Breaking News
Home / ข่าวไอที / ฟูจิตสึเผยแนวทางพัฒนาสู่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอล

ฟูจิตสึเผยแนวทางพัฒนาสู่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอล

ฟูจิตสึเผยแนวทางพัฒนาสู่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอล

ประเด็นข่าว:

–         สถานศึกษาตั้งความหวังสูงสำหรับการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอล แต่กว่าครึ่งหนึ่งประสบปัญหาในการก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี

–         ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรและทักษะเป็นอุปสรรคขัดขวางการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อรองรับการเรียนการสอนแบบอินเทอร์แอคทีฟแบบเฉพาะบุคคล

–         สถานศึกษาราว 8 ใน 10 แห่งยังคงจำเป็นต้องลงทุนในอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น การเชื่อมต่อเครือข่าย และ   แล็ปท็อปสำหรับใช้งานในสถานศึกษา

 กรุงเทพฯ17 กรกฏาคม 2560 – รายงานฉบับล่าสุดจากฟูจิตสึภายใต้หัวข้อ ‘เส้นทางสู่การเรียนรู้แบบดิจิตอล’ (The Road to Digital Learning) ระบุว่า การปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิตอล (Digitalization) ส่งผลให้ภาคการศึกษาจำเป็นต้องดำเนินการปฏิรูปอย่างจริงจัง  อย่างไรก็ตาม สถานศึกษาจำนวนมากยังคงประสบปัญหาในการพัฒนาเพื่อก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงนี้  รายงานดังกล่าวให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ของระบบการศึกษาดิจิตอลในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยอ้างอิงผลการสำรวจความคิดเห็น(1*) ของผู้บริหารฝ่ายไอทีกว่า 600 คนในโรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยใน 7 ประเทศ

แม้ว่าสถานศึกษาจะมีความมุ่งหวังที่สูงมากสำหรับการใช้โซลูชั่นดิจิตอลเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ให้เป็นแบบอินเทอร์แอคทีฟ สอดรับกับผู้เรียนแต่ละคน และรองรับการประสานงานร่วมกันเพิ่มมากขึ้น แต่สถานศึกษาหลายแห่งบอกกับฟูจิตสึว่าการพัฒนาเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากความซับซ้อนของงาน อีกทั้งระบบไอทีที่มีอยู่ก็ล้าสมัย และยังขาดแคลนทรัพยากรอีกด้วย  สถานศึกษาส่วนใหญ่ยังขาดความพร้อมที่จะลงทุนในเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ เช่น แอพด้านการศึกษาบนระบบคลาวด์ เทคโนโลยี Virtual Reality หรือ Augmented Reality  อย่างไรก็ดี สถานศึกษาเหล่านี้ตระหนักถึงความจำเป็นในการวางรากฐานที่แข็งแกร่งและเหมาะสม และแก้ไขปัญหาช่องว่างด้านทักษะของบุคลากร

สถานศึกษาส่วนใหญ่ทราบถึงบทบาทของเทคโนโลยีในปัจจุบันสำหรับการส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนและการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกัน โดย 94 เปอร์เซ็นต์คิดว่าการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล (personalized learning) เป็นสิ่งที่ ‘สำคัญ’ หรือ ‘สำคัญอย่างมาก’ และ 84 เปอร์เซ็นต์รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนสำหรับอนาคตในยุคดิจิตอล  ขณะเดียวกัน สถานศึกษาได้รับแรงกดดันเพิ่มมากขึ้นในการตอบสนองต่อความคาดหวังของพ่อแม่ผู้ปกครองและนักเรียนนักศึกษา ควบคู่ไปกับการรักษาขีดความสามารถด้านการแข่งขัน  ทั้งนี้ กว่า 3 ใน 4 (77 เปอร์เซ็นต์) ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางความเชี่ยวชาญด้านดิจิตอลในอีก 5 ปีข้างหน้า  อย่างไรก็ตาม ในสถานศึกษาหลายแห่ง การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอลยังคงห่างไกลความเป็นจริง โดย 87 เปอร์เซ็นต์ของโรงเรียนประถมและมัธยมยังคงไม่มีการจัดหาอุปกรณ์ให้แก่นักเรียน และในบางโรงเรียนที่มีการจัดหาอุปกรณ์ ก็พบว่าอุปกรณ์หนึ่งเครื่องรองรับการใช้งานของนักเรียน 3 คนโดยเฉลี่ย

อาจารย์ประสบปัญหาในการก้าวให้ทันกับนักเรียนนักศึกษาที่ชำนาญการใช้เทคโนโลยีดิจิตอล

แม้ว่าสถานศึกษาจะตั้งเป้าหมายไว้สูงมากสำหรับการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอล แต่กว่าครึ่งหนึ่ง (51 เปอร์เซ็นต์) ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะผู้บริหารสถานศึกษามีปัญหาท้าทายมากมายที่จะต้องจัดการ รวมถึงการสร้างสมดุลระหว่างนักเรียนนักศึกษาที่ชำนาญการใช้เทคโนโลยี กับอาจารย์ผู้สอนที่มีความชำนาญเรื่องเทคโนโลยีดิจิตอลน้อยกว่า  ขณะที่กว่าครึ่งหนึ่ง (54 เปอร์เซ็นต์) ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่านักเรียนและนักศึกษามีความรู้เรื่องเทคโนโลยีดิจิตอลในระดับ ‘ดีเยี่ยม’ หรือ ‘ดี’ แต่ 91 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าการปรับปรุงทักษะด้านดิจิตอลสำหรับอาจารย์ผู้สอนถือเป็นภารกิจสำคัญสำหรับช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมให้แก่อาจารย์เพื่อปรับใช้แนวทางและโซลูชั่นด้านการเรียนการสอนผ่านระบบดิจิตอล รวมไปถึงเครื่องมือต่างๆ ที่รองรับ เช่น เทคโนโลยีคลาวด์

นอกจากนี้ สถานศึกษาจำนวนมากยังประสบปัญหาท้าทายที่ซับซ้อนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีคุณภาพต่ำ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัยและไม่เหมาะสม ซึ่งสร้างปัญหาชวนปวดหัวให้แก่ฝ่ายไอทีในสถานศึกษาหลายแห่ง อีกทั้งยังต้องจัดหาอุปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐาน และแอพที่ทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม  ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง (46 เปอร์เซ็นต์) ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าสถานศึกษาของตนเองมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการรองรับเป้าหมายการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอล แต่ขณะเดียวกันก็ประสบปัญหาต่างๆ เช่น อุปกรณ์ได้รับความเสียหายอย่างง่ายดายจากการใช้งานของนักเรียน/นักศึกษา และไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยหรือมีอยู่ในระดับที่จำกัด

การสร้างสมดุลระหว่างระดับของการเข้าใช้งานและความปลอดภัยถือเป็นภารกิจสำคัญสำหรับ 97 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริหารฝ่ายไอทีในแวดวงการศึกษา และสถานศึกษาเกือบ 9 ใน 10 แห่งตระหนักถึงความจำเป็นในการมุ่งเน้นการตรวจสอบหรือปรับปรุงเสถียรภาพและความแข็งแกร่งของอุปกรณ์และระบบต่างๆ  อย่างไรก็ตาม งบประมาณและทรัพยากรด้านไอทีที่จำกัดเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการดำเนินการของสถานศึกษากว่าครึ่งหนึ่ง (54 เปอร์เซ็นต์)  ปัจจุบันงบประมาณส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการวางรากฐาน ตัวอย่างเช่น 87 เปอร์เซ็นต์ต้องการลงทุนในระบบเครือข่ายไร้สายในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

แอช เมอร์ชานท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาของฟูจิตสึ กล่าวว่า “เทคโนโลยีดิจิตอลมอบโอกาสมากมายสำหรับการศึกษา เช่น การเรียนรู้ที่สอดรับกับผู้เรียนมากขึ้น การประเมินความคืบหน้าของผู้เรียน การเรียนรู้ด้วยตนเองทุกที่ทุกเวลา การเข้าถึงทรัพยากรเพิ่มเติม และการประสานงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างผู้เรียน ผู้สอน และผู้ปกครอง  ความสามารถในการเชื่อมต่อ ความเรียบง่าย และความปลอดภัยถือเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ผลการสำรวจของเราชี้ให้เห็นว่า สถานศึกษาหลายแห่งกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ และโดยมากแล้วมักจะประสบปัญหาท้าทายเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่จำเป็น และการผลักดันโครงการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอลด้วยการนำเสนอข้อมูลผลตอบแทนการลงทุนที่ชัดเจน  เราต้องการที่จะให้ความช่วยเหลือแก่สถานศึกษาด้วยการขจัดปัญหาความยุ่งยากซับซ้อนดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การจัดหาเทคโนโลยีและอุปกรณ์เท่านั้น หากแต่ยังเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนอาจารย์และนักเรียน/นักศึกษาเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีใหม่ๆ และเตรียมความพร้อมให้แก่นักศึกษาสำหรับการทำงานในยุคดิจิตอล  ที่ เราเชื่อมั่นว่าหากเราต้องการที่จะเตรียมความพร้อมให้แก่เยาวชนสำหรับอนาคตในยุคดิจิตอล เราจะต้องแก้ไขปัญหาช่องว่างเกี่ยวกับการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอล และเราจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อเราทุกคนร่วมมือกัน และจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องระหว่างภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและภาคการศึกษา”

หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ

(1*) ฟูจิตสึสำรวจผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 602 ผู้ตอบแบบสอบถาม จากการผสมผสานของรัฐและกองทุนเอกชนโรงเรียนประถมศึกษาโรงเรียนมัธยมวิทยาลัย / สถานประกอบการส่งเสริมการศึกษาและมหาวิทยาลัยทั่วเจ็ดประเทศทั่วโลก: ออสเตรเลีย, เยอรมนี, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, ไทย, สหราชอาณาจักรอังกฤษและ สหรัฐ. การวิจัยถามด้านไอทีในสถานศึกษาเกี่ยวกับความต้องการ, ความท้าทายที่พวกเขากำลังเผชิญ และโอกาสที่พวกเขาเห็นความสำคัญในการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอล การสำรวจซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม / เมษายน 2017 ที่เกี่ยวข้องกับการรวมกันของการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์และสัมภาษณ์โดยตรง โดยได้ดำเนินการโดยสถาบันการวิจัยอิสระในนามของฟูจิตสึ

 เอกสารการวิจัยนี้สามารถดาวน์โหลดได้จากฟูจิตสึตั่งแต่ปลายเดือนมิถุนายน

แหล่งข้อมูลออนไลน์

–         Discover Fujitsu’s education campaign “The World is your Classroom”: http://education.global.fujitsu.com/

–         Read more about education topics on the Fujitsu blog: http://blog.global.fujitsu.com/index.php/tag/education/

–         Follow Fujitsu on Twitter: http://www.twitter.com/Fujitsu_Global

–         Follow us on LinkedIn: http://www.linkedin.com/company/fujitsu

–         Find Fujitsu on Facebook: http://www.facebook.com/FujitsuICT

–         Fujitsu pictures and media server: http://mediaportal.ts.fujitsu.com/pages/portal.php

–         For regular news updates, bookmark the Fujitsu newsroom: http://ts.fujitsu.com/ps2/nr/index.aspx

 เกี่ยวกับฟูจิตสึ

ฟูจิตสึเป็นบริษัทญี่ปุ่นชั้นนำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่มีผลิตภัณฑ์ โซลูชันและบริการทางเทคโนโลยีครบวงจร ปัจจุบันฟูจิตสึมีบุคลากรให้บริการลูกค้าประมาณ 155,000 คนในมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เราใช้ประสบการณ์และศักยภาพของ ICT เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดีงามให้กับลูกค้าของเรา ฟูจิตสึ (TSE: 6702) มียอดขายรวมทั้งกลุ่มบริษัทที่ 4.5 ล้านล้านเยน (ประมาณ 4 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์) ในปีงบประมาณเมื่อสิ้น 31 มีนาคม พ.ศ. 2560 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ http://www.fujitsu.com

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

เปิดตัวครั้งแรกในไทย กับ SHURE Wireless Earphones ที่ร้านมั่นคง สาขาสยามพารากอน พร้อมโปรโมชั่นสำหรับสาวก SHURE โดยเฉพาะ

เปิดตัวครั้งแรก …

%d bloggers like this: