Breaking News
Home / ข่าวไอที / ไมโครซอฟท์เตรียมหยุดการสนับสนุน Windows Server 2003

ไมโครซอฟท์เตรียมหยุดการสนับสนุน Windows Server 2003

ไมโครซอฟท์เตรียมหยุดการสนับสนุน Windows Server 2003

Technet_MS_Julมีอีกเวอร์ชั่นหนึ่งของ Windows ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายแต่กำลังมาถึงจุดสิ้นสุดในปีหน้า นั้นก็คือ Windows Server 2003
ตามข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาการสนับสนุนของไมโครซอฟท์วันที่สิ้นสุดของการสนับสนุนอย่างเป็นทางการสำหรับ Windows Server 2003 คือวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ซึ่งรวมถึงเวอร์ชั่นต่างๆ ทั้งหมดของ Windows Server 2003 และรุ่นย่อยของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ซึ่งได้แก่รุ่นสำหรับไอทาเนียม และ x64, Compute Cluster Edition, Datacenter Edition, Web Edition และรุ่น Enterprise
แม้ว่าจะไม่ได้หยุดทำงานไปโดยทันที แต่การโจมตีที่เกิดขึ้นในอนาคตจะมุ่งเป้าไปที่ส่วนประกอบที่มีช่องโหว่บนแพลตฟอร์มเหล่านั้นซึ่งไม่ได้รับการแก้ไข ไมโครซอฟท์ได้หยุดการส่งมอบ Service Pack สำหรับ Windows Server 2003 มาตั้งแต่ปี 2553 แต่ระบบปฏิบัติการยังคงได้รับการปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้จะสิ้นสุดลงใน 12 เดือน
ข้างหน้านับจากนี้
การตัดสินเกี่ยวกับผลกระทบที่แน่นอนเกี่ยวกับการสิ้นสุดวงจรชีวิตของ Windows Server 2003 เป็นเรื่องที่ค่อนข้างทำได้ยาก เพราะการติดตั้งเป็นจำนวนมากไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ และไม่สามารถตรวจพบโดยใช้สถิติเว็บเซิร์ฟเวอร์ แต่ เวส มิลเลอร์ นักวิเคราะห์วิจัยแห่ง Directions on เชื่อว่าฐานการติดตั้งตาม Windows Server 2003 มีขนาดใหญ่มาก “น่าแปลกใจกับจำนวนการติดตั้ง Windows Server 2003
ที่ใช้งานกันอยู่ในธุรกิจขนาดย่อม และขนาดกลาง และเราก็ยังคงเห็นมีการใช้กันเป็นประจำในองค์กรขนาดใหญ่ด้วย”
ในขณะที่มิลเลอร์ยอมรับว่าการรับรู้ของเขามาจากการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมของเขาเองมากกว่าการเก็บจากตัวเลขโดยตรงโดยเขาได้ข้อมูลมาจากการติดต่อโดยตรงกับผู้ใช้ที่เขาพบในงานบูตแคมป์เกี่ยวกับใบอนุญาตการใช้งานของไมโครซอฟท์ที่จัดโดย Directions of Microsoft
ผู้ใช้กล่าวกับมิลเลอร์ว่าจะยังคงใช้ Windows Server 2003 ต่อไปด้วยหลายเหตุผลเช่นเดียวกับ Windows XP คือโปรแกรมไมโครซอฟท์จะไม่สนับสนุน Windows Server 2003 หลังจากเดือนกรกฎาคม 2558
และธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องการย้ายระบบให้เร็วที่สุดยังใช้งานได้ดีพอ “Windows Server 2008 และในรุ่นต่อมาก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก” มิลเลอร์กล่าว “แต่คนจำนวนมากก็ยังมีความสุขอยู่กับ Windows Server 2003 R2 ธุรกิจจำนวนมากมีต้นทุนที่จมอยู่กับระบบปฏิบัติการนี้ และยังคงมีความสุขกับการใช้งาน ดังนั้นจึงไม่มีแรงจูงใจที่จะทำให้ต้องเปลี่ยน”
ต้นปีนี้ มาร์ค บาร์ทริกต์ นักวิเคราะห์ของฟอร์เรสเตอร์ได้นำเสนอมุมมองโดยบังเอิญว่า “ในขณะที่เป็นเรื่องธรรมดาที่ยังเห็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าที่ผู้ค้าซอฟต์แวร์ปลดระวางไปแล้ว เป็นเรื่องพูดยากในเมื่อสิ่งเก่ายังทำงานได้อย่างสมบูรณ์ดีในขณะที่ตัวเลือกในการอัปเกรดก็ทำให้มีภาระทางการเงิน จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ หรือให้ประโยชน์เพิ่มขึ้นมาจริงๆ ไม่มากนัก”
อีกปัญหาที่สำคัญคือวิธีการย้ายจาก Windows Server 2003 จะทำได้ยากขึ้นโดยเฉพาะกับการยุติผลิตภัณฑ์ Windows Server รุ่น 32 บิต “ระบบที่ใช้ Windows Server 2003 และ 2003 R2 ทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นแบบ 32 บิต” มิลเลอร์กล่าว “และสำหรับ Windows Server 2008 และสูงกว่าจะทำงานแบบ 64 บิต”
นอกจากนี้สำหรับผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์แบบ 32 บิตที่ทำงานบนตัวของ Windows Server เองอย่าง Exchange Server 2003 ซึ่งในขณะนี้ออกมาในเวอร์ชั่นที่เป็น 32 บิตก็จะต้องถูกแทนที่ด้วยเวอร์ชั่น 64 บิต จนกว่าจะไม่มี Exchange รุ่น 32 บิตถูกนำเสนออีกต่อไป
นอกเหนือจากการย้ายออกจาก Windows Server 2003 แล้ว มิลเลอร์ยังระบุสองกลยุทธ์ที่ใช้ในการจัดการกับการสิ้นสุดวงจรชีวิตของ Windows Server 2003 หนึ่งคือการปล่อยให้ทำงานต่อไป โดยคิดว่าจะยังคงมีความปลอดภัยอยู่ ส่วนอีกกลยุทธ์หนึ่งคือการ “ยอมรับความเสี่ยงและลดความเสี่ยง โดยเก็บเซิร์ฟเวอร์ไว้ที่มุมใดมุมหนึ่ง ล็อกเครื่อง และลดความเสี่ยงให้มากที่สุดเท่าที่คุณสามารถทำได้ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อไคลเอ็นต์ และเป็นอันตรายอย่างมากต่อเซิร์ฟเวอร์”

ที่มา : Newsletter Microsoft

Related posts

About ข่าวไอที 24 ชั่วโมง

ข่าวไอที 24 ชั่วโมง ข่าวไอที ข่าว IT ข่าวเทคโนโลยี สินค้าไอทีมาใหม่ รีวิวสินค้าไอที

Check Also

ซีหนัง จัดส่งความบันเทิงกับซีรีส์ 2 เรื่อง 2 สไตล์ พร้อมเสิร์ฟความสุขทุกค่ำคืน

ช่องซีหนัง ซีรี …

%d bloggers like this: