Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / รู้ทันเทคโนโลยี / แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2561: เทคโนโลยีเปลี่ยนมนุษย์

แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2561: เทคโนโลยีเปลี่ยนมนุษย์

แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2561: เทคโนโลยีเปลี่ยนมนุษย์

2018 Hot Consumer Trends infographic

2018 Report Hot Consumer Trends 

  • ผู้บริโภคคาดหวังจะได้ใช้เทคโนโลยีที่ควบคุมด้วยเสียง การแสดงออกทางสีหน้า และท่าทาง
  • หูฟังจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้งานทุกวันตลอด 24 ชม. แม้ขณะนอนหลับ
  • 51 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR/VR) เชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสามารถทำให้โฆษณาดูเหมือนผลิตภัณฑ์จริงจนไม่สามารถแยกออก

ผลสำรวจแนวโน้มในอนาคตจากทัศนคติของผู้ใช้งาน (NASDAQ: ERIC) ห้องปฏิบัติการวิจัยผู้บริโภคนำเสนอรายงานประจำปีฉบับที่ 7 เกี่ยวกับ 10 แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2561 และในอนาคต

โดยรายงานชี้ให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนแนวคิดที่ผู้บริโภคคาดหวังเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตมนุษย์ การใช้ภาษากาย การแสดงออกทางสีหน้า และการออกเสียงสูงต่ำ จะช่วยเสริมการควบคุมด้วยเสียงและสัมผัสระหว่างผู้บริโภคกับอุปกรณ์เทคโนโลยี ทำให้เกิดการปรับตัวได้ง่ายขึ้นในช่วงเวลาที่ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างมาก

แนวโน้ม 10 ประการที่จะเกิดขึ้นในปี 2561 และในอนาคต  

  1. ร่างกายของเราคือส่วนต่อประสาน ผู้ใช้งานปัจจุบันมากกว่าครึ่งที่ใช้อุปกรณ์สั่งงานด้วยเสียงมีความเชื่อว่าเราจะใช้ท่าทาง การแสดงออกทางสีหน้า การออกเสียงสูงต่ำ และการสัมผัส ในการทำปฏิสัมพันธ์กับอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ราวกับเพื่อนมนุษย์ ผู้ใช้งานจำนวน 2 ใน 3 ส่วนคิดว่าแนวโน้มเช่นนี้จะเกิดขึ้นภายในอีก 3 ปีข้างหน้า
  2. เสียงที่ได้ยิน 63 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคอยากได้หูฟังที่ช่วยแปลภาษาแบบ real time และ 52 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคต้องการที่จะใส่หูฟังเพื่อป้องกันเสียงรบกวนจากการกรนของคนในครอบครัว
  3. เรียนรู้ตลอดเวลา ผู้บริโภค 30 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าเทคโนโลยีใหม่ทำให้พวกเขารู้สึกล้าหลัง แต่ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีก็ยังทำให้พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ผู้บริโภค 46 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าอินเตอร์เน็ตทำให้พวกเขาได้เรียนรู้และลืมทักษะต่าง ๆ เร็วกว่าที่เคยเป็นมา
  4. การออกอากาศทางสังคม โซเซียลมีเดียยังคงถูกเผยแพร่ด้วยตัวกระจายภาพและเสียงแบบเดิม แต่ครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้บริโภคกล่าวว่า AI จะมีประโยชน์ในการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกโพสต์ลงบนโซเซียลเน็ตเวิร์ค
  5. โฆษณาอัจฉริยะ การทำโฆษณาสินค้าและผลิตภัณฑ์จะเป็นไปอย่างชาญฉลาด ผู้ใช้งานเทคโนโลยีเสมือนจริง (AR/VR) จำนวนกว่าครึ่งคิดว่าการทำโฆษณาอัจฉริยะมีความเหมือนจริงมากจนแทบจะสามารถใช้ทดแทนผลิตภัณฑ์จริงได้เลย
  6. การสื่อสารที่แปลกไป ผู้บริโภคจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์คิดว่าไม่สามารถบ่งบอกถึงความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรได้ ผู้บริโภคจำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ยังถูกหลอกด้วยสมาร์ทโฟนที่มีปฏิกิริยาโต้ตอบต่ออารมณ์ของพวกเขาได้อีกด้วย
  7. สังคมแห่งการผ่อนคลาย 32 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนและคนทำงานคิดว่าพวกเขาไม่ต้องการมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะทำงานเท่านั้น 40 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าพวกเขาต้องการหุ่นยนต์ที่จะสามารถทำงานสร้างรายได้ให้แก่พวกเขา และยังสามารถมีเวลาพักผ่อนอีกด้วย
  8. รูปถ่ายที่อยู่ในห้อง จินตนาการทำให้เราสามารถเดินเข้าไปดูรูปและหวนระลึกถึงอดีตได้ ผู้บริโภคจำนวน 3 ใน 4 เชื่อว่าภายในอีก 5 ปีข้างหน้า พวกเขาจะได้ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (virtual reality) เดินเข้าไปดูรูปที่อยู่ในสมาร์ทโฟนได้
  9. ถนนที่อยู่บนอากาศ การจราจรบนถนนทั่วไปในเมืองอาจติดขัด แต่บนท้องฟ้ายังคงมีที่ว่าง ผู้บริโภคจำนวน 39 เปอร์เซ็นต์คิดว่าเมืองของพวกเขาต้องการโครงข่ายถนนสำหรับโดรนและยานพาหนะที่บินได้ อย่างไรก็ตามพวกเขายังมีความกังวลว่าโดรนจะหล่นลงบนหัวของพวกเขาสักวัน
  10. โลกแห่งอนาคต โลกแห่งการเชื่อมต่อย่อมต้องการพลังงาน มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคเชื่อว่าภายในอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะมีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องที่ชาร์จอีกต่อไป

ไมเคิล บิยอร์น หัวหน้างานฝ่ายวิจัย ห้องปฏิบัติการวิจัยผู้บริโภคของอีริคสัน กล่าวว่า “พวกเรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งอนาคตที่อุปกรณ์ต่าง ๆ จะไม่จำเป็นต้องมีปุ่มเปิดปิดหรือสวิตช์แต่อย่างใด แต่จะถูกควบคุมด้วยระบบดิจิทัลผ่านสมาร์ทโฟนแทน ในความเป็นจริงแล้ว นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นและยากสำหรับผู้คนที่จะต้องเรียนรู้การใช้งานแบบใหม่ในทุก ๆ อุปกรณ์ที่ถูกเชื่อมต่อเข้ากับ Internet of Things”

“ในวันนี้คุณอาจรู้สึกว่ามันยุ่งยากซับซ้อนในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ในอนาคตอุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นฝ่ายเรียนรู้เราเอง ในการที่จะทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง อุปกรณ์จะต้องสามารถถ่ายทอดข้อมูลปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ที่มีความซับซ้อนได้ เพื่อที่จะประมวลผลไปยังระบบ could และให้การตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติภายในเวลาอันรวดเร็วระดับหนึ่งในพันของหนึ่งวินาที และความต้องการเหล่านี้จะเพิ่มมากขึ้นในยุคต่อ ๆ ไป”

ทั้งนี้ข้อมูลในรายงาน 10 แนวโน้มผู้บริโภคปี 2561 มาจากห้องปฏิบัติการวิจัยผู้บริโภคของอีริคสัน ซึ่งทำการวิจัยมามากกว่า 22 ปี และผลสำรวจออนไลน์เกี่ยวกับผู้ใช้อินเตอร์เน็ตใน 10 เมืองทีมีอิทธิพลทั่วโลก เมื่อเดือนตุลาคม 2560 การศึกษาในครั้งนี้อ้างอิงจากกลุ่มตัวอย่างประชากรจำนวน 30 ล้านราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีการปรับเปลี่ยนได้เร็วกว่าผู้อื่น ทำให้กลุ่มตัวอย่างมีความเข้าใจในการทำแบบสำรวจแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

อีริคสันเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและบริการต่าง ๆ ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2419 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญกว่า 111,000 คน ให้บริการลูกค้าใน 180 ประเทศ ด้วยนวัตกรรมโซลูชั่น อีริคสันสร้างอนาคตให้ทุกคน ทุกอุตสาหกรรม สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่ำงเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด ยอดขายสุทธิของอีริคสันในปี พ.ศ. 2559 มีมูลค่ำ 222.6 พันล้ำนโครเนอร์สวีเดนหรือประมาณ 24.5 พันล้ำนเหรียญสหรัฐ อีริคสันจดทะเบียนในตลำดหลักทรัพย์ NASDAQ ในกรุงสต็อกโฮล์ม และใน NASDAQ กรุงนิวยอร์ค ติดตำมข้อมูลข่าวสารของอีริคสันได้ที่ www.ericsson.com

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

3 นวตกรรมผู้เปลี่ยนเกมในอุตสาหกรรมการผลิตปี 2561

3 นวตกรรมผู้เปล …

%d bloggers like this: