Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / รู้ทันเทคโนโลยี / รายงานวิจัยเผย ระบบไอทีแบบไฮบริดกำลังกลายเป็นมาตรฐานของรูปแบบองค์กร แต่การบริหารจัดการและการถ่ายโอนข้อมูลคือกุญแจสู่ความสำเร็จ

รายงานวิจัยเผย ระบบไอทีแบบไฮบริดกำลังกลายเป็นมาตรฐานของรูปแบบองค์กร แต่การบริหารจัดการและการถ่ายโอนข้อมูลคือกุญแจสู่ความสำเร็จ

 รายงานวิจัยเผย ระบบไอทีแบบไฮบริดกำลังกลายเป็นมาตรฐานของรูปแบบองค์กร

แต่การบริหารจัดการและการถ่ายโอนข้อมูลคือกุญแจสู่ความสำเร็จ

 กรุงเทพฯ, 3 เมษายน 2560 – บริษัทไดเมนชั่น ดาต้า บริษัทผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ ซึ่งเปิดเผยสถานะปัจจุบันของแนวทางการนำระบบไอทีแบบผสมหรือไฮบริดมาใช้ รวมถึงเรื่องของความต้องการหลัก และปัจจัยขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งมีส่วนกำหนดแนวทางการตัดสินใจในการกำหนดปริมาณงาน

งานวิจัยซึ่งสำรวจจากผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอที 1,500 คน จากหลากหลายภาคอุตสาหกรรมเฉพาะด้าน ทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย-แปซิฟิค และแอฟริกาใต้ เปิดเผยว่า ระบบไอทีแบบไฮบริดกำลังกลายมาเป็นมาตรฐานของรูปแบบองค์กร แต่ก็ยังไม่มีตำราปฏิบัติเล่มใดที่เข้าถึงได้จริง เมื่อมองถึงแรงจูงใจระดับต้น ๆ ในการผลักดันองค์กรไปสู่ระบบไอทีแบบไฮบริดโดยแยกตามประเทศ พบว่า บริษัทในฮ่องกง สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา จะเน้นที่ความต้องการของผู้ใช้งาน (end-user) บ่อยที่สุด ขณะผู้ตอบแบบสอบถามจากฝรั่งเศส สิงคโปร์ และแอฟริกาใต้ จะสนใจเรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่ายบ่อยที่สุด ส่วนบริษัทธุรกิจของมาเลเซียกลับเป็นด้านความท้าทายในการว่าจ้าง และบริษัทธุรกิจในเยอรมันกล่าวถึงประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลที่ยังมีข้อจำกัดเป็นปัจจัยจูงใจร่วมมากที่สุด

รายงานเกี่ยวกับปัจจัยความสำเร็จในการบริหารจัดการระบบไอทีแบบไฮบริด หรือ “The Success Factors for Managing Hybrid IT report” ยังชี้ให้เห็นความจริงที่ว่า การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมของระบบไอทีแบบไฮบริด (ซึ่งมีผู้ตอบถึง 41%) คือหนึ่งในสามความท้าทายระดับต้นของการนำไปสู่การใช้งาน

นายเจสัน กู๊ดออลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัท กล่าวว่า “การถ่ายโอนข้อมูลและกระบวนการทำงานที่ข้ามไปมาระหว่างสภาพแวดล้อมด้านไอทีทั้งที่เป็นคลาวด์และไม่ใช่คลาวด์ได้อย่างหลากหลาย  คือ วิธีการใหม่ในการบริหารจัดการ ผู้จัดการด้านไอทีจะอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักในการค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการหรือดูแลความปลอดภัยสำหรับสภาพแวดล้อมด้านไอทีที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ระบบที่ทำงานได้แบบอัตโนมัติจึงมีความสำคัญเพราะมีส่วนช่วยในการลดค่าใช้จ่ายด้านการปฏิบัติงาน และความลำบากที่มีสาเหตุมาจากความซับซ้อนของกระบวนการทางธุรกิจและงานบริหารที่มากขึ้น คงไม่มีทางที่เราจะสามารถจัดการงานเหล่านี้ให้เกิดการใช้งานทรัพยากรที่มีประสิทธิผลหรือเหมาะสมได้ด้วยมือหรือวิธีแมนนวลอีกต่อไป”

การถ่ายโอนข้อมูล คือ อีกหนึ่งความท้าทายร่วมในการนำสู่การปฏิบัติ ซึ่ง 44% ของผู้ตอบแบบวิจัย กล่าวว่า นี่คือความท้าทายเมื่อต้องระบุว่าทางเลือกใดที่ดีที่สุดสำหรับการจัดการปริมาณงานที่เฉพาะเจาะจง และเหมาะที่สุดสำหรับการถ่ายโอนปริมาณงานไปไว้ในที่ตั้งใหม่

ขณะที่ 38% ขององค์กรที่เราสำรวจอ้างว่า พวกเขาได้ใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อเร่งการถ่ายโอนแอปพลิเคชัน 48% กล่าวว่า การถ่ายโอนระบบงานในองค์กรของเขาเป็นการทำด้วยมือและใช้แรงงานคนเป็นหลัก หรือโดยการใช้ทรัพยากรที่มีในองค์กร การถ่ายโอนแอปพลิเคชันและข้อมูลทุกวันนี้ยังมีความซับซ้อนและราคาสูงสำหรับองค์กรส่วนใหญ่

นางสาวเคลลี่ มอร์แกน รองประธานด้านบริการงานวิจัย ของบริษัท 451 รีเสิร์ช กล่าวไว้ว่า การบริหารจัดการระบบไอทีคือองค์ประกอบสำคัญในการส่งผ่านบริการข้ามผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชันต่าง ๆ “ผู้ให้บริการที่สามารถนำเสนอผลงานการบริการด้านการบริหารจัดการระบบไอทีได้อย่างครอบคลุมผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่มีให้เลือกได้กว้างขวางที่สุด ถือว่าอยู่ในจุดที่สามารถบรรลุความต้องการการใช้งานคลาวด์ขององค์กรได้เต็มรูปแบบ” นางมอร์แกน กล่าว

เนื้อหาที่น่าสนใจอื่น ๆ ในรายงานปัจจัยความสำเร็จในการบริหารจัดการระบบไอทีแบบไฮบริดของไดเมนชั่น ดาต้า ยังรวมถึง

  • นอกจากการให้ความสนใจในเรื่องประเด็นความปลอดภัย การกำกับการทำงานให้เป็นไปตามข้อกำหนด และการบูรณาการทำงานของระบบ องค์กรยังตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเทคโนโลยีด้านเครือข่ายยุคถัดไป เช่น การใช้ซอฟต์แวร์ในการบริหารจัดการเครือข่าย หรือ เอสดีเอ็น และฟังก์ชั่นการทำงานแบบเสมือนจริงของระบบเครือข่าย
  • องค์กรธุรกิจต่างกำลังใช้เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมหรือที่มีให้เห็นอยู่ เช่น คอนเทนเนอร์ โซลูชันบิ๊กดาต้า และ เอสดีเอ็น ในการจำลองเหตุการณ์การดำเนินงาน
  • องค์กรธุรกิจกำลังใช้เงินงบประมาณด้านไอทีในสัดส่วนที่มีความสำคัญร่วมกับผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลที่สามในการจัดหาบริการด้านการบริหารจัดการระบบระดับมืออาชีพเพื่อรองรับเหตุผลที่แตกต่างกัน – เช่น เพื่อลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไอทีว่างพอที่จะให้ความสนใจกับงานโครงการอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงระบบความปลอดภัย และนำไปสู่ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเป็นพิเศษ งานวิจัยยังเปิดเผยอีกว่า 41% ขององค์กรทำงานร่วมกับผู้ขายหลายรายและบริหารจัดการผู้ขายเหล่านั้นด้วยตัวเอง อีก 37% ทำงานกับผู้ขายรายเดียวที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการในการสร้างหรือบริหารจัดการระบบได้อย่างกว้างขวาง

คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่านรายงานเกี่ยวกับปัจจัยความสำเร็จในการบริหารจัดการระบบไอทีแบบไฮบริด

คลิ๊กที่นี่ เพื่อลงทะเบียนและร่วมการสัมมนาทางเว็บไซต์ถึงผลที่ได้จากงานวิจัย ดำเนินการสัมมนาโดย เคลลี่ มอร์แกน จากบริษัท 451 รีเสิร์ช และ เควิน ลีไฮ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารกลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูล บริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า การออกอากาศทางอินเทอร์เน็ตจะมีขึ้นในวันที่ 4 เมษายน เวลา 23:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสิงคโปร์

-เกี่ยวกับบริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า

บริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า ก่อตั้งขึ้นในปี 2526 เป็นผู้ให้บริการด้าน ICT และโซลูชั่นที่ใช้ความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีของตนเอง ความสามารถในการให้บริการทั่วโลก และมุ่งมั่นผลักดันให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในธุรกิจ ไดเมนชั่น ดาต้า เป็นบริษัทในเครือของ NTT Group

ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เราดำเนินการในสำนักงาน 50 แห่งใน 13 ประเทศ เราช่วยให้ลูกค้าได้ใช้ และดำเนินการโครงสร้างไอทีพื้นฐานและการแปลงโซลูชั่นเทคโนโลยีดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานไอทีของพวกเขา และการแปลงโซลูชั่นเทคโนโลยีให้เกิดความคุ้มค่า เป็นการรวมความเชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่าย การรักษาความปลอดภัย การสื่อสาร ศูนย์ข้อมูลและการใช้งานคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ปลายทาง ด้วยทักษะขั้นสูงในการจัดหาไอที การให้บริการไอที ระบบบริการแบบบูรณาการและการฝึกอบรม www.dimensiondata.com

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

ผลสำรวจไมโครซอฟท์เผย เยาวชนไทยคาดว่า AI และ Internet of Things จะมีผลกระทบกับชีวิตในอนาคตมากที่สุด

ผลสำรวจไมโครซอฟ …