Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / แจ้งเตือนและข้อแนะนำ / VMware เผยพฤติกรรมเสี่ยงของผู้บริโภคในโลกไซเบอร์ เป็นอุปสรรคด้านความปลอดภัยในการขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสดในประเทศไทย

VMware เผยพฤติกรรมเสี่ยงของผู้บริโภคในโลกไซเบอร์ เป็นอุปสรรคด้านความปลอดภัยในการขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสดในประเทศไทย

เผยพฤติกรรมเสี่ยงของผู้บริโภคในโลกไซเบอร์ เป็นอุปสรรคด้านความปลอดภัยในการขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสดในประเทศไทย

  • ช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างความเข้าใจเรื่องสังคมไร้เงินสดและพฤติกรรมความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ของผู้บริโภคที่หละหลวมมีส่วนคุกคามภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการทุจริตทางการเงินและการสูญเสียทางเศรษฐกิจ
  • นวัตกรรมจำเป็นต้องพึ่งพาสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่แข็งแกร่งที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความเร็ว ความอัจฉริยะ และ ‘Zero Trust’ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ VMware ประกาศวิสัยทัศน์ด้านเครือข่ายและสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตที่สร้างขึ้นพร้อมกับการเชื่อมต่อที่ครอบคลุม ทั้งมีระบบรักษาความปลอดภัยในตัว สำหรับแอพและข้อมูลที่มีการกระจายในปริมาณสูง ไม่ว่าจะใช้งานอยู่บนคลาวด์แบบใดก็ตาม

ประเทศไทย (24 ตุลาคม 2561) – VMware อิงค์ (NYSE: VMW) ผู้นำนวัตกรรมซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร ได้เปิดเผยข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมลูกค้าธนาคาร (VMware Banking Consumer 2020 Study) ฉบับใหม่โดยพบว่าลูกค้าคนไทยมากกว่าหนึ่งในสาม (35%) ไม่ได้มีมาตรการที่เหมาะสมในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลทางการเงินของพวกเขา โดยพวกเขาตั้งรหัสผ่านเดียวกันสำหรับการเข้าใช้บริการแอพบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งรหัสผ่านดังกล่าวมีข้อมูลส่วนตัวรวมอยู่ด้วย

ขณะที่การตอบรับกระแสสังคมไร้เงินสดเพิ่มขึ้นนั้นเป็นสัญญาณด้านบวกให้เห็นถึงเป้าหมายที่ชัดเจนของประเทศไทยในเรื่องนี้ แต่พฤติกรรมการใช้งานในโลกไซเบอร์ที่ย่ำแย่อาจส่งผลทำให้ลูกค้าสถาบันการเงินและธนาคาร (FSI) มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาการฉ้อฉลและการสูญเสียทางการเงิน ผู้บริโภคคนไทยส่วนใหญ่ (86%) เก็บข้อมูลบัญชีธนาคารไว้ในแอพพลิเคชั่นอย่างน้อย 1 ถึง 6 แอพพลิเคชั่น มีเพียงส่วนน้อย (30%) ที่มีพฤติกรรมที่ดีในการใช้งานทางไซเบอร์โดยใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันสำหรับบัญชีธนาคารของเขาทั้งหมด แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ประเทศไทยถูกจัดว่าดีที่สุดในภูมิภาค โดยมีสัดส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคนี้ซึ่งอยู่ที่ 24%

“การชำระเงินโดยไม่ใช้เงินสดหรือเปลี่ยนเป็นสังคมไร้เงินสดกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น – ปริมาณการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือในเดือนมิถุนายน 2017 มีมูลค่าถึง 22,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 57% จากปีที่แล้ว ตามข้อมูลที่ได้จากธนาคารแห่งประเทศไทย[1]  การเติบโตของการชำระเงินโดยไม่ใช้เงินสดถูกเร่งให้ก้าวไกลยิ่งขึ้นหลังจากการกำหนดมาตรฐานของการชำระเงินผ่านระบบ QR code และการเปิดตัวบริการการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ” กล่าวโดยคุณเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของ VMware “สถาปัตยกรรมระบบที่มีอยู่ขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่จะปกป้องคุ้มกันสิ่งที่เกิดขึ้นจริงจากการชำระเงินในรูปแบบนี้ ทางธนาคารและสถาบันการเงินจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายแบบใหม่ที่ช่วยปกป้องแอพ ข้อมูล และผู้ใช้ ผ่านสภาพแวดล้อมการทำงานบนระบบคลาวด์ที่หลากหลาย”

การสำรวจครั้งนี้ยังพบว่า ผู้บริโภคในประเทศไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับระดับการรักษาความปลอดภัยที่มาพร้อมกับวิธีการชำระเงินแบบใหม่เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรวมถึงการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อ สรรพสิ่งที่เชื่อมต่อ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และแอพต่างๆ  ดังนั้นธนาคารและสถาบันการเงินจำเป็นต้องรับภาระหนักขึ้นเพื่อให้วิธีการชำระเงินแบบใหม่เหล่านี้มีความปลอดภัย ผ่านการใช้นวัตกรรมและการจัดวางระบบโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง  ในทางกลับกัน ผู้บริโภคในสิงคโปร์และมาเลเซียไม่ค่อยเชื่อมั่นหรือไว้วางใจในวิธีการชำระเงินแบบใหม่นี้ และรู้สึกสบายใจกว่าที่จะใช้วิธีการทำธุรกรรมแบบเดิม เช่น การใช้เงินสดและบัตรเอทีเอ็ม

ผู้บริโภคชาวไทยยังแสดงความพึงพอใจต่อการใช้บริการธนาคารในด้านต่างๆ ต่อไปนี้ในระดับที่สูง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเดียวกัน

  • ความรวดเร็วในการตอบคำถามหรือแก้ไขปัญหา
  • ความพร้อมใช้งานของช่องทางให้บริการลูกค้า
  • ความโปร่งใสของนโยบาย ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เข้าใจได้ง่าย
  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้ข้อมูลตามหลักจริยธรรม

VMware มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลโดยใช้เครือข่ายระบบคลาวด์เสมือน: เครือข่ายที่ล้ำสมัยและระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับทุกภาระงานบนระบบคลาวด์ต่างๆ

เพื่อช่วยให้ธนาคารและสถาบันการเงินมีดุลภาพระหว่างนวัตกรรมและความสามารถในการปรับเปลี่ยนขนาดระบบ ทาง VMware ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถประยุกต์ใช้สถาปัตยกรรมเครือข่ายที่ทำงานโดยอาศัยซอฟต์แวร์แบบเอ็นต์-ทู-เอ็นต์ที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น ซึ่งก็คือ เครือข่ายระบบคลาวด์เสมือน (Virtual Cloud Network) ที่เชื่อมต่อได้ครอบคลุมขึ้นและมีระบบรักษาความปลอดภัยในตัว(Intrinsic Security) สำหรับแอพและข้อมูลที่มีการกระจายข้อมูลปริมาณมาก ภายใต้สภาพแวดล้อมคลาวด์ทุกรูปแบบ  ธนาคาร สถาบันการเงิน และธุรกิจต่างๆ ที่กำหนดให้ความคล่องตัว นวัตกรรม และความมั่นคงปลอดภัยเป็นแกนหลักสำหรับการดำเนินธุรกิจ จะได้รับประโยชน์จากเครือข่ายระบบคลาวด์เสมือนดังกล่าว โดยช่วยปลดล็อกข้อจำกัดที่มีอยู่จากเทคโนโลยีระบบเครือข่ายปัจจุบัน การลดความซับซ้อนของระบบเครือข่ายลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยกำหนดบทบัญญัติการรักษาความปลอดภัยขึ้นใหม่

ยกระดับความล้ำสมัยของเครือข่ายและระบบซีเคียวริตี้สำหรับภาระงานทั้งหมดบนระบบคลาวด์ต่างๆ: VMware NSX-T Data Center 2.3 ช่วยขยายขีดความสามารถของเครือข่ายแบบมัลติคลาวด์และระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง  การเข้าถึงการเชื่อมต่อในทุกรูปแบบ ทำงานอิสระแยกจากระบบคลาวด์พื้นฐาน ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำงานข้ามระบบคลาวด์สาธารณะที่หลากหลาย เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่พร้อมใช้งานและบริการพิเศษจากผู้ให้บริการระบบคลาวด์ต่างๆ ได้โดยสะดวก

ความง่ายของการวางระบบ การบริหารจัดการ และการใช้งาน NSX: VMware NSX-T Data Center 2.3 ช่วยให้การติดตั้ง การปรับตั้งค่า การบริหารจัดการกับผังงานใหม่ และค้นหาฟังก์ชั่นการทำงานสำหรับออปเจ็ค์และอีเวนต์ต่างๆ เป็นเรื่องง่าย ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดนโยบายต่างๆ และนำไปบังคับใช้งานทั้งกับศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเองและพื้นที่ใช้งานบนโครงสร้างระบบคลาวด์ที่หลากหลาย

การวางแผนระบบรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติงานที่ขับเคลื่อนโดยตัวเองสำหรับเครือข่ายระบบคลาวด์เสมือน: ช่วยให้ลูกค้าสร้างและเปิดใช้งานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเครือข่ายระบบคลาวด์เสมือนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมใช้งานอย่างเต็มที่ และมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น ลูกค้าสามารถเร่งการวางแผนและการจัดแยกระบบส่วนงานขนาดเล็ก วางแผนการย้ายแอพพลิเคชั่นต่างๆ มีมุมมองการปฏิบัติงานที่ชัดเจนขึ้นในการบริหารจัดการ ปรับเปลี่ยนขนาด และบังคับใช้ข้อกำหนดสำหรับการติดตั้งระบบศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ VMware NSX  ซึ่งโซลูชั่นนี้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบซอฟต์แวร์ติดตั้งในบริษัทและให้บริการในรูปแบบ SaaS ที่มีฟีเจอร์ครบครันและระดับความสามารถเท่าเทียมกันทั้งคู่

VMware และ Arista เชื่อมความปลอดภัยทางกายภาพและเวอร์ชวลทั่วทั้งเครือข่ายระบบคลาวด์เสมือน:  Arista และ VMware ได้ร่วมมือกันเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันที่แนบชิดขึ้นระหว่าง Arista CloudVision และ VMware NSX

“ธนาคารและสถาบันการเงินต้องเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นในการจัดการข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า รวมทั้งข้อเรียกร้องจากลูกค้าที่ต้องการได้รับบริการที่รวดเร็ว  การค้นหาดุลยภาพที่เหมาะสมระหว่างการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า การปฏิบัติตามข้อกำหนด และการรักษาความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าโครงสร้างดิจิทัลรองรับนวัตกรรมแห่งอนาคต ซึ่งฟังดูยุ่งยากแต่มีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีแห่งอนาคต สถาปัตยกรรมเครือข่ายระบบคลาวด์เสมือนทำหน้าที่คุมบังเหียนเพื่อส่งต่ออานุภาพของเทคโนโลยีเครือข่าย ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้กับธนาคารและสถาบันการเงินในการตอบรับกับโอกาสและรับมือกับอุปสรรคใหม่ๆ ได้รวดเร็วขึ้น สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ และส่งมอบบริการสำหรับแอพพลิเคชั่นและข้อมูลทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม” คุณเอกภาวิน อธิบายเพิ่มเติม

“VMware มุ่งมั่นที่จะช่วยลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของเราเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบดิจิทัลในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันในทุกธุรกิจ (disruptive change)   เมื่อภูมิภาคนี้เริ่มต้นที่จะเดินเข้าสู่แนวคิดเมืองและประเทศอัจฉริยะ (smart cities, smart nations) ด้วยการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูงจึงเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งสำหรับธุรกิจเฉพาะด้าน เช่น ธนาคารและสถาบันการเงิน” คุณเอกภาวินกล่าวเพิ่มเติม “เรายังคงเดินหน้าช่วยเหลือธุรกิจต่างๆ ให้สามารถบริหารจัดการบนคลาวด์ที่หลากหลายและเชื่อมโยงส่วนงานระหว่างฝ่ายไอทีและนักพัฒนาเข้าด้วยกัน”

###

เกี่ยวกับวีเอ็มแวร์ (VMware)

วีเอ็มแวร์ เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน ด้วยความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์กว่า 75,000 ราย ผนวกกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของวีเอ็มแวร์ อาทิ ระบบประมวลผล ระบบคลาวด์ โมบิลิตี้ เน็ตเวิร์คกิ้ง และระบบรักษาความปลอดภัย วีเอ็มแวร์จึงเป็นผู้ให้บริการระบบดิจิทัลพื้นฐานที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว โดยให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 500,000 รายทั่วโลก สำนักงานใหญ่วีเอ็มแวร์ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต ในปีนี้ วีเอ็มแวร์ฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างผลประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจและสังคม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูได้ที่ https://www.vmware.com/company.html

VMware, NSX และ NSX-T Data เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท VMware, Inc. หรือบริษัทสาขาในสหรัฐอเมริกาและเขตอำนาจศาลอื่นๆ  บทความนี้อาจจะประกอบด้วยไฮเปอร์ลิงค์ไปยังเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่ของ VMware ที่ถูกสร้างขึ้นและดูแลโดยผู้อื่น ซึ่งจะเป็นผู้ที่รับผิดชอบสำหรับเนื้อหาบนเว็บไซต์ดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว

เกี่ยวกับ VMware Banking Consumer 2020

VMware Banking Consumer 2020 เป็นการสำรวจที่จัดทำขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคในช่วงเดือนกันยายน 2018 โดยเป็นการสำรวจพฤติกรรม ความชอบ และทัศนคติเกี่ยวกับการธนาคารและอนาคตของรูปแบบการชำระเงินของผู้บริโภคจำนวน 6,000 คน ในประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย และเกาหลีใต้

[1] ธนาคารแห่งประเทศไทย, การใช้ระบบธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือและระบบธนาคารผ่านอินเทอร์เน็ต, 2018

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

“แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์” ยกระดับการปกป้องด้วยเทคโนโลยี Machine Learning เพื่อรับมือการคุกคามทางไซเบอร์ขั้นสูง “แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ (Kaspersky Internet Security for Android)” โซลูชั่นด้านความปลอดภัยสำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เพื่อเสริมประสิทธิภาพการรับมือกับการโจมตีของมัลแวร์ที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยฟีเจอร์ใหม่ซึ่งทำงานบนพื้นฐานของเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) สามารถตรวจจับมัลแวร์ขั้นสูงหรือมัลแวร์ที่ไม่รู้จักได้ทันที เพื่อลดความเสี่ยงที่อุปกรณ์สื่อสารจะถูกโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ทำให้โซลูชั่นตรวจพบแอปพลิเคชั่นอันตรายที่ถูกดาวน์โหลดเข้าสู่อุปกรณ์ ก่อนที่มันจะเริ่มทำงาน ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา การคุกคามอุปกรณ์สื่อสารทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนอาจทำให้ระบบป้องกันในปัจจุบันไม่สามารถรับมือกับการคุกคามที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้เสมอไป อาชญากรรมไซเบอร์ยังมีการใช้มัลแวร์รูปแบบใหม่และปรับเปลี่ยนวิธีการอยู่เสมอ ซึ่งทำให้ยากต่อการระบุตัวตน และเมื่อมัลแวร์รูปแบบใหม่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับโซลูชั่นด้านความปลอดภัยในการอัพเดตระบบอย่างทันท่วงทีเพื่อให้มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการป้องกันมัลแวร์เหล่านี้ หนึ่งในขั้นตอนการต่อสู้กับการคุกคามที่ยังไม่รู้จักและมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างต่อเนื่อง “แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ (Kaspersky Internet Security for Android)” จึงมีการอัพเดตระบบ โดยเพิ่มการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ซึ่งเรียกว่า “Cloud ML for Android” เทคโนโลยีนี้ช่วยให้โซลูชั่นมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เร็วขึ้นเมื่อพบกับการคุกคามที่ไม่รู้จัก และช่วยให้การตรวจจับที่ผิดพลาด (False positives) มีอัตราต่ำสุด เมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเข้าสู่อุปกรณ์สื่อสารของตน เทคโนโลยีนี้จะใช้อัลกอริธึ่มการเรียนรู้ของเครื่องบนระบบคลาวด์ซึ่งผ่านการฝึกฝนมาแล้วกับตัวอย่างมัลแวร์นับล้าน ๆ รูปแบบ และจะเลือกวิธีการวิเคราะห์ตัวแปรที่แตกต่างกันหลายพันแบบ ซึ่งรวมถึงคำขออนุญาตหรือจุดเข้าระบบ (Entry point) ที่มีการร้องขอจากแอปพลิเคชั่น ได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีและสร้างการตัดสินที่แม่นยำได้ในทันที แม้ว่าแอปพลิเคชั่นนั้นจะเป็นมัลแวร์ที่มีรูปแบบเฉพาะหรือถูกดัดแปลงมาโดยยังไม่เป็นที่รู้จักก็ตาม เทคโนโลยี Cloud ML for Android จะรับรู้ได้ว่าเป็นอันตรายหากพิจารณาพบตัวแปรพื้นฐานที่สอดคล้องกับรูปแบบการคุกคามที่รู้จักอยู่แล้ว เทคโนโลยีใหม่นี้ไม่เพียงใช้อัลกอริธึ่มการเรียนรู้ของเครื่องเท่านั้น แต่ยังใช้เครือข่ายความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี (Kaspersky Security Network) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานบนระบบคลาวด์แบบกระจายตัวที่ซับซ้อนของแคสเปอร์สกี แล็บ ซึ่งจะประมวลผลการคุกคามทางไซเบอร์แฝงที่มีความสอดคล้องกับสายข้อมูลอภิพันธุ์ (Metadata) ของอาสาสมัครผู้เข้าร่วมระบบนับล้านรายจากทั่วโลก ทิเมอร์ บิยาชูฟ รองประธานฝ่ายงานวิจัยด้านภัยคุกคาม แคสเปอร์สกี แล็บ อธิบายว่า “จากผลการวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ของแคสเปอร์สกี แล็บ พบว่าจำนวนการโจมตีโดยมัลแวร์ต่ออุปกรณ์สื่อสารมีอัตราเพิ่มเป็น 2 เท่าในปี ค.ศ. 2018 เนื่องจากอาชญากรไซเบอร์ได้คิดค้นวิธีการใหม่ ๆ มากมายในการสร้างและกระจายมัลแวร์ ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีป้องกันมัลแวร์จำเป็นต้องไล่ตามให้ทัน โดย แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ ซึ่งเป็นโซลูชั่นสำหรับอุปกรณ์สื่อสารของเรา ได้ช่วยปกป้องผู้ใช้งานนับล้านรายจากการคุกคามขั้นสูงและยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน การติดตั้งองค์ประกอบใหม่นี้ยังช่วยยกระดับความแม่นยำและความเร็วในการตรวจจับการคุกคาม ซึ่งช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์สื่อสารที่ดีเยี่ยมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” หากต้องการอ่านรายละเอียดทั้งหมดของโซลูชั่นแคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ (Kaspersky Internet Security for Android) และดาวน์โหลดเวอร์ชั่น Freemium ของโซลูชั่นนี้ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เกี่ยวกับ แคสเปอร์สกี แล็บ แคสเปอร์สกี้ แล็บ บริษัทระดับโลกผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ซึ่งก่อตั้งมานานกว่า 21 ปี มีความชำนาญพิเศษด้านภัยคุกคามที่ใช้เทคนิคเชิงลึก (Deep Threat Intelligence) และระบบการป้องกันรักษาความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ แล็บ ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นโซลูชั่นและบริการเพื่อการรักษาความปลอดภัยสำหรับปกป้ององค์กรธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ องค์กรภาครัฐบาล และผู้บริโภคทั่วโลก ทั้งนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมของบริษัทประกอบด้วยโซลูชั่นและบริการเพื่อการป้องกันเอนด์พอยนท์ รวมทั้งโซลูชั่นเฉพาะทางมากมายเพื่อรับมือภัยคุกคามทางดิจิตอลที่วิวัฒนาการขยายขีดความซับซ้อนยิ่งขึ้นทุกวัน ปัจจุบันเทคโนโลยีของแคสเปอร์สกี้ แล็บ ทำหน้าที่ปกป้องผู้ใช้งานมากกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และเราได้ให้การช่วยเหลือลูกค้าองค์กรในการป้องกันสินทรัพย์ที่มีค่ายิ่งอีกมากกว่า 270,000 แห่งทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kaspersky.com

“แคสเปอร์สกี อิ …

%d bloggers like this: