Breaking News
Home / ข่าวไอที / วีเอ็มแวร์ จัดการประชุม CIO Forum ที่สิงคโปร์ กระตุ้นให้ผู้บริหารระดับ CIO ก้าวข้ามอุปสรรคด้านดิจิตอลในองค์กร พร้อมพลิกโฉมธุรกิจด้วยแนวคิดดิจิตอล

วีเอ็มแวร์ จัดการประชุม CIO Forum ที่สิงคโปร์ กระตุ้นให้ผู้บริหารระดับ CIO ก้าวข้ามอุปสรรคด้านดิจิตอลในองค์กร พร้อมพลิกโฉมธุรกิจด้วยแนวคิดดิจิตอล

วีเอ็มแวร์ จัดการประชุม CIO Forum ที่สิงคโปร์ กระตุ้นให้ผู้บริหารระดับ CIO ก้าวข้ามอุปสรรคด้านดิจิตอลในองค์กร พร้อมพลิกโฉมธุรกิจด้วยแนวคิดดิจิตอล

งานวิจัยใหม่ล่าสุดของวีเอ็มแวร์ ที่งาน CIO Forum ระบุว่ามีเพียง 1.2% ขององค์กรในภูมิภาคนี้เท่านั้น ที่เป็นผู้พลิกโฉมองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิตัล (Digital disruptors)” อย่างแท้จริง

สิงคโปร์20 เมษายน 2561 –  วีเอ็มแวร์ อิงค์ (NYSE: VMW) ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมซอฟต์แวร์สำหรับเอ็นเตอร์ไพรส์จัดประชุมผู้บริหารระดับ C-level ซึ่งรวมไปถึงประธานฝ่ายสารสนเทศจำนวนกว่า 120 คนในงาน CIO Forum ประจำปีสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลีใต้และจัดแสดงโซลูชั่นครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อเร่งประสิทธิภาพให้การลงทุนด้านดิจิตอลได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นในช่วงที่องค์กรธุรกิจกำลังเติบโต

เนื่องจากองค์กรธุรกิจและรัฐบาลต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับเปลี่ยนระบบขององค์กร หรือดิจิตอล ทรานฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) โดยที่รัฐบาลต่างๆ ได้เริ่มวางแผนสู่การเป็น Smart Nation ดังนั้น DX หรือการทำดิจิตอล ทรานฟอร์เมชั่น จึงเป็นประเด็นสำคัญในการจัดงาน โดยวีเอ็มแวร์ได้ร่วมมือกับ International Data Corporation (IDC) ทำให้ผู้บริหารระดับ C-level สามารถวางแผนในการทำดิจิตอล ทรานฟอร์เมชั่นสำหรับองค์กรในอนาคต โดยเข้าใจถึงขอบเขตและผลกระทบของการทำดิจิตอล ทรานฟอร์เมชั่น และสามารถวิเคราะห์วิธีในการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่แต่ละองค์กรให้ความสำคัญแบบเชิงลึก

ปี 2560 เป็นปีที่องค์กรต่างๆในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพบกับทางตันในโลกดิจิตอล:

ในงานนี้ IDC ได้ประกาศผลศึกษาการทำดิจิตอล ทรานฟอร์เมชั่น ล่าสุดในภูมิภาคที่ชื่อ “IDC MaturityScape Benchmark: Digital Transformation in APEJ, 2018” ในปีพ.ศ. 2560 การศึกษาพบว่าองค์กรต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) (APEJ) เริ่มหันมาปฏิรูประบบดิจิตอลขององค์กรด้วยการริเริ่มโครงการต่างๆ อย่างไรก็ตาม มีเพียง 1.2% ขององค์กรในภูมิภาคนี้เท่านั้น ที่เป็น “ผู้พลิกโฉมองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิตัล (Digital disruptors)” อย่างแท้จริง[1]

นายดันแคน ฮิววิตต์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของวีเอ็มแวร์ กล่าวว่า “ความพร้อมในการใช้งานเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความแตกต่างจากภูมิภาคอื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งไม่แตกต่างคือองค์กรต่างๆ ในภูมิภาคนี้ต่างยอมรับว่าเทคโนโลยีดิจิตัลมีความจำเป็นเพื่อช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโต เพื่อที่จะทำให้การปฏิรูประบบดิจิทัลในภูมิภาคพัฒนาไปได้ด้วยดี องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องรวมผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิตอลต่างๆ ที่มีอยู่ในองค์กรให้ทำงานร่วมกันได้ ซึ่งคือการป้องกันไม่ให้เกิดการทำงานแบบไซโลนั่นเอง”

ผลการศึกษาพบว่าองค์กรส่วนใหญ่ (86.5 เปอร์เซ็นต์) ยังคงอยู่ในสามระยะแรกของการปรับใช้เทคโนโลยีในองค์กร และระบุว่ายังไม่สามารถรวมผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอลของตนเข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ในการใช้งานที่สม่ำเสมอ

“จากการพูดคุยกับลูกค้ารายใหญ่ๆ ทำให้เราทราบว่าสภาพแวดล้อมด้านไอทีขององค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น มีส่วนผสมของโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม พับลิกคลาวด์และไพรเวทคลาวด์ วีเอ็มแวร์ มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับลูกค้าในการพัฒนากลยุทธ์ที่พวกเขาต้องการ เพื่อช่วยให้ประสบความสำเร็จและสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจได้” นายดันแคน กล่าวเสริม

การจัดการสภาพแวดล้อมขององค์กรที่ใช้งานมัลติคลาวด์

เมื่อองค์กรขยายการใช้งานคลาวด์เพิ่มมากขึ้นโดยใช้บริการจากผู้ให้บริการหลากหลายราย หรือที่เรียกว่าสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์ จะทำให้เกิดความซับซ้อนและความเสี่ยงจากความหลากหลายของโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเครื่องมือการจัดการ และกระบวนการในการทำงานที่แตกต่างกัน วีเอ็มแวร์ประเมินว่าเกือบ 2 ใน 3 ขององค์กรต่างๆ ในอุตสาหกรรมได้ใช้บริการคลาวด์จากผู้ให้บริการตั้งแต่สองรายขึ้นไป นอกเหนือจากการใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์หรือศูนย์ข้อมูลขององค์กรที่มีอยู่แล้ว[2]

VMware Cloud Services พร้อมช่วยในการจัดการความซับซ้อนและความเสี่ยงของสภาพแวดล้อมคลาวด์ที่หลากหลาย และช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานคลาวด์ (cloud) ไปสู่แกนหลักที่เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กร (core) และประสบการณ์ของผู้ใช้งานในองค์กร (edge) มีความสอดคล้องกัน ด้วยการทำให้โครงสร้างพื้นฐานไอทีระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ต่างๆ ทำงานร่วมกันได้ โดยสามารถมองเห็นภาพรวมของการใช้งานคลาวด์, ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน, ประสิทธิภาพของเครือข่าย, การตรวจสอบและวิเคราะห์แอพพลิเคชั่นอย่างละเอียด, ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสำหรับระบบพับลิกคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กร

นอกจากนี้วีเอ็มแวร์ยังได้เปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เช่น VMware Hybrid Cloud Extension Service สำหรับไพรเวทคลาวด์ขององค์กร ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับเช่าใช้ (SaaS) ที่ให้ความคล่องตัวในการใช้แอพพลิเคชั่นและโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ vSphere  เวอร์ชั่นต่างๆ ทั้งในดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์

VMware Cloud Provider Program ซึ่งมีผู้ให้บริการด้านคลาวด์หลากหลายรายให้ลูกค้าเลือกใช้ และ VMware Cloud Services บริการด้านคลาวด์ใหม่ของวีเอ็มแวร์ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถจัดการ ตรวจสอบ และทำให้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และแอพพลิเคชั่นทำงานได้อัตโนมัติ ด้วยระบบที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของการใช้งานคลาวด์ (Cloud usage), ค่าใช้จ่าย (Costs) และการเข้าใช้งานเครือข่าย (Network traffic)

ขับเคลื่อนการทำดิจิตอล ทรานฟอร์เมชั่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

แดเนียล-โซอี้ ฮิเมเนซ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและผู้นำด้านการปฏิบัติงานด้าน Digital Transformation ของ IDC Asia / Pacific กล่าวว่า “การปฏิรูประบบดิจิตอลเป็นสิ่งที่องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเห็นความสำคัญ อย่างไรก็ตามแม้จะมีความคืบหน้าและความสำเร็จในช่วงต้น หลายๆองค์กรก็ยังอยู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิรูประบบดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนให้องค์กรก้าวไปข้างหน้า องค์กรต้องสร้างตัวชี้วัดใหม่ ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ปรับกลยุทธ์การใช้เทคโนโลยีและพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิตอล

ขณะที่องค์กรต่างๆ มุ่งสู่สภาพแวดล้อมการใช้เทคโนโลยีแบบมัลติคลาวด์ พวกเขาจะต้องมีความสามารถในการจัดการความเสี่ยงและความซับซ้อนที่เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ลักษณะของสถานที่ทำงานก็มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วจากการใช้งานเดสก์ท็อปแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนคลาวด์จากผู้ให้บริการหลากหลายราย สิ่งนี้ก่อให้เกิดความท้าทายใหม่ๆ ที่องค์กรต้องเผชิญ ไมว่าจะเป็นการจัดการและควบคุม, การจัดเตรียมและวางเวิร์กโหลด, การจัดการความสามารถในการรองรับงาน และการตรวจสอบประสิทธิภาพและความโปร่งใสด้านค่าใช้จ่ายของทุกๆ คลาวด์ที่ใช้งาน

“ในกระบวนทัศน์ดิจิตอลใหม่ซึ่งเทคโนโลยีจะเข้ามาผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและการเติบโตของธุรกิจ เราต้องการสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่เหมาะสมสำหรับ 20 ปีข้างหน้า

ด้วยเหตุนี้เราจึงพร้อมที่จะสนับสนุนลูกค้าของเราในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นต่อไปด้วยโซลูชั่นคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นของเรา เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิตอลและขับเคลื่อนภูมิภาคนี้สู่โลกดิจิตอลในอนาคต” นายดันแคน กล่าวสรุป

###

เกี่ยวกับวีเอ็มแวร์

วีเอ็มแวร์ เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน ด้วยความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์กว่า 75,000 ราย ผนวกกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของวีเอ็มแวร์ อาทิ ระบบประมวลผล ระบบคลาวด์ โมบิลิตี้ เน็ตเวิร์คกิ้ง และระบบรักษาความปลอดภัย วีเอ็มแวร์จึงเป็นผู้ให้บริการระบบดิจิทัลพื้นฐานที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว โดยให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 500,000 รายทั่วโลก สำนักงานใหญ่วีเอ็มแวร์ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต ในปีนี้ วีเอ็มแวร์ฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างผลประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจและสังคม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูได้ที่ https://www.vmware.com/company.html

VMware และ VMware Cloud เป็นเครื่องหมายทางการค้าของวีเอ็มแวร์ อิงค์ หรือ บริษัทในเครือในประเทศสหรัฐอเมริกาและเขตอื่น ๆ ความนี้อาจมีการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่ไม่อยู่ภายใต้การดูแลของวีเอ็มแวร์ และวีเอ็มแวร์ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาในเว็บไซต์ดังกล่าว

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

ขอเชิญนักวิจัยร่วมส่งผลงานเข้าขอรับทุน วิจัย แบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ช อวอร์ด 2018

ขอเชิญนักวิจัยร …

%d bloggers like this: