Breaking News
Home / ข่าวไอที / สินค้ามาใหม่ / วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เผยโฉม DJI Inspire 2 โดรนสมรรถนะสูง มุ่งตอบโจทย์นักสร้างภาพยนตร์ระดับโลกและวงการอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์

วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เผยโฉม DJI Inspire 2 โดรนสมรรถนะสูง มุ่งตอบโจทย์นักสร้างภาพยนตร์ระดับโลกและวงการอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์

วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เผยโฉม โดรนสมรรถนะสูง มุ่งตอบโจทย์นักสร้างภาพยนตร์ระดับโลกและวงการอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์

(17 มี.ค. 60)…บริษัทวีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด เผยโฉมโดรนใหม่ รุ่นใหญ่ DJI Inspire 2 มุ่งตอบโจทย์ระดับผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ระดับโลกและวงการอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ ภายในอินทริเกรทระบบการถ่ายทอดสัญญาณในระบบ HD Video รวมถึงมอเตอร์แกนหมุนอิสระ (Gimbal) ถึง 360 องศา และกล้องรุ่นใหม่ล่าสุดคือ X4S และ X5S ที่มีความละเอียดสูงมาก สามารถเก็บภาพนิ่งได้ชัดถึง 20.8 MP และภาพวิดีโอชัดได้ถึง 5.2K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที ซึ่งได้กลายเป็นเครื่องมืออันสำคัญยิ่งสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์ทั่วโลก พร้อมตอบโจทย์ด้านความเร็วสูงสุด สามารถเร่งสปีดความเร็วในการบินจากระดับ 0-50 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 80 กม.ต่อชั่วโมงได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้น บินด้วยความเร็วได้สูงสุดถึง 94 กม.ต่อชั่วโมง และทำเวลาในการลดระดับการบินได้ที่ 9 เมตรต่อวินาที ซึ่งแสดงถึงระดับความเร็วและความคล่องตัวที่ดีเยี่ยมสำหรับอากาศยานในระดับนี้ พร้อมแบตเตอรี่ปรับปรุงใหม่ให้บินได้ต่อเนื่องถึง 27 นาทีและให้ระยะการควบคุมการบิน 7 กิโลเมตร เซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางและป้องกันการชน 2 ทิศทาง ทั้งด้านหน้าและด้านบน และ Smart Return To Home กลับฐานตามเส้นทางบินเดิม พร้อมใช้เซนเซอร์หน้าในการตรวจจับสิ่งกีดขวางขณะบินกลับอีกด้วย

พลังแรงเหนือจินตนาการ

DJI เปิดตัวอย่างสวยงามและยิ่งใหญ่ไปกับ Inspire 1 โดรนรุ่นแรกสุดของโลกที่มาพร้อมด้วยความสามารถในการถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งตัวเครื่องได้อินทริเกรทระบบการถ่ายทอดสัญญาณในระบบ HD Video รวมถึงมอเตอร์แกนหมุนอิสระ (Gimbal) ถึง 360 องศาและกล้องที่มีความคมชัดระดับ 4K พร้อมด้วยแอพพลิเคชันเพื่อการควบคุมตัวเครื่องที่ใช้งานง่าย ยิ่งไปกว่านั้นยังเปิดตัวกล้อง Zenmuse X5 และ X5R ที่ผนวกเข้ากับโดรนรุ่น Inspire ซึ่งได้กลายเป็นเครื่องมืออันสำคัญยิ่งสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์ทั่วโลก

Inspire 2 ได้รวบรวมเอาทุกคุณสมบัติโดดเด่นของ Inspire 1 มาไว้ที่รุ่นนี้ทั้งหมดและยังได้มีการพัฒนาปรับปรุงคุณสมบัติการใช้งานเพิ่มเติมอีกด้วย อาทิ ระบบประมวลผลภาพใหม่ทั้งหมดซึ่งสามารถบันทึกภาพได้สูงสุดถึง 5.2K ในระบบ CinemaDNG RAW รวมถึง Apple ProRes และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นโดรนในรุ่นนี้ยังสามารถสปีดความเร็วในการบินจากระดับ 0-50 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ 80 กม.ต่อชั่วโมงได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้น และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 58ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ 94 กม.ต่อชั่วโมง และสามารถทำความเร็วในการลดระดับการบินได้ที่ 9 เมตรต่อวินาที ซึ่งแสดงถึงระดับความเร็วและความคล่องตัวที่ดีเยี่ยมสำหรับอากาศยานในระดับนี้ ในส่วนของแบตเตอรี่นั้นได้ปรับปรุงคุณสมบัติให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น โดยสามารถบินต่อเนื่องได้นานสูงสุดถึง 27 นาที

พร้อมด้วยกล้องขั้นเทพ คือ X4S ในขณะที่เทคโนโลยีการทำความร้อนในตัวเครื่องจะช่วยให้โดรนนี้สามารถบินขึ้นได้แม้จะอยู่ในที่อุณหภูมิต่ำหรือติดลบก็ตาม สำหรับคุณสมบัติของ FlightAutonomy ก็ได้มีการปรับปรุงพัฒนาขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น Inspire 2 ที่มาพร้อมด้วยความสามารถในการหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง 2 ทิศทางและระบบเซนเซอร์สำรอง นอกจากนั้นยังเพิ่มคุณสมบัติโหมดการบินอัจฉริยะซึ่งหลากหลายขึ้น รวมถึงคุณสมบัติของ SpotlightPro ที่จะช่วยให้สามารถสร้างภาพที่สวยงามและซับซ้อนได้อย่างน่าทึ่งแม้จะมีผู้บังคับอากาศยานเพียงแค่คนเดียวก็ตาม นอกจากนั้นยังได้อัพเกรดระบบการถ่ายทอดวิดีโอให้รองรับได้ทั้งสัญญาณความถี่คู่และแบบสองช่องทาง รวมถึงการสตรีมมิ่งวิดีโอจากกล้อง FPV และกล้องหลักได้ในเวลาเดียวกัน เพื่อให้การทำงานร่วมกันระหว่างผู้บังคับการบินและผู้กำกับภาพกล้องสอดคล้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ

การหลบหลีกสิ่งกีดขวาง

ระบบการรับภาพของโดรนทั้งข้างหน้าและข้างล่างจะช่วยให้ Inspire 2 สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้าได้ในระยะ 30 เมตร ซึ่งจะช่วยป้องกันการบินในระดับความเร็ว 34 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ 54 กม.ต่อชั่วโมงในมุมตำแหน่งที่สามารถควบคุมได้ในระดับ 25 องศา พร้อมด้วยเซนเซอร์อินฟราเรดด้านบนที่สามารถสแกนสิ่งกีดขวางที่อยู่เหนือขึ้นไปได้ในระดับ 16 ฟุตหรือ 5 เมตร ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยในการบินในพื้นที่ปิด โดยระบบเซนเซอร์สิ่งกีดขวางนี้จะทำงานได้เมื่ออยู่ในโหมดการบินแบบปกติ รวมถึง RTH และทุกโหมดของการบินแบบอัจฉริยะ ซึ่งเซนเซอร์นี้เป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญของระบบ DJI FlightAutonomy ซึ่งเป็นที่มาของคุณสมบัติอันชาญฉลาดในรุ่น Inspire 2 ดังนี้

Spotlight Pro

Spotlight Pro คือโหมดการบินติดตามวัตถุที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยให้ผู้บังคับโดรนสามารถบันทึกภาพที่สวยงามซับซ้อนและน่าทึ่งได้ โดยใช้ขั้นตอนกรรมวิธีการติดตามภาพขั้นสูงเพื่อล็อควัตถุที่ต้องการติดตามในระหว่างที่ทำการบินได้ โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงทิศทางที่บิน ให้คุณเก็บภาพดี ๆ ได้ทันที และถ้ามอเตอร์ของกล้องที่หมุนอย่างอิสระ (Gimbal) ใกล้ถึงขีดจำกัดที่จะหมุนแล้ว Inspire 2 จะทำหน้าที่หมุนตัวโดรนไปในทิศทางเดียวกันด้วยตัวเองโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการควบคุมการบินหรือการจับภาพเลย

Spotlight Pro ประกอบด้วย 2 โหมดคือ Quick Mode และ Composition Mode โดย Quick Mode ทำงานโดยเลือกเป้าหมายก็สามารถเริ่มต้นการบินติดตามได้ ส่วน Composition Mode คือการเลือกตำแหน่งของวัตถุและตำแหน่งในการบินติดตาม เมื่อวัตถุเข้าสู่ตำแหน่งการติดตามที่ตั้งไว้แล้ว จึงกดเมนูทางลัดเพื่อเริ่มต้นการติดตาม ตัวมอเตอร์กล้องสามารถเคลื่อนที่ระหว่างบันทึกภาพได้เพื่อการปรับแต่งองค์ประกอบ

คุณสมบัติของ Spotlight Pro พร้อมให้ใช้งานได้ในทุกโหมด Intelligent Flight ซึ่งรวมถึง ActiveTrack, TapFly, Waypoint และ Point of Interest

บินกลับฐานอย่างชาญฉลาด

ด้วยคุณสมบัติของระบบการบินแบบฟอร์เวิร์ดและดาวน์เวิร์ดจะช่วยให้ Inspire 2 สามารถสร้างแผนที่แบบเรียลไทม์ในระหว่างการบินได้ ในกรณีที่ระบบถ่ายทอดวิดีโอสัญญาณเกิดขาดหายและถ้ามีการเปิดฟังก์ชันการทำงานของ Smart Return Home ไว้ ตัวเครื่องจะสามารถบินกลับฐานได้โดยใช้เส้นทางเดิม และเปลี่ยนมาบินตรงมุ่งกลับฐานได้ทันทีเมื่อได้รับสัญญาณกลับคืนเหมือนเดิม และในการเดินทางกลับฐาน ตัวโดรนจะใช้กล้องหลักในการแยกแยะหลบหลีกสิ่งกีดขวางด้านหน้าได้ในระยะ 200 เมตร จึงวางใจได้ว่าจะสามารถเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้นยังสามารถเชื่อมต่อกับสัญญาณได้อย่างฉับไวหลังจากที่สูญเสียการติดต่อไปแล้วอีกด้วย

ประสิทธิภาพการบินที่เหนือกว่า

ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพการบินในระดับสูง โดยสามารถบินได้ในอัตราเร็ว 58 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ 94 กม.ต่อชั่วโมง และสามารถบินลงจอดได้อย่างรวดเร็วภายในระยะ 9 เมตรต่อวินาที และบินขึ้นได้ในระดับ 6 เมตรต่อวินาที ที่สำคัญยังสามารถเร่งความเร็วในการบินจากระดับ 0-50 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ 80 กม.ต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียงแค่ 5 วินาที โดยสามารถบินโดยทำมุมเอียงได้สูงสุดถึง 40 องศา จึงให้ความปลอดภัยในการบินไม่พลิกคว่ำง่าย ๆ

มาพร้อมด้วยแท่งการควบคุมทั้งสองแท่งที่ได้รับการปรับแต่งให้มีความไวในการบังคับใช้งานมากขึ้น และด้วยคุณสมบัติที่เหนือชั้นมากมายใน Inspire 2 นี้ ทำให้สามารถบินในสภาพแวดล้อมแบบเอกซ์ตรีมได้อย่างสบาย ซึ่งรวมถึงการบินเหนือระดับน้ำทะเลในระดับ 2500-5000 เมตรด้วย และพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำขนาดติดลบ 20 องศา โดยการใช้งานระบบทำความร้อนภายในหรือ Intelligent Flight Battery

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายขาย บริษัทวีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่าย โทร.+66 2661 6666, +66 2261 2900

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

Toshiba Memory Corporation เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Embedded NAND Flash Memory สำหรับแอพพลิเคชั่นยานยนต์ที่รองรับ UFS Ver 2.1

Toshiba Memory …

%d bloggers like this: