Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / รู้ทันเทคโนโลยี / ไอบีเอ็มเผยผลการศึกษาเจเนอเรชั่น Z พบร้อยละ 98 ชอบซื้อสินค้าในร้านค้ามากกว่าออนไลน์

ไอบีเอ็มเผยผลการศึกษาเจเนอเรชั่น Z พบร้อยละ 98 ชอบซื้อสินค้าในร้านค้ามากกว่าออนไลน์

ไอบีเอ็มเผยผลการศึกษาเจเนอเรชั่น Z พบร้อยละ 98 ชอบซื้อสินค้าในร้านค้ามากกว่าออนไลน์

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 19 มกราคม 2560: แม้จะเป็นที่คาดกันว่าเจเนอเรชั่นแรกที่ “เกิดในยุคดิจิทัล” น่าจะมีแนวโน้มในการซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่า แต่ผลการศึกษาล่าสุดโดยไอบีเอ็มและสหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติ (National Retail Federation: NRF) ของสหรัฐอเมริกา กลับพบว่าชาวเจเนอเรชั่น Z เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ชื่นชอบการซื้อสินค้าในร้านค้ามากกว่าการซื้อออนไลน์ โดยร้อยละ 66 จะเลือกร้านที่มีผลิตภัณฑ์คุณภาพและมีของพร้อมขายเสมอ ขณะที่ร้อยละ 65 ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าที่ได้รับ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่าร้อยละ 52 ของผู้บริโภคเจน Z พร้อมจะเปลี่ยนความจงรักภักดีจากแบรนด์หนึ่งไปอีกแบรนด์หนึ่งหากคุณภาพของแบรนด์ไม่ได้มาตรฐาน

การศึกษา “Uniquely Gen Z” โดยสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (IBM Institute of Business Value) เป็นการสำรวจกลุ่มเจน Z ช่วงอายุ 13-21 ปี มากกว่า 15,000 คน ใน 16 ประเทศ โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้เกิดในช่วงกลางทศวรรษ 1990 และ 2000 ถือเป็นกลุ่มที่ “เกิดในยุคดิจิทัล” และเติบโตขึ้นมาโดยไม่เคยรู้จักกับโลกในยุคก่อนที่จะมีโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ เจน Z มีกำลังซื้อถึง 154,000 ล้านบาท โดยร้อยละ 75 ของเจน Z ใช้จ่ายเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินที่มีในแต่ละเดือน ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าประชากรเจน Z ทั่วโลกจะมีจำนวนถึง 2.6 พันล้านคน ในปี ค.ศ. 2020

ร้อยละ 74 ของผู้ตอบใช้เวลาว่างบนโลกออนไลน์ โดยร้อยละ 25 ออนไลน์อย่างน้อยห้าชั่วโมงในแต่ละวัน และร้อยละ 66 มักใช้อุปกรณ์สื่อสารพกพามากกว่าหนึ่งเครื่อง นอกจากนี้ การศึกษายังชี้ให้เห็นข้อมูลเชิงลึกหลายอย่างเกี่ยวกับความชอบและลักษณะนิสัยยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเจน Z กล่าวคือ 

ร้อยละ 73 เจน Z ที่สำรวจ ใช้อุปกรณ์สื่อสารพกพาเพื่อส่งข้อความและแชทกับครอบครัวและเพื่อนๆ เป็นหลัก แต่ก็เต็มใจที่จะสนทนากับแบรนด์ต่างๆ โดยร้อยละ 42 มีแนวโน้มร่วมเล่นเกมออนไลน์ในแคมเปญต่างๆ ร้อยละ 43 มีแนวโน้มในการร่วมรีวิวผลิตภัณฑ์ ขณะที่ร้อยละ 36 มีแนวโน้มที่จะสร้างเนื้อหาดิจิทัลสำหรับแบรนด์

 เจน Z ไม่มีความอดทนต่อเทคโนโลยีที่ใช้งานยาก และต้องการประสบการณ์การใช้งานโมบายล์-ดิจิทัลแบบไร้รอยต่อ โดยเจน Z ร้อยละ 62 จะไม่ใช้แอพหรือเว็บไซต์ที่ใช้งานยากหรือโหลดช้า

เจน Z ทราบว่าข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่มีค่าต่อแบรนด์ ดังนั้นจึงต้องการทราบว่าแบรนด์จะนำข้อมูลไปใช้อย่างไรและมีวิธีการคุ้มครองข้อมูลอย่างไร โดยมีเจน Z เพียงร้อยละ 21 ที่เต็มใจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลสุขภาพ ตำแหน่งที่อยู่ ชีวิตส่วนตัว หรือข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน ขณะที่ร้อยละ 61 จะรู้สึกเต็มใจมากขึ้นที่จะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล ถ้าพวกเขาทราบว่าข้อมูลจะได้รับการคุ้มครองและจัดเก็บอย่างปลอดภัย  
“เจน Z เป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่แบรนด์ต้องเตรียมรับมือ เหมือนกับเมื่อครั้งกลุ่มมิลเลนเนียลเข้ามาแทนที่เจน X หากแต่เจน Z มีขนาดใหญ่กว่าและซับซ้อนมากกว่า ผู้ซื้อกลุ่มนี้เรียนรู้ที่จะ “คลิก” ก่อนที่จะเดินหรือพูดด้วยซ้ำ แต่พวกเขากลับยังพอใจกับประสบการณ์การซื้อสินค้าในร้านค้า แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง แต่นิสัยการช็อปปิ้งบางอย่างยังคงเหมือนเดิม ดังนั้น แบรนด์ต่างๆ ต้องว่องไวและคล่องตัวมากพอสำหรับการให้บริการทั้งสองรูปแบบ” นายกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจซอฟต์แวร์ บริษัท ประเทศไทย จำกัด กล่าว

“เจเนอเรชั่น Z คาดหวังถึงเทคโนโลยีที่ใช้ง่าย ตอบโจทย์ความต้องการ และน่าสนใจ เหล่านี้เป็นความท้าทายให้ธุรกิจค้าปลีกและแบรนด์ต้องดึงความก้าวล้ำทางดิจิทัลมาช่วยสร้างการปฏิสัมพันธ์และประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล คือพร้อมที่จะทดลองวิธีใหม่ๆ เพื่อให้ทันความเปลี่ยนแปลง แต่ก็ต้องตอบโจทย์เจเนอเรชั่นต่างๆ ได้ในขณะเดียวกัน”

การศึกษาพบว่าผู้บริโภคเจเนอเรชั่น Z ชอบการมีส่วนร่วมแบบออนไลน์กับแบรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์ที่สร้างสภาพแวดล้อมแบบมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า และเอื้อให้ลูกค้าสามารถกำหนดรูปแบบประสบการณ์ของตนเองได้ โดยธุรกิจที่ สามารถพัฒนารูปแบบการปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวได้ ย่อมสามารถเข้าถึงไอเดียน่าสนใจของชาวเจน Z และอาจนำสู่ผลิตภัณฑ์ บริการ แนวทางการสร้างความผูกพัน ตลอดจนประสบการณ์การซื้อสินค้าในรูปแบบใหม่ๆ เพราะเป็นที่รู้กันว่าเจเนอเรชั่น Z เป็นลูกค้าระดับแนวหน้าของแบรนด์ต่างๆ ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแบรนด์รับรู้และให้คุณค่าต่อความคิดเห็นของพวกเขา

เปิดตัวโซลูชั่น IBM Watson Customer Engagement ช่วยแบรนด์บริหารจัดการข้อมูลพร้อมเข้าถึงลูกค้าในทุกช่องทาง

เพื่อให้แบรนด์สามารถนำเสนอประสบการณ์เฉพาะบุคคลในแบบที่ลูกค้าต้องการ ไอบีเอ็มได้ทำการเปิดตัวโซลูชั่น IBM Watson Customer Engagement ซึ่งเป็นเทคโนโลยีค็อกนิทิฟบนคลาวด์ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคร่วมกับข้อมูลและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แพทเทิร์นของสภาพอากาศ แนวโน้มของราคา พฤติกรรมการซื้อ และซัพพลายเออร์ที่สามารถจัดส่งของได้ เป็นต้น

“วันนี้ไอบีเอ็มมีความพร้อมที่จะร่วมมือกับธุรกิจค้าปลีกทั่วโลกและในประเทศไทย เพื่อให้สามารถนำเสนอประสบการณ์เฉพาะบุคคลอย่างแท้จริงให้กับผู้บริโภค ผ่านโซลูชั่น IBM Watson Customer Engagement โดยค็อกนิทิฟถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะช่วยลดช่องว่างระหว่างสิ่งที่ผู้บริโภคมองหาและสิ่งที่แบรนด์สามารถตอบสนอง” นายกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจซอฟต์แวร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าว

ปัจจุบัน ธุรกิจค้าปลีกชั้นนำของโลกได้เริ่มนำ IBM Watson Customer Engagement เข้าสร้างความมีส่วนร่วมและความจงรักภักดีต่อแบรนด์ อาทิ เออร์เมส  ธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดและมีสินค้าหลากหลายที่สุดในไซปรัส ใช้โซลูชั่น Watson Commerce บนคลาวด์ ในการกำหนดราคาขายที่ดีที่สุด โดยวิเคราะห์ว่าผลิตภัณฑ์ตัวใดในแต่ละสาขาที่ควรลดราคาเนื่องจากยอดขายต่ำ ควรกำหนดราคาใหม่เป็นเท่าใด พร้อมแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มลดราคา ซึ่งช่วยให้เออร์เมสสามารถลดราคาผลิตภัณฑ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ในระดับที่ทำให้ลูกค้าสนใจและรู้สึกคุ้มค่า ขณะที่ยังสามารถสร้างกำไรให้กับสาขาห้างทั้ง 75 แห่ง โดยตั้งแต่เริ่มใช้โซลูชั่นไอบีเอ็ม เออร์เมสได้ปรับปรุงกลยุทธ์ด้านราคาค้าปลีกอย่างมีนัยสำคัญขณะที่ธุรกิจก็สามารถทำกำไรเพิ่มขึ้น
ดาวน์โหลดผลการศึกษา “Uniquely Gen Z” ฉบับเต็มได้ที่ http://ibm.co/2izHP1C

 ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็มได้ที่ http://www.ibm.com/iibv หรือดาวน์โหลดแอพ IBM IBV ได้ที่ iTunes และ Android Market

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBM Watson Customer Engagement ได้ที่ https://www.ibm.com/watson/customer-engagement/

###################################

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

The Cloud is Getting Darker ภัยร้ายคุกคามบนระบบคลาวด์เพิ่มมากขึ้น

The Cloud is Ge …

%d bloggers like this: