Breaking News
Home / ข่าวไอที / กระทรวงวิทย์ฯ เชิญกว่า 80 ภาคเอกชน ระดมสมองกำหนดทิศทางการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมของชาติ เจาะ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เร่งขับเคลื่อนการปฏิรูประบบวิจัยฯ ประเทศ

กระทรวงวิทย์ฯ เชิญกว่า 80 ภาคเอกชน ระดมสมองกำหนดทิศทางการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมของชาติ เจาะ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เร่งขับเคลื่อนการปฏิรูประบบวิจัยฯ ประเทศ

กระทรวงวิทย์ฯ เชิญกว่า 80 ภาคเอกชน ระดมสมองกำหนดทิศทางการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมของชาติ เจาะ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เร่งขับเคลื่อนการปฏิรูประบบวิจัยฯ ประเทศ

มอบหมาย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ดำเนินการจัดการ ประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมเป้าหมาย ในวันที่ 20 เมษายน 2560 ณ ห้อง Crowne ชั้น 21 โรงแรมคราวน์ พลาซ่า กรุงเทพ ลุมพินี พาร์ค กรุงเทพฯ โดยได้เชิญหน่วยงานภาคเอกชนกว่า 80 หน่วยงาน และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ระดมสมองกำหนดทิศทางการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม หวังตอบโจทย์ภาคเอกชน นำไปใช้จัดทำยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินการจัดทำแผนขับเคลื่อนและปฏิรูประบบวิจัยแบบบูรณาการของประเทศ ตลอดจนกรอบยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 20 ปี โดยให้ สวทน. จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ ขึ้น เพื่อให้ทราบถึงความต้องการหรือโจทย์ของภาคเอกชนในด้านการวิจัยพัฒนาในการใช้กำหนดทิศทางการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และจัดทำร่างกรอบการจัดทำยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ 20 ปี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถตอบโจทย์ต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี โดยมุ่งเน้นที่อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ จึงจำเป็นจะต้องเชิญภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกัน เพื่อให้งานวิจัยตรงกับความต้องการและสอดคล้องกับแผนพัฒนาชาติอย่างแท้จริง

การที่หน่วยงานภาคเอกชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้มาร่วมระดมสมอง ในการพิจารณาเทคโนโลยีสำคัญเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในครั้งนี้นั้น ก็เพื่อวางกรอบให้ชัดเจนว่า ประเทศไทยกำลังต้องการงานวิจัยด้านใดบ้าง นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันหารือกลไกสำคัญที่ภาครัฐและอุตสาหกรรมต้องเร่งดำเนินการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านเทคโนโลยีของอุตสาหกรรม เช่น กลไกการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม เป็นต้น โดยได้แนะนำให้จัดทำเป็นแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อติดตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นรมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าว 

ด้าน ดร.กิติพงค์ พร้องวงค์ เลขาธิการ สวทน. กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำกรอบยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 20 ปี ภายใต้แผนงานหลักที่ 1 คือ ด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงความต้องการหรือโจทย์ของภาคเอกชนในด้านการวิจัย เทคโนโลยีสำคัญ และนวัตกรรมในแต่ละสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งข้อมูลความต้องการหรือโจทย์ดังกล่าวจะนำไปใช้ในการจัดทำแผนงานอีก 3 ด้านภายใต้ยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 20 ปี คือ แผนงานที่ 4 ด้านการปรับระบบและบูรณาการงบประมาณวิจัยและนวัตกรรม แผนงานที่ 5 ด้านการพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิจัยและนวัตกรรม และแผนงานที่ 6 ด้านการปฏิรูประบบและพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย 

โดยจะมีจัดแบ่งการประชุมปฏิบัติการกลุ่มย่อย นำเสนอรายละเอียดของแต่ละอุตสาหกรรม อภิปรายภาพรวมของการจัดทำยุทธศาสตร์วิจัยของประเทศในระยะเวลา 5 ปี 10 ปี และ 20 ปี พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการระดมความเห็น 4 ส่วนหลัก 1) ทิศทางและเป้าหมายของการพัฒนาอุตสาหกรรม 2) เทคโนโลยีและนวัตกรรมส่วนที่เป็นเป้าหมายของอุตสาหกรรมไทย 3) วิเคราะห์โจทย์วิจัย พัฒนาและนวัตกรรมเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย และ 4) ยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ของอุตสาหกรรมไทย เลฃาธิการ สวทน. กล่าว

สำหรับภาคเอกชนที่ตอบรับเข้าร่วมกว่า 80 หน่วยงานนั้น  เป็นหน่วยงานที่อยู่ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่เชื่อมั่นว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีกลุ่ม 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ  อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปัจจัยการผลิต โดยการลงทุนชนิดนี้จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้นและระยะกลางในลักษณะการต่อยอด และอีก 5 อุตสาหกรรมในอนาคตได้แก่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติก อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอุตสาหกรรมเดิมมีขีดจำกัด ไม่เพียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคตควบคู่ไปด้วย เพื่อเปลี่ยนรูปแบบสินค้าและเทคโนโลยี ซึ่งการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมจะสามารถเพิ่มรายได้ของประชากรได้ประมาณ ร้อยละ 70 จากเป้าหมาย ส่วนอีกร้อยละ 30 จะมาจากอุตสาหกรรมใหม่

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

กสิกรไทยผนึกแกร็บ ส่งโปรเด็ดจ่ายค่าโดยสารหรือบริการ ผ่าน GrabPay ด้วยเดบิตกสิกรไทย ทั้งฟรี ทั้งลด

กสิกรไทยผนึกแกร …

 
%d bloggers like this: