Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / ใช้เร้ดแฮทสร้างสรรค์ทุกสิ่ง นำไปใช้ได้ทุกที่ ทำให้ธุรกิจเกิดการเปลี่ยนแปลง

ใช้เร้ดแฮทสร้างสรรค์ทุกสิ่ง นำไปใช้ได้ทุกที่ ทำให้ธุรกิจเกิดการเปลี่ยนแปลง

ใช้เร้ดแฮทสร้างสรรค์ทุกสิ่ง นำไปใช้ได้ทุกที่

ทำให้ธุรกิจเกิดการเปลี่ยนแปลง

 โดย พอล คอเมียร์ ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี, เร้ดแฮท

 “ความซับซ้อนเป็นเหมือนฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนผู้นำด้านไอทีขององค์กร  สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในปัจจุบันความซับซ้อนคือการที่ต้องพึ่งพาเวนเดอร์ด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์หลายต่อหลายราย บางทีการทดลองใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์จึงเป็นเรื่องที่คุ้มค่าการลงทุนและลง แรง

ความซับซ้อนเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงในทุกกรณี หากสภาพแวดล้อมการทำงานของคุณเป็นการใช้บริการซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ที่หลากหลายปนเปกัน ก็ไม่ต้องพูดถึงการนำนวัตกรรมมาใช้งาน คุณจะไม่ได้แม้แต่จะค้นพบสิ่งใหม่ๆ เลย ลีนุกซ์คอนเทนเนอร์ ไมโครเซอร์วิส และมัลติคลาวด์คอมพิวติ้ง ล้วนนำความซับซ้อนใหม่ๆ มาให้ทั้งนั้น แต่ผลประโยชน์ที่จะได้จากเทคโนโลยีเหล่านี้ก็คุ้มค่ากับความท้าทายที่จะเกิดขึ้น

สำหรับระบบไอทีสี่แบบ คือ ระบบปิดทั่วไป, ระบบเวอร์ชวล, ไพรเวทคลาวด์ และพับลิคคลาวด์ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงแต่ก็ยังโดดเด่น โดยเฉพาะพับลิคคลาวด์ที่แม้จะมีหลักการทำงานแบบเดียวกัน แต่ไม่มีพับลิคคลาวด์ใดที่เหมือนกัน และถ้ามี ก็มีจำนวนน้อยมากที่เมื่อต้องทำการย้ายแอปพลิเคชั่นและเวิร์กโหลดของคุณจากที่หนึ่งไปสู่ที่อื่นๆ จะทำได้อย่างราบรื่น ระบบคลาวด์ที่แตกต่างกันมีจุดแข็งที่แตกต่างกันด้วย ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมระบบมัลติคลาวด์จึงได้รับความสนใจนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ด้านไอทีขององค์กร

ระบบมัลติพับลิคคลาวด์, โครงสร้างพื้นฐานแบบไฮบริด, แอปพลิเคชั่นรุ่นเก่า นำมาจับคู่กับระบบคลาวด์และความต้องการที่มากขึ้นของผู้ใช้งานที่ต้องการบริการที่ดีขึ้ เร็วขึ้น ก่อให้เกิดความซับซ้อนราวกับปมเชือกที่พันกันยุ่งเหยิง ซึ่งดูยากเกินกว่าจะแก้ได้ แต่เร้ดแฮทมีวิธีการที่จะแก้ความซับซ้อนของระบบไอทีทั้งสี่ และความท้าทายอื่นๆ ที่มากกว่านั้น ด้วยคุณสมบัติที่เป็นระบบเปิด มีความต่อเนื่องสม่ำเสมอและมีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมากมาย

ความสม่ำเสมอในการใช้งานกับทุกระบบ

เร้ดแฮทมอบความสามารถและเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อคงไว้ซึ่งความสม่ำเสมอในการทำงานของระบบพื้นฐานทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์ บนคลาวด์ ไปจนถึงการใช้ระบบและบริการที่แตกต่างกันปะปนกัน โดยใช้รากฐานความเชี่ยวชาญในมาตรฐานระบบเปิดและเทคโนโลยีของเร้ดแฮท

ความเป็นผู้นำด้านโอเพนซอร์สของเร้ดแฮทย้อนกลับไปถึงวันแรกๆ ของลีนุกซ์ซึ่งตอนนั้นเป็นเพียงอุปกรณ์เพื่อทำงานอดิเรกเท่านั้น ปัจจุบันเทคโนโลยีของเร้ดแฮทเป็นรากฐานสำคัญในยุคข้อมูลข่าวสาร เร้ดแฮทยังคงผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมบนส่วนประกอบต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนที่เป็นพื้นฐานที่สุดของลีนุกซ์ ไปจนถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากคอมมิวนิตี้ชั้นนำเช่น Open Container Initiative และ Native Computing Foundation

สิ่งสำคัญที่เร้ดแฮทไม่เคยลืมคือความต่อเนื่องของโอเพนซอร์สและนวัตกรรมทั้งหมดที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังระบบปฏิบัติการลีนุกซ์   Enterprise Linux เป็นแพลตฟอร์มลีนุกซ์ระดับองค์กรชั้นนำของโลก ออกแบบมาให้ส่งมอบความต่อเนื่องกับทุกระบบ ทำหน้าที่เหมือนเป็นเสาหลักในงานคอมพิวติ้งขั้นพื้นฐาน และเป็นส่วนสำคัญให้กับแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นที่ทันสมัยต่างๆ เช่น Red Hat OpenShift Container Platform

การที่เร้ดแฮทสามารถให้การสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีให้กับทุกองค์กร คือจุดเด่นของการเป็นพันธมิตรกลยุทธ์ร่วมกันระหว่างเร้ดแฮทกับ Amazon Web Services (AWS) ที่เพิ่งประกาศไป ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าพัฒนาและใช้งานไฮบริดแอปพลิเคชั่นบนเทคโนโลยีของเร้ดแฮท (Red Hat OpenShift Container Platform, Red Hat JBoss Middleware และ Red Hat Enterprise Linux) บน AWS หรือในดาต้าเซ็นเตอร์ของลูกค้าเองได้ ทั้งยังสามารถใช้บริการของ AWS ได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะใช้งานแอปพลิเคชั่นเหล่านั้น ณ ที่ใด ด้วยความร่วมมือระหว่างเร้ดแฮทและ AWS ในครั้งนี้ มีความสำคัญยิ่ง และเร้ดแฮทรู้สึกตื่นเต้นกับศักยภาพในการนำระบบพับลิคคลาวด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกมาทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม Kubernetes ระดับองค์กรที่สมบูรณ์แบบที่สุดในอุตสาหกรรม

การนำคอนเทนเนอร์ไปใช้ในการผลิตไม่ได้เป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ ของเร้ดแฮท แต่มันคือความจริง แค่เพียงหนึ่งสัปดาห์ที่ลูกค้าเกือบ 30 รายที่มาร่วมงาน Red Hat Summit ต่างพูดถึงการใช้คอนเทนเนอร์ในกระบวนการผลิตของตน แรงกระเพื่อมและความต่อเนื่องของ OpenShift เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น และการนำ AWS Services มาทำงานร่วมกับ Red Hat OpenShift Container Platform ทำให้สามารถใช้งานที่ไหนก็ได้ เป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของเรา

ความต่อเนื่องในการสร้างแอปพลิเคชั่น

หากจะบอกว่า บริษัททุกแห่งเป็นบริษัทที่ทำงานด้านซอฟต์แวร์ ฟังดูอาจน่าเบื่อไปบ้าง แต่นี่คือเรื่องจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะเมื่อใดที่ธุรกิจพยายามที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล เพื่อจะได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการทางธุรกิจและเปิดช่องทางรายได้ใหม่ๆ บริษัทเหล่านั้นต้องใช้ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

การพัฒนาแอปพลิเคชั่นรุ่นใหม่เป็นสิ่งสำคัญ แต่องค์กรก็ไม่ควรมองข้ามแอปพลิเคชั่นรุ่นเดิมๆ ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจในปัจจุบัน หากปราศจากความต่อเนื่องหรือวิธีการแบบเบ็ดเสร็จในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น ธุรกิจต่างๆ อาจต้องใช้แอปพลิเคชั่นแบบไซโลอย่างไม่มีทางเลือก การที่ทีมงานหนึ่งให้ความสำคัญกับแอปพลิเคชั่นใหม่ แต่อีกทีมให้ความสำคัญกับแอปพลิเคชั่นเก่า  ทำให้เกิดซอฟต์แวร์สแต็คสองชุดที่แยกจากกันอย่างสิ้นเชิง เป็นการทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่โดยธรรมชาติมีความซับซ้อนในตัวเองอยู่แล้วเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น

เร้ดแฮทมีเครื่องมือที่เป็นระบบเปิด มีความยืดหยุ่น และมีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อจัดการกับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นทั้งบนคลาวด์และแบบดั้งเดิม บนแพลตฟอร์มมาตรฐานที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ เร้ดแฮทได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่นและเฟรมเวิร์กต่างๆ ที่ทำงานบนระบบคลาวด์เพื่อสร้างคอนเทนเนอร์แอปพลิเคชั่นที่เชื่อมโยงกับ Red Hat OpenShift Container Platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Kubernetes ที่ครบวงจรที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งยังได้เปิดตัว Container Health Index ตัวแรกของวงการซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าและพันธมิตรของเร้ดแฮทสามารถเห็นและรับรู้ถึงระดับความปลอดภัยและแหล่งที่มาของคอนเทนเนอร์แอปพลิเคชั่นหนึ่งๆ และสร้างคอนเทนเนอร์ที่ปลอดภัยไร้ความเสี่ยงให้กับตนเองได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว

เครื่องมือทั้งหมดนี้ได้รับการสนับสนุนโดยชุดมาตรฐานระบบเปิดและฟังก์ชั่นทั้งหมดของระบบไอทีทั้งสี่ระบบ ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างแอปพลิเคชั่นใดๆ เพื่อการใช้งานได้ทุกที่

สร้างความต่อเนื่องในการบริหารการลงทุนด้านไอทีทั้งหมดของคุณได้ในทุกที่

ไม่เพียงการใช้งานและการพัฒนาเท่านั้นที่ต้องมีความต่อเนื่อง เมื่อมีการพิจารณาถึงการบริหารจัดการแอปพลิเคชั่น ระบบต่างๆ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เราจะเห็นว่าสภาพแวดล้อมของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต่างกันจะเป็นตัวกำหนดความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งการบริหารจัดการนี้จะมีความสำคัญมากในการใช้บริการระบบคลาวด์ โดยเฉพาะจากผู้ให้บริการพับบลิคคลาวด์หลายราย

ความต่อเนื่องและสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญการเพิ่มเครื่องมือในการบริหารจัดการภายหลังจากเครื่องมือนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาความซับซ้อนของแอปพลิเคชั่นได้ เปรียบเสมือนการกวาดขยะไปไว้ใต้พรม แล้วนำความซับซ้อนในการบริหารจัดการเข้ามาแทนที่ การบริหารจัดการสินทรัพย์ด้านไอทีบนระบบไอทีทั้งสี่และการใช้งานระบบมัลติคลาวด์ควรใช้โซลูชั่นแบบครบวงจรเพียงโซลูชั่นเดียว ที่สามารถทำงานประจำได้แบบอัตโนมัติ เพื่อขจัดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานของคน และช่วยให้ทีมไอทีมีเวลาไปใช้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

นอกจากนี้เร้ดแฮทยังมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับองค์กรอัตโนมัติ ที่ขับเคลื่อนโดย Ansible ซึ่งจะเป็นมาตรฐานสำหรับระบบอัตโนมัติมากขึ้น เร้ดแฮทมอบเครื่องมือที่แม่นยำในการบริหารและช่วยให้ระบบไอทีทั้งสี่ของคุณทำงานได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าคุณจะเข้าใช้งานที่ใด ไม่ว่าแอปพลิเคชั่นของคุณจะอยู่บนระบบใดและในรูปแบบใดก็ตาม

ความต่อเนื่องสม่ำเสมอในการทำทุกสิ่งทุกอย่าง

ความต่อเนื่องสม่ำเสมอที่เร้ดแฮทนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็น Red Hat Enterprise Linux ที่เป็นพื้นฐานสำคัญขององค์กร ไปจนถึงมาตรฐานระบบเปิดด้วย Red Hat OpenShift Container Platform และระบบอัตโนมัติที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วย Ansible by Red Hat ช่วยให้องค์กรต่างๆ มุ่งสร้างความแตกต่างทางนวัตกรรมและแอปพลิเคชั่นของตนได้  การใช้นวัตกรรมแบบเปิดกับพื้นฐานเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถมอบแอปพลิเคชั่นและบริการที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นกว่าใคร และสิ่งสำคัญกว่านั้นคือสามารถใช้งานได้ทั้งสี่ระบบ รวมถึงระบบมัลติคลาวด์ได้โดยปราศจากความกลัวว่าจะมีความซับซ้อนมาเยือน

 สร้างสรรค์ได้ทุกอย่าง ใช้งานได้ทุกที่ ทำงานได้ทุกอย่าง คืออนาคตของระบบคอมพิวติ้ง และเร้ดแฮท กำลังทำให้เป็นจริงได้

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

Content is King ยังใช้ได้จริงในยุคนี้?

Content is King …

%d bloggers like this: