Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / แจ้งเตือนและข้อแนะนำ / เร้ดแฮทเผยข้อมูล จากการสำรวจผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีขององค์กรขนาดใหญ่จำนวน 253 ราย ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย พบว่า โอเพ่นซอร์ส เป็นเครื่องมืออันดับหนึ่งในการพัฒนาโซลูชั่น IoT

เร้ดแฮทเผยข้อมูล จากการสำรวจผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีขององค์กรขนาดใหญ่จำนวน 253 ราย ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย พบว่า โอเพ่นซอร์ส เป็นเครื่องมืออันดับหนึ่งในการพัฒนาโซลูชั่น IoT

เร้ดแฮทเผยข้อมูล จากการสำรวจผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีขององค์กรขนาดใหญ่จำนวน 253 ราย ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย พบว่า โอเพ่นซอร์ส เป็นเครื่องมืออันดับหนึ่งในการพัฒนาโซลูชั่น IoT

อุปกรณ์ในโลกปัจจุบันไม่ว่าจะมีขนาดใด ใช้ทำอะไร ต่างสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างชาญฉลาด มีการเชื่อมต่อใหม่ๆ ระหว่างอุปกรณ์นับล้านๆ ชิ้นเกิดขึ้นใหม่ทุกวัน IDC คาดว่าในปี 2563 จะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT) ทั่วโลกเกินกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่า การเติบโตสะสมเฉลี่ยต่อปีจะมากกว่า 14% ในช่วงหลายๆ ปีต่อจากนี้ การพัฒนาอย่างรวดเร็วของ IoT เป็นตัวเร่งให้องค์กรต่างๆ ลงทุนด้านเทคโนโลยี และลงทุนกับเครื่องมือที่จะช่วยพัฒนา บริหารจัดการ และนำผลิตภัณฑ์และบริการด้าน IoT เหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์มากขึ้น

เร้ดแฮทได้มอบหมายให้ RTInsigts ทำการสำรวจผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีขององค์กรขนาดใหญ่จำนวน 253 ราย เพื่อให้ได้ข้อมูลว่าพวกเขาเหล่านั้นใช้เทคโนโลยีอะไรพัฒนาโซลูชั่นด้าน IoT ต่างๆ โดยองค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจนี้จะต้องเป็นองค์กรที่พัฒนาโซลูชั่น IoT อยู่ในปัจจุบัน หรือมีแผนจะทำภายใน 12-18 เดือนต่อจากเวลาที่ทำการสำรวจ การสำรวจได้พิจารณาถึงความแตกต่างระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชั่น IoT กับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นแบบเดิม, ระหว่างการพัฒนาโซลูชั่น IoT ได้มีความสามารถสำคัญๆ อะไรบ้างเกิดขึ้นบ้าง และความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องมือที่เป็นโอเพ่นซอร์สและการพัฒนาโซลูชั่น IoT

หนึ่งในคำถามแรกๆ ของการสำรวจคือ “ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชั่น IoT กับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นแบบเดิม คืออะไร” ซึ่งคำตอบที่ได้รับจากการสำรวจมีดังนี้

  • การพัฒนาโซลูชั่นต่างๆ ที่เชื่อถือได้และปรับระดับการทำงานได้ตามต้องการ (51 เปอร์เซ็นต์)
  • มาตรฐานต่างๆ ในการจัดการให้ข้อมูลและแอปพลิเคชั่นทำงานร่วมกันได้อย่างยั่งยืน (48 เปอร์เซ็นต์)
  • เซ็นเซอร์และอุปกรณ์อัจฉริยะที่ใช้งานปลายทางมีจำนวนมาก (45 เปอร์เซ็นต์)
  • การจัดการกับความปลอดภัยของข้อมูลและแอปพลิเคชั่น (41 เปอร์เซ็นต์)

เมื่อระบุได้แล้วว่าความแตกต่างระหว่างกระบวนการทั้งสองคืออะไร เราก็สามารถระบุได้ชัดเจนขึ้นว่าอะไรคือสิ่งจำเป็นในการพัฒนาโซลูชั่น IoT ให้ประสบความสำเร็จ และผลสำรวจที่ออกมาก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าโซลูชั่นที่เชื่อถือได้และปรับขนาดการทำงานได้ตามต้องการจะถูกจัดอยู่ในลำดับแรกๆ ที่ผู้ให้การสำรวจเห็นว่าควรนำมาใช้เพื่อการสรรสร้างโซลูชั่น IoT ต่างๆ รวมถึงการใช้ข้อมูลปริมาณมาก

เมื่อได้ทราบถึงความแตกต่างระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชั่น IoT และแอปพลิเคชั่นแบบเดิมแล้ว เราต้องการทราบว่าผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีใช้ซอฟต์แวร์อะไรเป็นเครื่องมือในการสร้างแอปพลิเคชั่น IoT ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เราได้ทราบว่าซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สได้กลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดขององค์กรในการพัฒนาแอปพลิเคชั่นและนำมาใช้ ซึ่งตรงตามผลสำรวจที่ระบุว่าโอเพ่นซอร์สเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการพัฒนาโซลูชั่น IoT ด้วยเช่นกัน

ผลสำรวจพบว่า 39% ของผู้ตอบแบบสอบถามจากองค์กรที่กำลังพัฒนาโซลูชั่น IoT อยู่ในปัจจุบัน ชื่นชอบเครื่องมือที่เป็นโอเพ่นซอร์สมากกว่าเครื่องมืออื่นๆ ที่มีกรรมสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อถามคำถามเดียวกันนี้ไปยังองค์กรที่จัดตัวเองอยู่ในกลุ่มผู้นำด้าน IoT ตัวเลขยิ่งสูงขึ้น กล่าวคือ 43% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้โอเพ่นซอร์สในการพัฒนาโซลูชั่น IoT ทั้งนี้ ในบรรดาองค์กรที่ใช้โอเพ่นซอร์สเป็นหลักในการพัฒนาโซลูชั่น IoT ที่จัดตัวเองเป็นผู้นำด้าน IoT ใช้โซลูชั่นโอเพ่นซอร์สมากกว่า องค์กรที่ใช้เครื่องมือที่มีกรรมสิทธิ์เป็นหลักในการพัฒนาถึง 50%

การสนับสนุนและความช่วยเหลือจากโซลูชั่นโอเพ่นซอร์สไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อเราพิจารณาถึงความต้องการหลักๆ ในการพัฒนาโซลูชั่น IoT กล่าวได้ว่าองค์กรที่พัฒนาโซลูชั่น IoT ต้องพร้อมที่จะจัดการกับความต้องการในการปรับขนาดการทำงานได้ตามต้องการ, ความเชื่อถือได้, การจัดการความซับซ้อน, และความต้องการอื่นๆ ที่จะตามมา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่โอเพ่นซอร์สมีอยู่แล้ว และสามารถช่วยองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้

จะเห็นได้ว่าซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเป็นที่แพร่หลายในหมู่องค์กร และการสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นโอกาสของเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่จะเสริมให้องค์กรต่างๆ เริ่มต้นใช้โซลูชั่น IoT ต่างๆ ร่วมกับสถาปัตยกรรมไอทีของตน เร้ดแฮทมุ่งมั่นให้การสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงระบบไอทีขององค์กร และยังคงมุ่งหวังที่จะทำงานกับผู้ใช้งานในการพัฒนาโซลูชั่น IoT ต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีของเร้ดแฮทอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละองค์กร

สามารถเข้าอ่านรายงานผลสำรวจฉบับเต็มได้ที่นี่

 วิธีการสำรวจ

เร้ดแฮท อิงค์ มอบหมายให้ RHInsights สำรวจความเห็นของผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีในองค์กรขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย จำนวน 253 แห่ง ผู้ตอบแบบสอบถามจะต้องกำลังพัฒนาโซลูชั่น IoT อยู่ในปัจจุบัน หรือมีแผนที่จะพัฒนาโซลูชั่น IoT ภายใน 12-18 เดือนนับจากการสำรวจ แบบสำรวจออนไลน์เสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560

เร้ดแฮทคือผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โซลูชั่นโอเพนซอร์สชั้นนำของโลก ที่ใช้วิธีการขับเคลื่อนจากชุมชน เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีคลาวด์ ลินุกซ์ มิดเดิลแวร์ สตอเรจ และเวอร์ชวลไลเซชั่นที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพสูง และให้บริการการสนับสนุน การฝึกอบรม และให้คำปรึกษาที่ได้รับการยอมรับ เร้ดแฮทเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของเครือข่ายทั่วโลกให้กับผู้ประกอบการ พันธมิตร และชุมชนโอเพนซอร์ส เร้ดแฮทจึงสามารถสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการ และเป็นระบบเปิดใช้งานได้อย่างอิสระเพื่อสร้างการเติบโตและเป็นการเตรียมลูกค้าให้พร้อมตอบรับกับไอทีในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.redhat.com

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

“แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์” ยกระดับการปกป้องด้วยเทคโนโลยี Machine Learning เพื่อรับมือการคุกคามทางไซเบอร์ขั้นสูง “แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ (Kaspersky Internet Security for Android)” โซลูชั่นด้านความปลอดภัยสำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เพื่อเสริมประสิทธิภาพการรับมือกับการโจมตีของมัลแวร์ที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยฟีเจอร์ใหม่ซึ่งทำงานบนพื้นฐานของเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) สามารถตรวจจับมัลแวร์ขั้นสูงหรือมัลแวร์ที่ไม่รู้จักได้ทันที เพื่อลดความเสี่ยงที่อุปกรณ์สื่อสารจะถูกโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ทำให้โซลูชั่นตรวจพบแอปพลิเคชั่นอันตรายที่ถูกดาวน์โหลดเข้าสู่อุปกรณ์ ก่อนที่มันจะเริ่มทำงาน ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา การคุกคามอุปกรณ์สื่อสารทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนอาจทำให้ระบบป้องกันในปัจจุบันไม่สามารถรับมือกับการคุกคามที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้เสมอไป อาชญากรรมไซเบอร์ยังมีการใช้มัลแวร์รูปแบบใหม่และปรับเปลี่ยนวิธีการอยู่เสมอ ซึ่งทำให้ยากต่อการระบุตัวตน และเมื่อมัลแวร์รูปแบบใหม่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับโซลูชั่นด้านความปลอดภัยในการอัพเดตระบบอย่างทันท่วงทีเพื่อให้มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการป้องกันมัลแวร์เหล่านี้ หนึ่งในขั้นตอนการต่อสู้กับการคุกคามที่ยังไม่รู้จักและมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างต่อเนื่อง “แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ (Kaspersky Internet Security for Android)” จึงมีการอัพเดตระบบ โดยเพิ่มการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ซึ่งเรียกว่า “Cloud ML for Android” เทคโนโลยีนี้ช่วยให้โซลูชั่นมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เร็วขึ้นเมื่อพบกับการคุกคามที่ไม่รู้จัก และช่วยให้การตรวจจับที่ผิดพลาด (False positives) มีอัตราต่ำสุด เมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเข้าสู่อุปกรณ์สื่อสารของตน เทคโนโลยีนี้จะใช้อัลกอริธึ่มการเรียนรู้ของเครื่องบนระบบคลาวด์ซึ่งผ่านการฝึกฝนมาแล้วกับตัวอย่างมัลแวร์นับล้าน ๆ รูปแบบ และจะเลือกวิธีการวิเคราะห์ตัวแปรที่แตกต่างกันหลายพันแบบ ซึ่งรวมถึงคำขออนุญาตหรือจุดเข้าระบบ (Entry point) ที่มีการร้องขอจากแอปพลิเคชั่น ได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีและสร้างการตัดสินที่แม่นยำได้ในทันที แม้ว่าแอปพลิเคชั่นนั้นจะเป็นมัลแวร์ที่มีรูปแบบเฉพาะหรือถูกดัดแปลงมาโดยยังไม่เป็นที่รู้จักก็ตาม เทคโนโลยี Cloud ML for Android จะรับรู้ได้ว่าเป็นอันตรายหากพิจารณาพบตัวแปรพื้นฐานที่สอดคล้องกับรูปแบบการคุกคามที่รู้จักอยู่แล้ว เทคโนโลยีใหม่นี้ไม่เพียงใช้อัลกอริธึ่มการเรียนรู้ของเครื่องเท่านั้น แต่ยังใช้เครือข่ายความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี (Kaspersky Security Network) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานบนระบบคลาวด์แบบกระจายตัวที่ซับซ้อนของแคสเปอร์สกี แล็บ ซึ่งจะประมวลผลการคุกคามทางไซเบอร์แฝงที่มีความสอดคล้องกับสายข้อมูลอภิพันธุ์ (Metadata) ของอาสาสมัครผู้เข้าร่วมระบบนับล้านรายจากทั่วโลก ทิเมอร์ บิยาชูฟ รองประธานฝ่ายงานวิจัยด้านภัยคุกคาม แคสเปอร์สกี แล็บ อธิบายว่า “จากผลการวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ของแคสเปอร์สกี แล็บ พบว่าจำนวนการโจมตีโดยมัลแวร์ต่ออุปกรณ์สื่อสารมีอัตราเพิ่มเป็น 2 เท่าในปี ค.ศ. 2018 เนื่องจากอาชญากรไซเบอร์ได้คิดค้นวิธีการใหม่ ๆ มากมายในการสร้างและกระจายมัลแวร์ ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีป้องกันมัลแวร์จำเป็นต้องไล่ตามให้ทัน โดย แคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ ซึ่งเป็นโซลูชั่นสำหรับอุปกรณ์สื่อสารของเรา ได้ช่วยปกป้องผู้ใช้งานนับล้านรายจากการคุกคามขั้นสูงและยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน การติดตั้งองค์ประกอบใหม่นี้ยังช่วยยกระดับความแม่นยำและความเร็วในการตรวจจับการคุกคาม ซึ่งช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์สื่อสารที่ดีเยี่ยมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” หากต้องการอ่านรายละเอียดทั้งหมดของโซลูชั่นแคสเปอร์สกี อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้ ฟอร์ แอนดรอยด์ (Kaspersky Internet Security for Android) และดาวน์โหลดเวอร์ชั่น Freemium ของโซลูชั่นนี้ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เกี่ยวกับ แคสเปอร์สกี แล็บ แคสเปอร์สกี้ แล็บ บริษัทระดับโลกผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ซึ่งก่อตั้งมานานกว่า 21 ปี มีความชำนาญพิเศษด้านภัยคุกคามที่ใช้เทคนิคเชิงลึก (Deep Threat Intelligence) และระบบการป้องกันรักษาความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ แล็บ ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นโซลูชั่นและบริการเพื่อการรักษาความปลอดภัยสำหรับปกป้ององค์กรธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ องค์กรภาครัฐบาล และผู้บริโภคทั่วโลก ทั้งนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมของบริษัทประกอบด้วยโซลูชั่นและบริการเพื่อการป้องกันเอนด์พอยนท์ รวมทั้งโซลูชั่นเฉพาะทางมากมายเพื่อรับมือภัยคุกคามทางดิจิตอลที่วิวัฒนาการขยายขีดความซับซ้อนยิ่งขึ้นทุกวัน ปัจจุบันเทคโนโลยีของแคสเปอร์สกี้ แล็บ ทำหน้าที่ปกป้องผู้ใช้งานมากกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และเราได้ให้การช่วยเหลือลูกค้าองค์กรในการป้องกันสินทรัพย์ที่มีค่ายิ่งอีกมากกว่า 270,000 แห่งทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kaspersky.com

“แคสเปอร์สกี อิ …

%d bloggers like this: