Breaking News
Home / สินค้าไอทีมาใหม่ / ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานอุตสาหกรรมที่ปลอดภัยที่สุดในโลก

ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานอุตสาหกรรมที่ปลอดภัยที่สุดในโลก

เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานอุตสาหกรรมที่ปลอดภัยที่สุดในโลก

นำเสนอนวัตกรรมใหม่ ได้แก่ ซิลิคอนชิปดีไซน์พิเศษ พร้อมทั้งโซลูชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลายตามแผนการดำเนินธุรกิจของลูกค้า

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 10 สิงหาคม 2560  ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (HPE) เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ตระกูล ProLiant รุ่นใหม่ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในโลก[i]  โดย HPE เป็นผู้จัดจำหน่ายรายแรกที่นำความปลอดภัยแบบซิลิคอนมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการโจมตีเฟิร์มแวร์ซึ่งเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดที่องค์กรต่างๆ และรัฐบาลต้องเผชิญในปัจจุบัน นอกจากมาตรฐานความปลอดภัยใหม่นี้ HPE ยังได้เพิ่มความสามารถใหม่ๆให้กับเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์ (Softwaredefined infrastructure) ซึ่งช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นมากกว่าเดิม รวมถึงเลือกใช้งานได้ตามงบประมาณและความต้องการ (economic flexibility)

และในปัจจุบันที่ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและภาคเอกชนกำลังให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นมาจากการที่แฮกเกอร์สามารถโจมตีด้วยวิธีการที่คาดไม่ถึง การละเมิดความปลอดภัยและช่องโหว่ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่นั้นมาจากการโจมตีเฟิร์มแวร์ซ้ำแล้วซ้ำอีก จากงานวิจัยของ Information Systems Audit and Control Association (ISACA) เผยว่า[ii] ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ได้รายงานว่ามีเฟิร์มแวร์ที่ติดมัลแวร์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในปี 2559 และ HPE เป็นบริษัทแรกที่พยายามแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการพัฒนาระบบความปลอดภัยในเซิร์ฟเวอร์จะปลอดภัยตั้งแต่ฐานรากระดับซิลิคอน (silicon root of trust) จากการสร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างซิลิคอนของ HPE กับชิป HPE Integrated Lights Out (iLO) เพื่อให้แน่ใจว่าเซิร์ฟเวอร์จะไม่ถูกบุกรุกด้วยรหัสเฟิร์มแวร์ การผนวกเฟิร์มแวร์ที่มีความปลอดภัยโดยตรงในซิลิคอนของ HPE จะช่วยป้องกันการโจมตีของเฟิร์มแวร์ได้ดีที่สุด รวมถึงทำให้สามารถกู้คืนเฟิร์มแวร์ของเซิร์ฟเวอร์ได้อัตโนมัติ

เซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัยตั้งแต่ฐานรากระดับซิลิคอน ของ HPE ถูกออกแบบโดยผนวกความปลอดภัยลงบนชิป iLO ด้วยการเข้ารหัส (immutable fingerprint) ในซิลิคอน ซึ่งจะอนุญาตให้บูทเครื่องเฉพาะเฟิร์มแวร์ที่มีค่ารหัสตรงกันเท่านั้น  HPE เป็นผู้จำหน่ายเพียงรายเดียวที่มีข้อได้เปรียบเนื่องจากสามารถควบคุมชิปซิลิคอนที่ผลิตขึ้นมาเองรวมถึงเฟิร์มแวร์ที่จำเป็นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ การรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ฐานรากระดับซิลิคอนคือการนำเทคโนโลยีการเข้ารหัส ผนวกเข้ากับการตรวจจับการละเมิดที่ล้ำสมัย เสริมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย HPE supply chain และบริการประเมินและป้องกันความปลอดภัยจากทีมงานที่ปรึกษา HPE Pointnext  

นายแพทริก มัวร์เฮด ประธานและนักวิเคราะห์หลัก ของ Moor Insights & Strategy บริษัทที่ปรึกษาและวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี กล่าวว่า “การละเมิดความปลอดภัยในเฟิร์มแวร์นับเป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกตรวจจับยากที่สุดแต่เมื่อถูกละเมิดแล้วอาจเป็นอันตรายมากที่สุดต่อองค์กร ผู้บริหารระดัสูง มักมองข้ามเรื่องเฟิร์มแวร์เมื่อพูดเรื่องความปลอดภัยของดาต้าเซ็นเตอร์ ดังนั้นอาชญากรไซเบอร์จึงเน้นการโจมตีที่จุดนี้ แม้ว่าเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากจะมีระบบรักษาความปลอดภัยในตัวฮาร์ดแวร์อยู่แล้ว แต่ HPE กำลังสร้างการรักษาความปลอดภัยของเฟิร์มแวร์ที่เชื่อมโยงกับซิลิคอนเพื่อช่วยลูกค้าในการป้องกันการโจมตีที่เป็นอันตรายเหล่านี้”

สร้างประสบการณ์ใหม่ในการประมวลผล

เพื่อมอบประสบการณ์ในการใช้งานระบบประมวลผลใหม่ HPE ไม่เพียงแค่พัฒนาเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานอุตสาหกรรมที่ปลอดภัยที่สุดในโลก แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์  ด้วยความสามารถใหม่เหล่านี้ที่ขับเคลื่อนเซิร์ฟเวอร์ของ HPE ตระกูล ProLiant รุ่นที่สิบ  (HPE ProLiant Gen 10) ทำให้ลูกค้าสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจในโลกไฮบริดไม่ว่าจะเป็นบนระบบไอทีแบบดั้งเดิม พับลิกคลาวด์ หรือไพรเวทคลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว

นายพลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์  กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเทศไทย   กล่าวว่า “ลูกค้าไม่ควรมองข้ามเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์และความคล่องตัวในการทำงานบนเซิร์ฟเวอร์โดยซอฟต์แวร์ รวมถึงความยืดหยุ่นของการใช้งานคลาวด์ HPE พร้อมนำเสนอ HPE ProLiant Gen 10 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความสามารถในการประมวลผลที่ดีที่สุด ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงวิธีการใหม่ ๆ ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่ทำได้อย่างรวดเร็ว และรูปแบบการชำระเงินที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดกับองค์กรตนเอง”

ความยืดหยุ่นในการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์

ความสามารถในการประมวลผลใหม่ ทำให้ลูกค้าสามารถสร้างแอพพลิเคชั่นและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์ได้ วันนี้ HPE ได้ประกาศปรับปรุงความสามารถต่างๆ ดังต่อไปนี้ ได้แก่:

สัมผัสความสามารถใหม่ๆ บนเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์:

  • HPE OneView 3.1 สนับสนุนแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์รุ่นที่ 10 อย่างครอบคลุม และจะทำให้ระบบการประมวลผล การจัดเก็บ และเครือข่าย เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ควบคุมได้โดยซอฟต์แวร์ HPE OneView รุ่น 3.1 ใหม่มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลแบบ composable การจัดการเฟิร์มแวร์ที่ดีขึ้น สนับสนุนแพลตฟอร์มการประมวลผลของ HPE ได้หลากหลาย และสนับสนุนคู่ค้า composable ใหม่ๆเช่น Mesosphere DC/OS  โดย HPE และ Mesosphere เพิ่งประกาศการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาส่งมอบบริการให้เร็วขึ้น (time-to-value)
  • HPE Intelligent System Tuning มอบประสบการณ์ในการใช้งานแอพพลิเคชั่นแบบไดนามิกร่วมกับ Intel ในตระกูล Intel®Xeon® Scalable Processor ฟังก์ชันที่เป็นเอกลักษณ์นี้ สามารถช่วยปรับความถี่ (jitter smoothing) เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล (core boosting) และการปรับแต่งเซิร์ฟเวอร์ให้ตรงกับเวิร์กโหลด

ประสบการณ์ใหม่ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาและการทำงาน:

  • HPE Synergy for Gen10 รวมถึง HPE Synergy 480 และ HPE Synergy 660 โมดูลในการประมวลผลเหล่านี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับปริมาณเวิร์กโหลดที่มีการประมวลผลและข้อมูลมาก เช่นการสร้างโมเดลทางการเงิน นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่ออีเธอร์เน็ต 25/50 กิกะไบต์และความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลแบบ directattached storage (DAS) เพิ่มขึ้น 2.8 เท่า

ประสบการณ์ใหม่ในการจัดการเวิร์กโหลดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อความรวดเร็วในการสร้างแอพพลิเคชั่นจากข้อมูล:

  • HPE Scalable Persistent Memory เป็นโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลแบบบูรณาการที่ทำงานด้วยความเร็วระดับหน่วยความจำที่สามารถขยายการใช้งานได้ถึงระดับเทราไบต์ ที่เร็วที่สุดในตลาดและขยายการใช้งานได้[iii] ทำให้การทำ application checkpoint เร็วขึ้นกว่าเดิมได้มากถึง 27เท่า[iv]และการกู้คืนฐานข้อมูลได้เร็วกว่าเดิมถึง 20 เท่า[v]

ควบคุมงบประมาณได้ โดยจ่ายเงินตามการใช้งานจริง

ลูกค้าต้องการทางเลือกในการจ่ายเงินว่าจะจ่ายค่าโซลูชั่นด้านไอทีเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (operating expense) หรือการลงทุน (capital expense) รายเดือน ดังนั้น HPE จึงนำเสนอรูปแบบการชำระเงินด้านไอทีตามการใช้งานจริง ซึ่งมอบผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมที่ลูกค้าต้องการ ทำให้สามารถจัดการกระแสเงินสดได้ดีขึ้น ติดตั้งใช้งานได้เร็วขึ้น หรือประหยัดต้นทุนในการจัดการ HPE Flexible Capacity จะเปลี่ยนวิธีที่ลูกค้าใช้ไอทีให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจที่แท้จริงโดยการจ่ายเฉพาะสิ่งที่ใช้และใช้งบเพิ่มเติมบางส่วนในการเพิ่มหรือลดขนาดการใช้งานได้ตามความต้องการ ทำให้ลูกค้าสามารถประหยัดเงินได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินมากกว่าการใช้งานจริง

เพื่อช่วยให้ลูกค้าปรับระบบไอทีให้เหมาะสมกับความต้องการทางธุรกิจ HPE พร้อมนำเสนอร 2 บริการใหม่:

  • บริการดูแลสมรรถนะขององค์กรโดย HPE (HPE Capacity Care Service) ทำให้บริษัทขนาดกลางสามารถควบคุมการใช้งานและบริหารสมรรถนะขององค์กรในการทำงาน เพื่อลดการจัดแบ่งทรัพยากรที่เกินจริงและเพิ่มระดับการใช้งาน
  • การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการลงทุนด้านไอที (IT Investment Strategy Workshops) ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรต่างๆ พัฒนากลยุทธ์การลงทุนด้านไอทีด้วยรูปแบบการระดมทุนที่สอดคล้องกับแผนการลงทุนด้านไอที

สตอเรจและการบริการต่างๆ ของ HPE ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา

พร้อมสำหรับการขยายการใช้งาน ด้วยโซลูชั่นการประมวลผลประสิทธิภาพสูง

HPE ได้เปิดตัว โซลูชั่นประมวลผลสมรรถนะสูง (High Performance Computing – HPC)  สุดล้ำอย่าง HPE Apollo 6000 Gen10 ใหม่ ซึ่งจะช่วยประมวลผลงานต่างๆ ให้เป็นข้อมูลเชิงลึกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดความเสี่ยงต่อการโจมตีบนโลกไซเบอร์ และควบคุมงบประมาณในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

HPE Apollo 6000 Gen10 เป็นแพลตฟอร์ม HPC ขนาดใหญ่ล้ำสมัยสำหรับองค์กรธุรกิจมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ HPC โดยได้รับการออกแบบใหม่เพื่อมอบประสิทธิภาพในการใช้งานได้มากกว่า 300 teraflopต่อแร็ค รวมถึงมีประสิทธิภาพในการขยายการใช้งานแร็คที่ดียิ่งขึ้น และประสิทธิภาพด้านราคาที่โดดเด่น HPE Apollo 6000 Gen10 เป็นระบบ HPC ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลกโดยใช้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยตั้งแต่ฐานรากระดับซิลิคอน (silicon root of trust) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สำหรับการป้องกันภัยคุกคามด้านความปลอดภัย ความสามารถใหม่ ๆ ในระบบนี้ ได้แก่ :

  • ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการเข้าถึงเพื่อใช้งาน การบริการ และความสามารถในการจัดการ ระดับชั้นนำในอุตสาหกรรม
  • ลดค่าความหน่วง (latency) และประสิทธิภาพของ IOPs ที่สูงขึ้น
  • ลดการใช้พลังงานและความต้องการในการทำความเย็น

บริษัทเคมีที่ชื่อ BASF เป็นหนึ่งในผู้ใช้ระบบ HPE Apollo 6000 Gen10 รายแรก ที่ได้ร่วมกันพัฒนาซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ และนำเทคโนโลยีของ HPE เข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำวิจัยทางเคมี โดยถือเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดที่ใช้ในการวิจัยทางเคมีในเชิงอุตสาหกรรม และช่วยให้บริษัท BASF สามารถลดเวลาในการจำลองและสร้างโมเดลทางคอมพิวเตอร์จากที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่วัน ทำให้สามารถทำตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น และลดต้นทุนได้เป็นอย่างยิ่ง

การวางจำหน่าย

เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen10 Server, HPE Synergy Compute Modules, HPE Converged System และ HPE Apollo 6000 Gen10 System รุ่นใหม่เริ่มวางจำหน่ายแล้ว

[i] Based on new silicon root of trust technology and other comprehensive security features, verified by InfusionPoints.

[ii] ISACA Study on Firmware Security Risks and Mitigation: Enterprise Practices and Challenges, 2016.

[iii] Fastest Persistent Memory in the market substantiation based on HPE’s solution using all DRAM – the fastest media on the memory bus.

[iv] 27 times faster checkpoint operations comparing doing application checkpoint with MySQL on HDDs compared to HPE Scalable Persistent Memory.

[v] 20 times faster restores comparing restoring a Microsoft SQL Hekaton in-memory database with SSDs vs. restoring with HPE Scalable Persistent Memory.

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

เวสเทิร์น ดิจิตอล ช่วยผู้บริโภคดูแลข้อมูลดิจิทัล My Cloud Home ใหม่ช่วยให้การบันทึกข้อมูลดิจิทัลทั้งหมดง่ายขึ้นในที่เดียว พร้อมแชร์และเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดผ่านสมาร์ทโฟนแอพพลิเคชัน

เวสเทิร์น ดิจิต …

%d bloggers like this: