Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / รู้ทันเทคโนโลยี / โซลูชั่นอุปกรณ์ไร้สายจากซีบรา เทคโนโลยีส์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้นถึง 2 หลัก เหมาะสำหรับองค์กรที่มองหาความชัดเจนด้านการดำเนินงานผ่านเทคโนโลยี

โซลูชั่นอุปกรณ์ไร้สายจากซีบรา เทคโนโลยีส์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้นถึง 2 หลัก เหมาะสำหรับองค์กรที่มองหาความชัดเจนด้านการดำเนินงานผ่านเทคโนโลยี

โซลูชั่นอุปกรณ์ไร้สายจากซีบรา เทคโนโลยีส์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้นถึง 2 หลัก เหมาะสำหรับองค์กรที่มองหาความชัดเจนด้านการดำเนินงานผ่านเทคโนโลยี

  • การวิจัยเชิงลึกเผย ผู้มีอำนาจการตัดสินใจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวน 74 เปอร์เซ็นต์ ชี้ว่าจะเพิ่มการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีสำหรับคลังสินค้าในปี พ.ศ. 2563
  • โซลูชั่นอุปกรณ์ไร้สายจากซีบราช่วยให้การเลือกสินค้าเร็วขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของ e-fulfillment

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 27 กรกฎาคม 2559: ซีบรา เทคโนโลยีส์ ผู้นำผลิตภัณฑ์และการบริการที่ให้ความสามารถในการสอดส่องสินทรัพย์ บุคลากร และธุรกรรมต่างๆ ในองค์กรได้แบบเรียลไทม์ ได้เผยผลการวิจัยเกี่ยวกับทิศทางของการจัดการคลังสินค้าที่ใช้ชื่อว่า Warehouse Vision Study สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยการวิจัยในครั้งนี้ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านคลังสินค้าไอทีและการปฏิบัติงานกว่า 1,000 รายทั่วโลก – รวมไปถึงประเทศออสเตรเลีย, สาธารณรัฐประชาชนจีน และ อินเดีย – จากอุตสาหกรรมการค้าปลีก, การผลิต, โลจิสติกส์, คมนาคม และการจัดส่งสินค้าขายส่ง

การวิจัยชีว่าองค์กรต่างๆต้องการเพิ่มจำนวนคลังสินค้า เพื่อรองรับการเติบโตของการซื้อขายออนไลน์ ผู้บริหารคลังสินค้าที่ร่วมตอบแบบสอบถามเผยว่า พวกเขาวางแผนที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ เพื่อรองรับการเติบโตของการส่งสินค้า

ซีบรา แนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ซึ่งออกแบบมาสำหรับคลังสินค้าโดยเฉพาะ เพื่อรองรับความต้องการด้านการแสดงผลและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี่ยังแนะนำ โซลูชั่นอุปกรณ์ไร้สาย (Total Wearable Solutions) – กลุ่มผลิตภัณฑ์ไร้สายกลุ่มแรกของโลก โดยมาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ – และเสริมด้วย Zebra Mobility DNA อุปกรณ์แฮนส์ฟรี ซึ่งรองรับการเลือกสินค้าผ่านคำสั่งเสียง จึงเพิ่มความคล่องตัว, ความสะดวกสบาย และความแม่นยำให้กับผู้ใช้งาน โซลูชั่นมัลติโหมดนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ และลดความผิดพลาดได้ถึง 39 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ speech-only รูปแบบเก่า การเปิดตัวโซลูชั่นอุปกรณ์ไร้สายในครั้งนี้ นับเป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับซีบรา และก้าวใกล้เป้าหมายด้านการนำเสนอแนวคิด “การแสดงผลอย่างมีวิสัยทัศน์” หรือ “visibility that’s visionary” หลังจากเปิดตัว TC8000 คอมพิวเตอร์ขนาดพกพาสำหรับองค์กร และกลุ่มผลิตภัณฑ์สแกนเนอร์พันธุ์อึดอย่าง ซีรี่ส์ 3600InfographicWarehouseSurvey_2020 Vision_APAC_2016

รายละเอียดสำคัญของ Warehouse Vision Study

  • ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 74 เปอร์เซ็นต์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เผยว่ามีการวางแผนนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ในคลังสินค้าภายใน 5 ปีข้างหน้า อาทิ ขยายการลงทุนทางด้าน Internet of Things (72 เปอร์เซ็นต์), เทคโนโลยีการสแกนบาร์โค้ด (70 เปอร์เซ็นต์), คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต (69 เปอร์เซ็นต์), บิ๊กดาต้า/การวิเคราะห์ดาต้า (67 เปอร์เซ็นต์) และการขนย้ายสินค้าแบบอัตโนมัติ (64 เปอร์เซ็นต์)
  • ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนกว่าครึ่งกล่าวว่า สิ่งที่ต้องการจากการลงทุนภายในคลังสินค้าคือการลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งสินค้า ในขณะที่ 41 เปอร์เซ็นต์ต้องการย่นระยะเวลาขนส่งสินค้า และ 38 เปอร์เซ็นต์ต้องการรองรับความต้องการของคู่ค้าทางธุรกิจรายใหม่ ปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ การเปลี่ยนนโยบายด้านจัดเก็บสินค้า (33 เปอร์เซ็นต์), การขาดแคลนทรัพยากรบุคคล (28 เปอร์เซ็นต์) และการขยายช่องทางแบบ omni-channel (21 เปอร์เซ็นต์)
  • องค์กรที่ร่วมการสำรวจเผยว่าต้องการขยายตัวในแง่ของปริมาณรวมของสินค้าที่จัดส่ง (74 เปอร์เซ็นต์), ปรับการดำเนินงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ (69 เปอร์เซ็นต์), เปลี่ยนสินค้าคงคลังประจำปี (64 เปอร์เซ็นต์), จำนวนการรักษาสินค้าคงคลัง (SKU) (57 เปอร์เซ็นต์) และพนักงาน (56 เปอร์เซ็นต์) ภายในปี พ.ศ. 2563
  • ปัจจุบัน 81 เปอร์เซ็นต์ของผู้ร่วมการสำรวจใช้ซอฟต์แวร์การจัดการคลังสินค้า (WMS) ที่ส่งทอดกันมาจากพนักงานรุ่นเก่า คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะลดลงกว่าครึ่ง เหลือเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2563 ในขณะเดียวกัน ซอฟต์แวร์การจัดการคลังสินค้าแบบเต็มรูปแบบและระบบการตรวจเช็คสถานะการจัดส่งสินค้าแบบรีลไทม์ หรือ real-time location system (RTLS) จะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 29 เปอร์เซ็นต์ภายใน 5 ปีข้างหน้า
  • ผู้บริหารที่ร่วมตอบแบบสอบถามคาดว่าตัวเลขด้านการนำเข้าสินค้าผ่านการสแกนบาร์โค้ดจะขยายตัวขึ้นภายใน 5 ปีข้างหน้า จาก 59 เปอร์เซ็นต์ เป็น 78 เปอร์เซ็นต์
  • ทางด้านการจัดการสินค้าคงคลัง ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 86 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่า จะใช้คอมพิวเตอร์ขนาดพกพาและแท็บเล็ตที่รองรับการใช้งาน WMS แบบรีลไทม์ ในขณะที่ 79 เปอร์เซ็นต์วางแผนที่จะใช้งานโซลูชั่นที่รองรับการทำงานร่วมกับ RFID และทีเพียง 24 เปอร์เซ็นต์ที่กล่าวว่าจะยังใช้ปากกาและกระดาษในปี พ.ศ. 2563

ประเด็นสำคัญของ โซลูชั่นอุปกรณ์ไร้สาย หรือ Total Wearable Solutions

  • ออกแบบมาสำหรับการจัดการสินค้าคงคลัง, การจัดการลานสินค้า และการจัดเก็บสินค้าภายในคลัง สำหรับองค์กรด้านการผลิตและการค้าปลีก โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Total Wearable Solutions จากซีบราประกอบไปด้วย:
  • WT6000 Industrial Wearable Computer คอมพิวเตอร์แวร์เอเบิลขนาดพกพาสำหรับภาคอุตสาหกรรม ง่ายต่อการใช้งาน ด้วยระบบหน้าจอแบบสัมผัสและสามารถจับคู่ผลิตภัณฑ์ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่แตะ (tap-to-pair) จึงทำให้ใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆจากซีบรา อาทิ RS6000 Wearable Ring Scanner สแกนเนอร์รูปแบบแหวน, หูฟัง HS3100 และปริ้นเตอร์ที่รองรับการใช้งานผ่านระบบบลูทูธ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สายรัดแขนของ WT6000 ผลิตมาจากวัสดุที่ไม่ดูดซึมเหงื่อ และระบายอากาศได้ดี เพื่อการสวมใส่ที่สบายและถูกสุขอนามัย
  • RS6000 Wearable Ring Scanner สแกนเนอร์รูปแบบแหวนที่จะช่วยให้การเลือกสินค้ารวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยไฟ LED ที่สามารถโปรแกรมได้ ซึ่งจะไกด์ผู้ใช้งาน อีกทั้งยังช่วยพัฒนาระยะการทำงานและการเคลื่อนไหวอีกด้วย จึงทำให้สามารถทำงานได้แม้ผู้ใช้งานหรือสินค้าจะไม่หยุดนิ่งก็ตาม
  • หูฟัง HS3100 รองรับการใช้แอพพลิเคชั่นที่สั่งงานด้วยเสียง พร้อมตัดเสียงรบกวนรอบข้างด้วย
  • Total Wearable Solutions จากซีบราเป็นการนำ Mobility DNA เข้ามาใช้งาน ด้วยระบบซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้คอมพิวเตอร์ขนาดพกพาเหมาะสมกับการใช้งานในองค์กรมากขึ้น โดยนำเสนอฟังก์ชั่นการทำงานสำหรับธุรกิจและการจัดการตามที่ผู้ใช้งานต้องการ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Zebra Mobility DNA ได้รวม TekSpeech Pro 4 ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในคลังสินค้าได้อย่างเต็มที่ ด้วยโซลูชั่นส์การสั่งงานด้วยเสียงแบบมัลติโหมด
  • Total Wearable Solutions จากซีบรานำเสนอการทำงานอย่างไร้สายอย่างคล่องตัว พร้อมความทนทาน และเหมาะสำหรับการใช้งานภายใต้สภาวะที่ไม่เอื้ออำนวย
  • คอมพิวเตอร์แวร์เอเบิลขนาดพกพารุ่น WT6000 และ RS6000 Wearable Ring Scanner สแกนเนอร์รูปแบบแหวน ใช้แบตเตอรี่ PowerPrecision+ จากซีบรา ซึ่งนำเสนอการใช้งานที่ยาวนาน และฟังก์ชั่นการจัดการแบตเตอรี่ ซึ่งทำให้การจัดการแบตเตอรี่เป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น

คำกล่าวผู้บริหาร

โจ ไวท์, รองประธาน ฝ่ายธุรกิจคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาสำหรับองค์กร,

“รายงาน Warehouse Vision Report จากซีบรา ซึ่งสำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์จำนวนกว่า 1,400 คน แสดงให้เห็นว่า 72 เปอร์เซ็นต์ของผู้ร่วมการสำรวจต้องการนำเทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียงมาใช้งานในคลังสินค้าภายในปี พ.ศ. 2563 โดยเพิ่มจากปี พ.ศ. 2558 ที่มีจำนวนเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เนื่องจากเข้าใจว่าพนักงานควรทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพะวงเรื่องการใช้ดีไวซ์ Total Wearable Solutions จากซีบราช่วยให้พนักงานไม่ต้องจดจ่ออยู่กับมือและสายตา จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความคล่องตัว ความสะดวกสบาย และความแม่นยำให้การทำงาน”

ไรอัน โกห์, รองประธาน และผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการขาย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, ซีบรา เทคโนโลยีส์

“ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้นเป็นอย่างมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีประเทศอินเดียและสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นผู้นำ ภูมิภาคจึงกลายเป็น ‘คลังสินค้าของโลก’ โดยปริยาย ผู้บริหารด้านไอทีและการปฏิบัติงานในคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า มองหาวิธีที่จะเพิ่มประสืธิภาพการทำงานให้กับพนักงานอยู่เสมอ ในขณะเดียวกัน ยังมองวิธีการลดต้นทุนอีกด้วย เกือบสามในสี่ของผู้ตอบแบบสำรวจ Warehouse Vision Report มีแผนการที่จะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าใช้ในคลังสินค้าภายในห้าปีข้างหน้า ซีบรา นำเสนอเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่นที่ช่วยเพิ่มการแสดงผลการดำเนินงานที่ เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ลูกค้าของเราต้องเผชิญ อีกทั้งยังช่วยให้พวกเขาปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัวและว่องไวมากขึ้นด้วย”

ข้อมูลเพิ่มเติม

เว็บไซต์: Zebra Technologies

Facebook: Zebra Technologies

Twitter: @ZebraTechnology

###

เกี่ยวกับซีบรา เทคโนโลยีส์

ซีบรา (NASDAQ: ZBRA) ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและสามารถเชื่อมต่อกับโลกที่เราอาศัยอยู่ โดยมีโซลูชันการติดตามและการสอดส่องดูแล จะช่วยแปลงสภาพสิ่งที่จับต้องได้ให้กลายเป็นระบบดิจิทัล ซึ่งก่อให้เกิดกระแสการหลั่งไหลของข้อมูลที่องค์กรต้องการ เพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจง่ายดายขึ้น เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจได้มากขึ้น และเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กับพนักงานที่ทำงานจากอุปกรณ์ไร้สาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่ www.zebra.com

WAREHOUSE 2020 APAC VISION STUDY

เกี่ยวกับการวิจัย

ซีบรา เทคโนโลยีส์ได้จัดทำการวิจัยเกี่ยวกับทิศทางของการจัดการคลังสินค้าที่ใช้ชื่อว่า Warehouse Vision Study สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านคลังสินค้าไอทีและการปฏิบัติงานกว่า 1,000 รายทั่วโลก – รวมไปถึงประเทศออสเตรเลีย, สาธารณรัฐประชาชนจีน และ อินเดีย – จากอุตสาหกรรมการค้าปลีก, การผลิต, โลจิสติกส์, คมนาคม และการจัดส่งสินค้าขายส่ง ผู้ร่วมการสำรวจนั้นถูกว่าจ้างโดย บริษัท ที่จัดการคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าอย่างน้อยหนึ่งแห่ง และมีรายได้ประจำปีไม่ต่ำกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐ

การวิจัยในครั้งนี้ จัดทำเพื่อบันทึกประสบการณ์และการดำเนินงานในปัจจุบัน รวมไปถึงแนวทางในอนาคตสำหรับอุตสาหกรรมคลังสินค้าและ/หรือศูนย์กระจายสินค้า ผลวิจัยเผยการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแสดงผล, ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน และ เทคโนโลยี ครั้งยิ่งใหญ่ในอุตสาหกรรมคลังสินค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ผู้ตอบแบบสอบถามไม่ทราบถึงการสนับสนุนของซีบราในการจัดทำวิจัยในครั้งนี้

ปัจจัยของการเปลี่ยนแปลง และแผนการโดยรวม

  • การลงทุนและการเปลี่ยนแปลงในคลังสินค้าคือการลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งสินค้า (50 เปอร์เซ็นต์), การย่นระยะเวลาขนส่งสินค้า (41 เปอร์เซ็นต์), การรองรับความต้องการของคู่ค้าทางธุรกิจรายใหม่ (38 เปอร์เซ็นต์), การเปลี่ยนนโยบายด้านจัดเก็บสินค้า (33 เปอร์เซ็นต์), การขาดแคลนทรัพยากรบุคคล (28 เปอร์เซ็นต์) และการขยายช่องทางแบบ omni-channel (21 เปอร์เซ็นต์)
  • องค์กรที่ร่วมการสำรวจเผยว่าต้องการขยายตัวในแง่ของ ปริมาณรวมของสินค้าที่จัดส่ง (74 เปอร์เซ็นต์), ปรับการดำเนินงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ (69 เปอร์เซ็นต์), เปลี่ยนสินค้าคงคลังประจำปี (64 เปอร์เซ็นต์), จำนวนการรักษาสินค้าคงคลัง (SKU) (57 เปอร์เซ็นต์) และพนักงาน (56 เปอร์เซ็นต์)

แผนการขยายคลังสินค้า

  • ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 73 เปอร์เซ็นต์เผยว่าต้องการเพิ่มจำนวนคลังสินค้าภายในปี พ.ศ. 2563 เพิ่มขึ้นจากเมื่อปีพ.ศ. 2558 ที่มีเพียง 55 เปอร์เซ็นต์
  • ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 52 เปอร์เซ็นต์เผยว่า มีแผนการลดจำนวนการขยายพื้นที่ในคลังสินค้าที่มีอยู่ภายในปี พ.ศ. 2563 ลดลงจากเมื่อปีพ.ศ. 2558 ที่มีจำนวน 73 เปอร์เซ็นต์
  • ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 64 เปอร์เซ็นต์ วางแผนที่จะย้ายคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าภายในปี พ.ศ. 2563 ลดลงเล็กน้อยจากเมื่อปีพ.ศ. 2558 ที่มีจำนวน 58 เปอร์เซ็นต์

แผนการลงทุนด้านเทคโนโลยี

  • การลงทุนด้านเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ผู้บริหารคลังสินค้าให้ความสนใจมากที่สุด เกือบสามในสี่ของผู้ตอบแบบสำรวจ (74 เปอร์เซ็นต์) มีแผนการที่จะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าใช้ในคลังสินค้าภายในห้าปีข้างหน้า
  • 10 อันดับเทคโนโลยีที่คลังสินค้าให้ความสนใจมากที่สุด:
  1. อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ (72 เปอร์เซ็นต์)
  2. การแสดงบาร์โค้ด (70 เปอร์เซ็นต์)
  3. คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต (69 เปอร์เซ็นต์)
  4. บิ๊กดาต้า/การวิเคราะห์ข้อมูล (67 เปอร์เซ็นต์)
  5. การขนย้ายสินค้าแบบอัตโนมัติ (64 เปอร์เซ็นต์)
  6. เทคโนโลยีการประมวลผลภาพระดับสูง (Advanced imagers) (61 เปอร์เซ็นต์)
  7. เครื่องพิมพ์แบบเทอร์มอลขนาดพกพา (60 เปอร์เซ็นต์)
  8. เครื่องพิมพ์ป้ายประจำที่ (59 เปอร์เซ็นต์)
  9. แวร์เอเบิล (58 เปอร์เซ็นต์)
  10. RFID (53 เปอร์เซ็นต์)
  • คาดว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในคลังสินค้าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำงานและการแสดงผลให้กับห่วงโซ่อุปทาน

ระบบการจัดการคลังสินค้า

  • ผู้ตอบแบบสอบถามจากทุกอุตสาหกรรมจำนวน 77 เปอร์เซ็นต์ต้องการเปลี่ยนไปใช้ระบบการจัดการคลังสินค้าที่เพรียบพร้อมที่สุด
  • ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 78 เปอร์เซ็นต์วางแผนติดตั้งระบบการตรวจเช็คสถานะการจัดส่งสินค้าแบบรีลไทม์ หรือ real-time location system (RTLS) ภายในปี พ.ศ. 2563
  • 81 เปอร์เซ็นต์ของคลังสินค้าใช้ซอฟต์แวร์การจัดการคลังสินค้า (WMS) ที่ส่งทอดกันมาจากพนักงานรุ่นเก่า คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะลดลงกว่าครึ่ง เหลือเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ภายในปีพ.ศ. 2563
  • คลังสินค้ายังต้องการย้ายระบบไปสู่ระบบ SaaS ทั้งรูปแบบ on-demand และ cloud-based เพื่อลดต้นทุนด้านอุปกรณ์และบุคลากร

เปลี่ยนแปลงการจัดการสินค้าคงคลัง

  • ความถูกต้องของสินค้าคงคลังส่งผลกระทบต่อความถูกต้องของระบบการจัดการคลังสินค้า (56 เปอร์เซ็นต์), ลดการขาดแคลนสินค้า (55 เปอร์เซ็นต์), การเพิ่มประสิทธิภาพการบริการลูกค้า (51 เปอร์เซ็นต์) และปรับปรุงข้อปฏิบัติต่างๆ (35 เปอร์เซ็นต์)
  • คลังสินค้าวางแผนที่จะลดการใช้งานปากกาและกระดาษจาก 95 เปอร์เซ็นต์ในปี พ.ศ. 2558 ให้เหลือเพียง 24 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2563 เพื่อเพิ่มความถูกต้องของสินค้าคงคลัง
  • การใช้คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา และแท็บเล็ตที่มาพร้อมระบบการตรวจสอบและจัดการคลังสินค้าแบบรีลไทม์จะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า จาก 40 เปอร์เซ็นต์ในปี พ.ศ. 2558 เป็น 86 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2563
  • ในปี พ.ศ. 2563 จะมีการใช้งาน RFID เพื่อใช้ติดตามสินค้าคงคลังในบริเวณคลังสินค้า ถึง 79 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ 2558 ที่มีจำนวน 40 เปอร์เซ็นต์

ประสิทธิภาพในการทำงาน

  • ในปัจจุบัน การฝึกอบรมพนักงานใหม่เพื่อให้ความรู้เกี่ยวผลิตภัณฑ์ ใช้ระยะเวลา 5 ชั่วโมง โดยผู้ตอบแบบสอบถามต้องการลดระยะเวลาสำหรับการฝึกอบรม ให้เหลือเพียง 36.2 ชั่วโมงภายใน 5 ปี
  • เทคโนโลยีการเลือกสินค้าที่สั่งงานผ่านเสียงจะได้รับความนิยมมากขึ้นในอุตสาหกรรมคลังสินค้า โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 62 เปอร์เซ็นต์วางแผนปรับปรุงการเลือกสินค้าผ่านเสียงและหน้าจอภายในปี พ.ศ. 2563
  • Interleaving คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานจากเคลื่อนไหวของพนักงาน โดยดูจากตำแหน่งที่ตั้งและการใช้งานอุปกรณ์ภายในพื้นที่ และกำหนดให้พนักงานทำงานหลายอย่าง(ภายในพื้นที่บริเวณเดียวกัน)ได้ในเวลาเดียวกัน จึงเพิ่มผลผลิตของผู้ปฏิบัติงานจาก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 40 เปอร์เซ็นต์ ก็คาดว่าจะเติบโตในอุตสาหกรรมคลังสินค้าเฉลี่ย 20 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างปี พ.ศ. 2558 จนไปถึง พ.ศ. 2563
  • ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 61 เปอร์เซ็นต์จะเพิ่มการใช้งาน cross-docking (ท่าเปลี่ยนถ่ายสินค้า) มากขึ้นในปี พ.ศ. 2563 Cross Docking คือคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าซึงทั้งรับสินค้าและส่งสินค้าทันที เพื่อลดการใช้งานพื้นที่จัดเก็บสินค้า

เทคโนโลยีสีเขียว

  • แนวความคิด “conscious capitalism” หรือระบอบทุนนิยมที่มีจิตสำนึก เป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในธุรกิจต่างๆ องค์กรต่างๆเริ่มเปิดตัวโครงการสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ทางด้านอุตสาหกรรมคลังสินค้า ผู้ตอบแบบสอบถามเผยว่ามีโครงการเพื่อนำเทคโนโลยีสีเขียวเข้ามาใช้ในคลังสินค้า อาทิ การลดหรือรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่ง (52 เปอร์เซ็นต์), ลดการใช้พลังงาน (49 เปอร์เซ็นต์), ใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ในการบรรจุภัณฑ์ (46 เปอร์เซ็นต์), ย้ายสินค้าไปยังคลังสินค้าเฉพาะทางเพื่อประหยัดพื้นที่ (35 เปอร์เซ็นต์) และพัฒนาพาหะนะจัดส่งเพื่อลดต้นทุน (29 เปอร์เซ็นต์)

รองรับความต้องการของลูกค้า

  • ปัจจัยหลักในการพัฒนาคลังสินค้า คือการรองรับความต้องการของลูกค้าที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
  • การนำเข้าสินค้าผ่านการสแกนบาร์โค้ดจะขยายตัวขึ้นจาก 59 เปอร์เซ็นต์ในปีพ.ศ. 2558 เป็น 78 เปอร์เซ็นต์ในปี พ.ศ. 2563
  • Advanced Ship Notice (ASN) หรือการแจ้งเตือนการขนส่งล่วงหน้า จะได้รับความนิยมมากขึ้นและขยายตัวจาก 36 เปอร์เซ็นต์ เป็น 50 เปอร์เซ็นต์ภายในระยะเวลา 5 ปี
  • มาตรฐาน Global Data Synchronization Network (GDSN) จะเติบโตขึ้นจาก 25 เปอร์เซ็นต์ เป็น 45 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2563 GDSN คือเครือข่ายข้อมูลที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจที่โดยอัตโนมัติ; เมื่อฐานข้อมูลของซัพพลายเออร์ถูกอัพเดท ฐานข้อมูลของผู้ค้าก็จะถูกอัพเดท เช่นเดียวกับในทางกลับกัน

เกี่ยวกับ ซีบรา เทคโนโลยีส์

ซีบรา (NASDAQ: ZBRA) ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและสามารถเชื่อมต่อกับโลกที่เราอาศัยอยู่ โดยมีโซลูชันการติดตามและการสอดส่องดูแล จะช่วยแปลงสภาพสิ่งที่จับต้องได้ให้กลายเป็นระบบดิจิทัล ซึ่งก่อให้เกิดกระแสการหลั่งไหลของข้อมูลที่องค์กรต้องการ เพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจง่ายดายขึ้น เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจได้มากขึ้น และเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กับพนักงานที่ทำงานจากอุปกรณ์ไร้สาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่ www.zebra.com

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

แนวทางสู่ความสำเร็จในดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

แนวทางสู่ความสำ …

%d bloggers like this: