจริง ล่ม แต่เว็บไม่เป็นหน้าขาวเนื่องจากระบบของ CloudFlare มันฟ้องว่าข้อผิดพลาดข้อผิดพลาดภายในเซิร์ฟเวอร์ 501 แต่หน้าเว็บไม่ขาว CloudFlare ช่วยไว้ ได้ แต่จะขึ้นเตือนไว้ว่า “หน้าที่คุณเห็นอยู่นี้เป็นหน้าแคชของคลาว์นแฟลร์นะ” ตรงข้างบนสุดของเว็บไซต์

  • ไม่ต้องตั้งค่าให้ยุ่งยาก เพียงแค่ชี้ Name Server มาที่ CloudFlare เท่านั้นจบ ! 
  • สามารถทำงานร่วมกับเว็บที่มีเนื้อหาคงที่พวก HTML ได้ และเว็บที่มีเนื้อหาไม่คงที่ได้พวก PHP และอื่นๆ
  • มั่นใจได้เลยว่าเว็บจะออนไลน์ทำงานอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากจะมีระบบ Cache เก็บเว็บไซต์เสมอๆ
  • ช่วย ติดตาม ป้องกัน ต่อต้านผู้ไม่หวังดี ที่กำลังเข้าถึงเว็บของคุณ (ในระดับหนึ่ง)
  • สามารถใช้ IPV6 ได้อัตโนมัติโดย (ผมยังไม่ทราบแน่ชัดกับเรื่องนี้นะครับ ^^)
  • การันตีที่ระดับ 99.999% สุดยอดเพราะระบบ Cache นั้นเองที่ช่วยให้เว็บออนไลน์ตลอดเวลา
  • สามารถทำงานร่วมกับ CDN อื่นๆได้โดยปกติ

optimizer-rocket-loader

Rocket Loader (รวดเร็วเปรียบเสมือนเว็บติดจรวด)
ซึ่งทางเทคนิคจใช้การ เร่งประสิทธิภาพของ CSS และ JavaScript ต่างๆ จำพวก Google Adsense, Facebook gadget, Twitter gadget รวมไปถึงเว็บที่ต้องใช้ CSS ในการจัด layouts ต่างๆ ด้วยซึ่งผมคิดว่าระบบ ClodFlare น่าจะจดจำว่า อันไหนใช้บ่อยๆ เดิมๆ ก็จะทำการเก็บ Cache ไว้ทำให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยลดจำนวนการ request ไปยัง server หลักของเราครับ

optimizer-asynchronous

  • สามารถ เปิด-ปิดได้อย่างง่ายดาย กรณีที่เรากำลังพัฒนาเว็บเราต้องการ Real-time response ครับ
  • จำกัดอัตโนมัติ ก็คือจัดการพวก CSS, JavaScript ของเว็บไซต์ครับผม
  • ไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเติม ดีที่ต้องนี้อีกละครับผม ฮาๆ
  • ใช้ GZip ในการช่วยบีบอัด CSS เว็บไซต์
  • รองรับการใช้งานผ่าน  อุปกรณ์มือถือ Mobile ต่างๆ

security-graph

CloudFlare Security (ระบบความปลอดภัย)
ถือว่าเป็นตัวชูโรงเลยนะครับ เป็นความสามารถหลักเลยก็ว่าได้ ที่สามารถจัดการด้านความปลอดภัยได้ ซึ่งก็จะเป็ลักษณะกราฟ ดังกล่าวละครับ ซึ่งกราฟสีเขียวแทน BW ที่มาจาก Good Visitor กับ Bot ส่วนสีแดงมาจาก Attackers ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจน ในระดับ IP ที่บ่งบอกถึงภูมิภาคและลักษณะพฤติกรรมที่โจมตีเว็บไซต์

  • สามารถแสดง การโจมตี ทั้งหมดได้ แบ่งตามประเทศเลยละครับ ^^
  • รองรับ Browser ทุกชนิดครับผม
  • จะมีการสร้าง ฐานข้อมูลของผู้เยี่ยมชม 
  • เราสามารถ Block IP ได้ สร้าง White List กับ Black List ได้ครับผม
  • ช่วยลดจำนวนการโอน-ถ่ายข้อมูลของเว็บไซต์ Bandwidth 

analytics-graph

CloudFlare Analytic (สถิติของเว็บไซต์)
ตัวนี้ก็ถือเป็นคุณสมบัติเด่นของ Cloudflare เลยก็ว่าได้ครับ แต่มันจะเก็บข้อมูลไม่ Real-time เหมือน Google analytics ซึ่งเราสามารถดูสถิติได้ส่วนหนึ่งละครับ ไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ เนื่องจากเขาจะเก่งในเรื่องของการจัดการ Attackers มากกว่า เขาเลยให้ความสนใจไปที่ Visitors ที่เข้าชมเว็บของเรา และพฤติกรรมของ Visitors ด้วยครับผม

วิธีการสมัครและการเพิ่มเว็บไซต์

  • ก่อนอื่นเลยก็ต้องสมัคร Register กับเว็บ CloudFlare ก่อนครับ จากนั้นก็ Verify E-mail ครับ
  • ต่อไปเป็นการ Add Web site ก็ให้ทำการขั้นตอนที่บอกไว้ครับ ทีละ Step ไม่ยากครับ
  • ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ให้ เปลี่ยน Name Server ของ Domain นั้นมาที่ Name Server ของ CloudFlare ที่เตรียมไว้
  • จากนั้นก็ตรวจสอบว่ามี Record อะไรบ้าง ที่จะใช้ enable/disable คุณสมบัติของ CloudFlare ครับผม

ต้องมีอะไรบ้างก่อนสมัครเปิดใช้งาน CloudFlare?

– สามารถ login เข้าจัดการโดเมนของตัวเองได้ (สามารถขอ username/password จากผู้ให้บริการ hosting ได้)
– หรือแจ้งให้ผู้บริการ hosting เปลื่ยน name server ให้เอง
– เปรียบเทียบก่อนและหลัง (Original load time และ Optimized load time) ได้ที่ http://www.webpagetest.org/compare

หลังจากติดตั้งและใช้บริการ CloudFlare เราจะได้อะไร?

– เว็บโหลดรวดเร็วขึ้น
– ใช้แบนด์วิธน้อยกว่า 60%
– มีการร้องขอที่น้อยลง 65%
– เพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์มากขึ้น

หากเราสมัครใช้ Clicky ก่อนหน้านี้อยู่แล้วก็เพี่ยงแค่นำ Site ID (Preferences > Site information) มาใส่ที่ CloudFlare Clicky app จากนั้นคลิก Submit

ทดสอบใช้บริการจาก Blitz

Blitz คือ เว็บไซต์ที่ให้บริการเกี่ยวกับการทดสอบความเร็วในการโหลด และประสิทธิภาพของเว็บไซต์เรา
ในการทดสอบประสิทธิภาพ (rush) เราจำเป็นต้องอนุญาต app (Blitz) ในการตรวจสอบโดยวิธีการเพิ่ม txt ไฟล์โดยมี content ภายในเป็น 42
จากนั้นอับโหลดไฟล์ไปยัง www root directory ของเว็บไซต์เรา เพื่อให้เว็บไซต์เรามีการส่งข้อมูลกลับ “42″ สำหรับใช้ในการตรวจสอบ

การตรวจสอบ

curl --dump-header - http://www.mydomain.net/mu-44bf8430-786f58e9-4fef0c74-d9b123456

ถ้าผ่านจะแสดงข้อมูลตอบกลับเป็น 200 OK และ Content เป็น 42

เริ่มต้นทดสอบ

[1] RUN

http://mydomain.net

[2] sprint

-A – http://www.mydomain.net

[3] convert this sprint into a rush

–pattern 1-250:60 http://www.mydomain.net

Cannot rush CloudFlare servers

ลองอีกครั้ง

-p 1-250:60 -H ‘Host: direct.mydomain.net’ http://11.22.33.44

การ Rushing (load test) โดยไม่ผ่าน CloudFlare proxy server

-p 1-250:60 -H ‘Host: direct.mydomain.net’ http://11.22.33.44

11.22.33.44 คือ IP address ของเซิร์ฟเวอร์คุณ (hosting)

NOTE [2] หลังจากได้ทดสอบเสร็จสิ้นแล้วให้ลบไฟล์ที่อับโหลดขึ้นทิ้งไป

หลังจากที่เรา update name server แล้ว สักพักจะได้รับเมลแจ้งการ updated แล้วจากทาง CloudFlare

NOTE [3] CloudFlare มี Plug-in สนับสนุน WordPress ด้วยเพื่อ Optimizer ผ่าน API Key


การยกเลิกใช้บริการ CloudFlare

– ง่ายๆ เพียงแค่เปลื่ยน name server กลับเท่านั้นเองครบ

ขอบคุณที่มารูปภาพ และเนื้อหา : CloudFlare, comseeit.com, blog.susethailand.com

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

การก้าวสู่แนวคิดวิทยาการหุ่นยนต์เพื่อการทำงานร่วมกับมนุษย์

การก้าวสู่แนวคิ …

%d bloggers like this: