Breaking News
Home / ข่าวไอที / 33 ปี อินทัช ร่วมพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมแห่งอนาคต เชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
intouch01-280716

33 ปี อินทัช ร่วมพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมแห่งอนาคต เชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

33 ปี อินทัช ร่วมพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมแห่งอนาคต

เชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

intouch01-280716
01-280716

ในยุคแห่งเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โลกมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ความเจริญด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการเติบโตทางธุรกิจ การค้า การบริการ และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทำให้รูปแบบการใช้ชีวิต การเข้าถึงข้อมูล และความต้องการของผู้คนเปลี่ยนไป

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ได้เล็งเห็นถึงการเสริมสร้างโครงสร้างด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิตอลคอนเทนต์ที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย เพื่อเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ รวมไปถึงเชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ผ่านการบริหารงานอย่างมืออาชีพ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงสร้างมูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมโดยเสมอมา จนได้รับประกาศนียบัตร “Certificate of ESG100 Company” เป็นปีที่สองติดต่อกัน จากสถาบันไทยพัฒน์ หน่วยงานด้านการพัฒนาฐานข้อมูลความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย ว่าเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG)

ปัจจุบัน การลงทุนของอินทัชประกอบด้วย ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย ดำเนินงานภายใต้บริษัท แอดวานซ์  อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจต่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงธุรกิจอื่นๆ อาทิ ไฮ ช็อปปิ้ง และโครงการ อินเว้นท์ (InVent) เป็นต้น

การลงทุนพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

“เมื่อเทียบกับสมัยก่อน ชีวิตประจำวันของเราในปัจจุบันมีการส่งผ่านข้อมูลที่มีขนาดและจำนวนมหาศาล อินทัชจึงต้องพร้อมตอบโจทย์ด้านการเชื่อมต่อการสื่อสารของประเทศไทยในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม” – นายฟิลิป เชียง ชอง แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

ปัจจุบัน เราได้ก้าวเข้าสู่โลกไร้พรมแดนที่การติดต่อสื่อสารกับผู้คนทั่วโลกเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย อินทัช ได้มีการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมของไทยเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้อย่างต่อเนื่อง จากก้าวแรกที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (เอไอเอส) ได้รับอนุญาตจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย หรือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบัน ให้ดำเนินการติดตั้งและให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเซลลูลาร์ 900 จนกลายเป็นผู้นำธุรกิจการสื่อสารไร้สายชั้นนำที่ให้บริการระบบ 2G  3G จนมาถึงบริการ 4G แก่ผู้ใช้บริการ 42 ล้านเลขหมายในปัจจุบัน[1]  ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างอิสระ

อีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนโครงข่ายด้านการติดต่อสื่อสารของประเทศไทย คือ ดาวเทียมสื่อสาร ของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับสัมปทานภายใต้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการดำเนินโครงการดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2534 ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติดวงแรกอย่างเป็นทางการว่า ”ไทยคม” (“THAICOM”) มาจากคำว่า Thai Communications หรือ ไทยคมนาคม เพื่อเป็นสัญญลักษณ์การเชื่อมโยงประเทศไทยกับเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ โดยไม่นานมานี้ไทยคมได้ตอกย้ำความสำเร็จไปอีกขั้นกับการปล่อยดาวเทียมไทยคม 8 ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559

การช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปข้างหน้าผ่านการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์

การนำเทคโนโลยีและดิจิตอลมาสร้างมูลค่าให้ธุรกิจจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยเป็นอย่างมาก อินทัช เล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการด้านไอที หรือ สตาร์ทอัพที่เกิดจากไอเดียสร้างสรรค์ และการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์

นายฟิลิป กล่าวว่า “การเฟ้นหาช่องทางหรือโอกาสในการสร้างสรรค์ธุรกิจแบบใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์และสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคเป็นเรื่องที่น่าสนใจและท้าทายในเวลาเดียวกัน เพราะเราอยู่ในธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา”  

ในปี พ.ศ. 2555 โครงการอินเว้นท์ (InVent) จึงถือกำเนิดขึ้น โดยเป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อร่วมลงทุนกับกลุ่มนักธุรกิจที่ดำเนินงานแบบคิดนอกกรอบ และช่วยเพิ่มขีดการแข่งขันทางธุรกิจในประเทศไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก การลงทุนของอินเว้นท์เน้นลงทุนในธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแง่มุมที่หลากหลายกันออกไป  อาทิ ด้านคอมเมิร์ซ ด้านสุขภาพ ด้านบันเทิง หรือ ด้านไลฟ์สไตล์ที่มีการลงทุนกับบริษัทที่คุ้นเคยกันดีอย่างบริษัท อุ๊คบี จำกัด (OOKBEE) ซึ่งให้บริการด้านแอพพลิเคชั่นและแพลตฟอร์มสิ่งตีพิมพ์ดิจิตอล หรือ บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด ผู้พัฒนาเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นรีวิวร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ในชื่อ Wongnai และ Wongnai Beauty

การมุ่งตอบสนองพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคใหม่ผ่านช่องทางธุรกิจที่หลากหลาย

จากสถิติการใช้งานอินเตอร์เน็ตของปี พ.ศ. 2558 แสดงให้เห็นว่า Gen Y (ช่วงอายุ 18-35 ปี) มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตสูงถึง 54.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือเกือบ 8 ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน[2] อินทัชและบริษัทที่อินทัชเข้าลงทุนเล็งเห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจึงได้สร้างสรรค์การทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคผ่านการส่งมอบความสะดวกสบายและรวดเร็ว อาทิ บริการ mPay จากเอไอเอสที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมทางการเงินบนมือถือแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการโอนหรือถอนเงิน ซื้อสินค้า จ่ายบิล ผ่านช่องทางออนไลน์

“เราทำธุรกิจผ่านมุมมองของลูกค้าเป็นสำคัญ ธุรกิจที่เราทำจึงต้องสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ และผสานการสื่อสารในทุกช่องทางเข้าด้วยกัน” นายฟิลิป กล่าว

เมื่อปี พ.ศ. 2558  อินทัชได้เริ่มธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทยด้วยการร่วมลงทุนกับบริษัท ฮุนได โฮมช็อปปิ้ง เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (ฮุนได โฮมช็อปปิ้ง) จากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อสร้าง “บริษัท ไฮ ช็อปปิ้ง จำกัด” นำเสนอขายสินค้าและการถ่ายทำที่ทันสมัยผ่านการใช้ดิจิตอลคอนเทนต์ให้เกิดประโยชน์ โดยใช้สื่อจากหลายช่องทาง เช่น ทีวี โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ต พร้อมผนึกการใช้โครงข่ายของกลุ่มอินทัชทุกด้านประกอบกันไม่ว่าจะเป็นด้านโทรคมนาคม ดาวเทียม อินเตอร์เน็ต บรอดแบนด์ความเร็วสูง

กิจกรรมเพื่อสังคม สำหรับรากฐานที่มั่นคงของประเทศไทย

อินทัชยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา ส่งเสริมสังคมและชุมชน ด้วยการดำเนินกิจกรรมผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้แนวคิด “คนไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง” เพราะเชื่อว่าการพัฒนาคน คือ การพัฒนารากฐานของประเทศให้เข้มแข็งในอนาคต ทั้งนี้ โครงการต่างๆ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมเป็นอย่างดี ด้วยการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมโดยมีเป้าหมายการพัฒนาใน 3 ด้าน คือ การพัฒนาศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน การส่งเสริมจิตสาธารณะของพนักงานในการช่วยเหลือสังคม และการสนับสนุนงานสาธารณกุศล

“โครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช”  ส่งเสริมการปลูกข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการและไม่ใช้สารเคมี มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวนาตามหลักการพึ่งพาตนเอง อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งและเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของชุมชน “โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช รณรงค์ให้เยาวชนไทยรักการอ่าน เชิดชู และสืบสานภาษาและวรรณกรรมไทย มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทยให้คงอยู่ พร้อมใช้จินตนาการถ่ายทอดสิ่งที่อ่านออกมาเป็นภาพวาด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัทในการพัฒนาด้านความคิด สติปัญญาแก่เยาวชนไทยที่จะเติบโตมาเพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการนำพาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป “โครงการกลุ่มอินทัชสร้างโอกาสทางการศึกษา” มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มีความประพฤติดี ตั้งใจเรียน และขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งทุนสนับสนุนครูผู้สอน และทุนสนับสนุนโรงเรียน นอกจากนี้ อินทัชยังร่วมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของนักเรียนด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร ได้แก่ โรงเรียนในเขตจังหวัดน่าน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี

อินทัชมีความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่สร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดแก่คนไทยมาตลอดระยะเวลา 33 ปีที่ผ่านมา และจะยังคงก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ในการเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำที่คนไทยให้ความไว้วางใจ ให้สมดังที่คุณฟิลิป เชียง ชอง แทน กล่าวไว้ว่า ลูกค้าเลือกเรา เพราะเขาเห็นสิ่งที่ดีในตัวเรา ดังนั้นเราต้องคิดเสมอว่าความสำเร็จของอินทัช คือการพัฒนาประเทศไทย เพราะอินทัชคือธุรกิจของคนไทย เพื่อคนไทย อย่างแท้จริง

เกี่ยวกับ อินทัช

บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช  เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิตอลคอนเทนต์ เพื่อเชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ด้วยการบริหารงานอย่างมืออาชีพ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงสร้างมูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม ผลจากความมุ่งมั่นพัฒนาทำให้ อินทัช ได้รับรางวัลและการรับรองต่างๆ มากมาย อาทิ รางวัล “สุดยอดหุ้นขวัญใจมหาชน” และ “หุ้นขวัญใจมหาชนกลุ่มเทคโนโลยี” สามปีซ้อน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ รางวัล “ผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม” (Best CEO Awards) และรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม (Best Company Performance Awards) ในกลุ่มที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 100,000 ล้านบาท จากงาน SET AWARDS 2015 รวมไปถึงรางวัลระดับภูมิภาคอย่าง ASEAN Corporate Governance Awards 2015 และรางวัล Asian Excellence Recognition Awards 2015 จัดโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia เมื่อไม่นานมานี้ อินทัช ยังได้รับรางวัล “นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม” (Best Investor Relation Award) ประจำปี 2558/2559 จาก สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (Investment Analysts Association หรือ IAA) และ รางวัล “Investor’s Choice Award” จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน อีกด้วย

ปัจจุบันการลงทุนของอินทัชประกอบด้วย ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย ดำเนินงานภายใต้บริษัท แอดวานซ์  อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจต่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงธุรกิจอื่นๆ อาทิ ไฮ ช็อปปิ้ง และโครงการ  อินเว้นท์ (InVent) เป็นต้น ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

www.intouchcompany.com  www.facebook.com/intouchcompany  http://www.twitter.com/philipctan

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

ทำไม  นี้ถึงยังไม่มีอิโมจิรถกระบะให้ใช้นะ? ฟอร์ดเดินหน้าผลักดันไอคอนเอาใจสาวกรถกระบะ ฉลองวันอิโมจิโลก

ทำไม  นี้ถึงยัง …

%d bloggers like this: