Breaking News
Home / ข่าวไอที / กระทรวงศึกษาธิการประกาศกร้าว บัณฑิตยุคใหม่ต้องผ่านเกณฑ์ ทักษะดิจิทัลมาตรฐานสากล

กระทรวงศึกษาธิการประกาศกร้าว บัณฑิตยุคใหม่ต้องผ่านเกณฑ์ ทักษะดิจิทัลมาตรฐานสากล

1552745102576.jpg

กระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่นจริงจังในการขับเคลื่อนการพัฒนายกระดับสถาบันการศึกษาของประเทศให้สร้างบุคลากร หรือแรงงานในอนาคตให้มีทักษะดิจิทัลที่เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือเทคโนโลยีเปลี่ยนฉับพลัน (Disruptive Technology) ถือเป็นการปฎิรูปการศึกษาแบบพลิกโฉมครั้งสำคัญของประเทศที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้การรับรองวุฒิบัตรรับรองความสามารถด้านคอมพิวเตอร์สากล (International Computer Driving License : ) ให้กับทุกหลักสูตรอย่างเป็นทางการ โดยมีการมอบประกาศนียบัตรรับรอง (Certificate of Recognition) ให้กับ เพื่อเป็นการยอมรับและยืนยันถึงความต้องการจำเป็นในการร่วมกันพัฒนาสมรรถนะและศักยภาพของกำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศให้ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะ นักเรียน นิสิตและนักศึกษาทุกระดับในสถาบันการศึกษาที่เป็นรากฐานแห่งแรงงานสมรรถนะสูงในอนาคต ซึ่ง จะเป็นใบเบิกทางของคนทำงานยุคใหม่ ที่สามารถใช้ได้ทั้งในประเทศและทั่วโลก อีกทั้งยังสามารถตอบโจทย์การขับเคลื่อนนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ที่สอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี พ.ศ.2561-2580 ในยุทธศาสตร์ที่สาม “การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน”

จากการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก (World Talent Ranking) จำนวน 63 ประเทศ ในปี 2561 โดยสถาบันการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development : IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พบว่าประเทศไทยมีอันดับที่ตกลง 3 อันดับ โดยลดลงจากอันดับที่ 27 ในปี 2560 มาเป็นอันดับที่ 30 ในปี 2561 เมื่อพิจารณาคะแนนที่ประเทศไทยได้รับในระยะตั้งแต่ปี 2557 – 2561 จะเห็นได้ว่ามีคะแนนที่สูงขึ้นมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา แต่ในปี 2561 คะแนนของประเทศไทยลดลง โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีคะแนน 79.45 ในขณะที่คะแนนเฉลี่ยของ 63 ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเท่ากับ 76.61 คะแนนของประเทศไทยยังอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก แสดงให้เห็นว่ามีการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศควรมีการเร่งดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงสภาพแวดล้อมที่จะส่งเสริมให้ทุกภาคเศรษฐกิจสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ภายใต้บริบทใหม่ของโลก จะทำให้ประเทศไทยมีอันดับขีดความสามารถที่สูงขึ้นได้อย่างแน่นอน

ในขณะเดียวกัน ตัวเลขจาก IMD ในปี 2561 ไทยเป็น 1 เดียวในอาเซียนที่ได้อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลระดับโลก (World Digital Competitiveness) ดีขึ้นจากอันดับที่ 41 ในปี 2560 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 39 ในปี 2561 เหตุผลที่อันดับด้านดิจิทัลของไทยดีขึ้น มาจากการพัฒนาสู่เศรษฐกิจดิจิทัลตามนโยบาย Thailand 4.0 ที่มีแนวโน้มดีขึ้นมาก ทั้งในด้านความรู้และระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีดิจิทัล กฎ ระเบียบ ความตระหนักรู้ และเงินทุน อย่างไรก็ตาม ยังต้องให้ความสำคัญและเน้นในเรื่องการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรดิจิทัลสำหรับอนาคตให้มากยิ่งขึ้น

จากผลของสถานะการจัดอันดับดังกล่าว บ่งบอกได้ว่าประเทศไทยเรากำลังเผชิญกับความท้าทาย ยิ่งกว่านั้นยังเป็นโอกาสของเราที่จะทำการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในอันที่จะสร้างมูลค่าจากเทคโนโลยีดิจิทัล สถาบันการศึกษาต้องตื่นตัวให้ความสำคัญกับศักยภาพด้านดิจิทัลของบุคลากรในทุกระดับ ถึงเวลาแล้วที่ต้องเร่งพัฒนากำลังคนให้จริงจังเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะภาคการศึกษาที่เป็นฐานรากกำลังคนที่สำคัญที่สุด ดังนั้น นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ในทุกสาขาวิชา ต้องได้รับการศึกษาเรียนรู้ หรือฝึกอบรมให้มีทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นกำลังคนสมรรถนะสูงที่สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในระดับชาติและนานาชาติได้

เราพบว่า ในยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี นั้น ได้มุ่งเน้นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน เพื่อมุ่งไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ของประเทศ ในขณะที่แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น ในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2574 ยังมีเป้าหมายด้านผู้เรียน โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นทักษะการรู้ด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) เป็นการทำให้ผู้เรียนก้าวทันต่อการปฏิวัติดิจิทัล (Digital Revolution) กระทรวงศึกษาธิการจึงเดินหน้าปลดล็อคครั้งสำคัญ รับรองวางเกณฑ์การประเมินทักษะด้านดิจิทัลด้วยมาตรฐานสากล ICDL ในทุกหลักสูตร ถือเป็นการปฎิรูปการศึกษาครั้งสำคัญเพื่อสร้างตัวชี้วัดให้ภาคการศึกษาที่ต้องพัฒนานักเรียน นิสิตและนักศึกษาให้มีความเข้มแข็งด้านทักษะดิจิทัลระดับสากล มีความพร้อมที่จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นกำลังคนคุณภาพที่พร้อมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลได้ในอนาคต
ทุกหลักสูตรของ ICDL ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการให้การรับรองนั้น ถือว่าเป็นใบบิกทางให้กับ นักเรียน นิสิตและนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ได้มีความพร้อมด้านทักษะดิจิทัลเพื่อเข้าสู่การทำงานในอันที่บ่งบอกถึงขีดความสามารถด้านดิจิทัลที่มีมาตรฐานของตนได้ เป็นประโยชน์และเพิ่มโอกาสให้กับผู้สมัครงาน และบริษัทหรือผู้ประกอบการสามารถเลือกบุคลากรที่มีความสามารถได้โดยพิจารณาจากการมีใบรับรองด้านทักษะดิจิทัลของผู้สมัครนั้นเอง โดยหลักสูตร ICDL ที่ได้รับการรับรอง ครอบคลุมตั้งแต่ทักษะดิจิทัลระดับพื้นฐานที่จำเป็นไปจนถึงระดับทักษะดิจิทัลขั้นสูง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มทักษะหลัก ได้แก่

1 กลุ่มทักษะดิจิทัลระดับที่จำเป็นสำหรับกำลังคน (Workforce Digital Skills) ได้แก่ 1.1 กลุ่มหลักสูตรทักษะดิจิทัลพื้นฐาน (Basic skills) ได้แก่ พื้นฐานคอมพิวเตอร์ (Computer Basics) พื้นฐานการออนไลน์ (Online Basics) 1.2 กลุ่มหลักสูตรเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน (Productivity Skills) ได้แก่ หลักสูตรเพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องมือด้านดิจิทัลหรือโปรแกรมอำนวยความสะดวก (Application) ขั้นต้นสำหรับการทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว ได้แก่ การประมวลผลคำ (Word Processing) แผ่นตารางทำการ (Spreadsheet) และการนำเสนอ (Presentation) 1.3 กลุ่มหลักสูตรเพื่อการปฏิบัติงานที่เหมาะสม การทำงานร่วมกันออนไลน์ (Online Collaboration) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมั่คงและปลอดภัย (IT Security) และ

2. กลุ่มทักษะดิจิทัลระดับสูง (Professional/Occupational Digital Skills) จัดกลุ่มตามลักษณะเฉพาะของงาน อาทิ 2.1 กลุ่มหลักสูตรสำหรับสายการตลาดและการสื่อสาร 2.2 กลุ่มหลักสูตรสำหรับสายการเงินและการบริหาร 2.3 กลุ่มหลักสูตรสายการออกแบบ 2.4 กลุ่มหลักสูตรสายเทคนิค 2.5 กลุ่มหลักสูตรสำหรับครูอาจารย์นักการศึกษา

หลักสูตรวุฒิบัตรล่าสุดตอบโจทย์ความต้องการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่สำหรับอนาคต อาทิ Computing, Digital Marketing, 3D CAD Information Literacy, ICT in Education, Data Protection, Data Analytics เป็นต้น
ปัจจุบัน ICDL ได้รับการรับรองโดยหน่วยงานและสมาคมด้านคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ของรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ สหประชาชาติ ยูเนสโก หน่วยงานด้านการศึกษา และบริษัทชั้นนำทั่วโลก ซึ่งหลักสูตรมาตรฐาน สากล ICDL ได้รับการยอมรับว่า เป็นผู้นำอันดับหนึ่งเรื่องมาตรฐานการวัดความรู้ความสามารถด้านคอมพิว เตอร์ ในปัจจุบันได้ใช้ ICDL กันอย่างกว้างขวางทั้งในระดับราชการ บริษัทเอกชน หน่วยงานด้านการศึกษา มหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียนต่าง ๆ ในระดับนานาประเทศรวมมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก อีกทั้ง ยังได้ รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ รวมมากกว่า 42 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนสอบ ICDL ไปแล้วกว่า 15 ล้านคนทั่วโลก ข้อสอบและวุฒิบัตรที่มอบไปแล้วจำนวนมากกว่า 54 ล้านฉบับ

แท้จริงแล้ว ภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่ต้องทำการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลและนำประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 และดิจิทัลไทยแลนด์ให้ได้อย่างยั่งยืนนั้น ยิ่งต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา คนทำงาน และบุคคลทั่วมีศักยภาพด้านดิจิทัลมากขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อันนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนต่อไป

บุคคลในภาพ (จากขวาไปซ้าย)
1. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
2. ดร. ฮิวจ์ส แพททริค โอคอนแนล กรรมการผู้จัดการ ICDL Thailand
3. คุณกฤษฎิ์กัญญา กานต์จิรธันย์ กรรมการบริหาร ICDL Thailand

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

  มาสเตอร์การ์ดเสริมความแข็งแกร่งความเป็นผู้นำด้านการชำระเงินแบบเรียลไทม์ ในเอเชียแปซิฟิก โดยมุ่งเน้นที่ตลาดในประเทศไทย

มาสเตอร์การ์ดเส …

%d bloggers like this: